ยลโฉม ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร ก่อนเปิดตัวในไทย !!

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เผยโฉม “ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร” ครั้งแรกของโลกอย่างเป็นทางการ โดยจะเริ่มเปิดตัว และวางจำหน่ายในประเทศไทยเป็นที่แรก ก่อนขยายไปยังประเทศญี่ปุ่นและออสเตรเลีย ภายในปีงบประมาณ 2569
ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร ได้สานต่อแนวคิดผลิตภัณฑ์ที่นิยามความเป็นปาเจโร มาตั้งแต่รุ่นแรก ด้วยการผสาน “ความมั่นใจในการขับขี่” (Confidence) ซึ่งสะท้อนผ่านสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดอันยอดเยี่ยม และความน่าเชื่อถือ ที่ได้รับการพิสูจน์มาอย่างยาวนาน เข้ากับ “ความสะดวกสบาย” (Comfort) ทั้งในด้านความสบายของห้องโดยสารและความคล่องตัวในการควบคุมรถก่อนต่อยอดรากฐานอันแข็งแกร่งนี้ด้วย “ความเหนือระดับ” (Prestige) ผ่านคุณภาพและความประณีต ในแบบฉบับไอคอนิก ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่โดดเด่น แข็งแกร่งจากเส้นสายที่คมชัด ทรงพลัง เสริมด้วยวัสดุภายในห้องโดยสารคุณภาพสูงที่ออกแบบมาให้รองรับทุกการใช้งาน พร้อมสอดแทรกดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ได้อย่างลงตัว
ภายในห้องโดยสาร ออกแบบอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ผู้โดยสารทุกคนเดินทางได้อย่างสะดวกสบาย พร้อมคงมิติตัวรถ ที่ช่วยให้ควบคุมและบังคับเลี้ยวได้ง่าย นอกจากนี้ ยังติดตั้งระบบ Super-All Wheel Control (S-AWC) เอกสิทธิ์เฉพาะ ซึ่งประสานการควบคุมการเร่ง การเข้าโค้งและการเบรก เพื่อการตอบสนองของรถที่แม่นยำ และเป็นธรรมชาติ ร่วมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD-II (SS4-II) ที่มอบสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดที่เหนือชั้น รวมถึง โครงสร้างแชสซีส์แบบแลดเดอร์เฟรม (Ladder Frame) ที่มีความแข็งแกร่งและทนทานสูง พร้อมระบบกันสะเทือน ที่ได้รับการปรับจูนมาอย่างเหมาะสม
นอกจากนี้ ยังมีการนำแผงหน้าจอแนวนอนบริเวณคอนโซลหน้าจากปาเจโรรุ่นแรกมาปรับใช้ใหม่ โดยผสานฟังก์ชันการใช้งานเข้ากับห้องโดยสารระดับพรีเมียม ด้วยแผงหน้าจอแบบชิ้นเดียว (Monolithic Display) ที่เชื่อมต่อหน้าจอขนาด 14.3 นิ้ว จำนวน 2 หน้าจออย่างไร้รอยต่อ พร้อมภาพกราฟิกบนจอที่ให้กลิ่นอายความเป็นปาเจโร รวมถึง หน้าจอมัลติมิเตอร์ (Multi Meter) ที่นำชุดมาตรวัดสามส่วนในตำนาน มาปรับโฉมให้เข้ากับยุคสมัยปัจจุบัน
ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร ได้รับการยกระดับมาตรฐานการลดเสียงรบกวนอย่างครอบคลุมรอบด้าน เพื่อให้ผู้โดยสารทุกคน สามารถพูดคุยกันอย่างเป็นธรรมชาติ แม้ขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูงบนทางหลวง หรือในภาวะที่มีเสียงรบกวนสูง นอกจากกระจกบังลมหน้าแล้ว ยังได้นำกระจกกันเสียงรบกวน (Acoustic Glass) มาใช้กับกระจกประตูทั้งบานหน้าและบานหลัง ควบคู่ไปกับการติดตั้งวัสดุลดเสียงรบกวนอย่างทั่วถึงตลอดโครงสร้างตัวถังและจุดสำคัญต่าง ๆ ของตัวรถ
โครงสร้างแชสซีส์แบบแลดเดอร์เฟรม (Ladder Frame) ที่ทั้งแกร่งและทนทานสูง และระบบกันสะเทือนด้านหน้าอิสระแบบปีกนกสองชั้น ทำงานร่วมกับ ระบบกันสะเทือนด้านหลัง แบบคานแข็ง 5-Link ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อช่วยรักษาหน้ายางให้สัมผัสพื้นผิวอย่างเหมาะสม ช่วยให้ผู้ขับขี่เดินทางได้อย่างมั่นใจในทุกเส้นทาง ตลอดจนการพัฒนาสมรรถนะการขับขี่ จากระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD-II (SS4-II) ที่ได้รับการพิสูจน์จากการใช้งานท่ามกลางหนึ่งในสภาพแวดล้อมที่โหดหินที่สุดของโลก พร้อมยกระดับความสามารถรอบด้าน ด้วยระบบ Super-All Wheel Control (S-AWC) เอกสิทธิ์เฉพาะของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส
เครื่องยนต์คลีนดีเซล 2.4 ลิตร พร้อมเทอร์โบแปรผันแบบ Single Variable-Geometry Turbocharger (VGT) ให้แรงบิดสูงสุดถึง 480 นิวตันเมตร มอบอัตราเร่งที่ทรงพลัง และการตอบสนองฉับไวได้ดั่งใจ ตั้งแต่ออกตัวต่อเนื่องไปจนถึงการขับขี่ด้วยความเร็วสูง จับคู่กับระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด (8AT) พร้อมโหมดสปอร์ต ที่ปรับปรุงขึ้นใหม่
โดยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD-II (SS4-II) เปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมดการขับเคลื่อนให้เหมาะสมกับสภาพเส้นทางได้ถึง 4 รูปแบบ ได้แก่ 2H (ขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง) 4H (ขับเคลื่อน 4 ล้อแบบฟูลไทม์) 4HLc (ขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมล็อกเฟืองกลาง) และ 4LLc (ขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมล็อกเฟืองกลางและใช้เกียร์อัตราทดต่ำ) ซึ่งช่วยเสริมสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรด และรักษาการทรงตัวในการควบคุมรถบนถนนลาดยางได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังมีโหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ ได้แก่ Normal, Eco, Gravel, Snow, Mud, Sand และ Rock ซึ่งได้รับการปรับให้เหมาะกับสภาพเส้นทางที่แตกต่างกัน
ด้านเทคโนโลยีความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ มีให้ครบครัน อาทิ ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (FCM) ระบบคาดการณ์และเตือนการชนด้านหน้าตรง (PFCW) และระบบช่วยเหลือฉุกเฉินเมื่อเหยียบคันเร่งผิดพลาด ( EAPM) เป็นต้น
ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร มาพร้อม MI-PILOT ระบบช่วยเหลือการขับขี่บนทางหลวงแบบเลนเดียวของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส โดยทำงานร่วมกับระบบล็อกความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติ ( ACC) และระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKA) เพิ่มความมั่นใจด้วยถุงลม 8 ตำแหน่ง รวมถึง ถุงลม SRS ตรงกลางระหว่างผู้โดยสารด้านหน้าเป็นครั้งแรกอีกด้วย พร้อมเสริมการปกป้องผู้โดยสารในระดับสูง ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยครอบคลุม 360 องศา และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ จึงช่วยเสริมความมั่นใจและความอุ่นใจให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสารตลอดการเดินทาง







