ยก 3 ข้อหนุนไทย‘ศูนย์กลางอุตฯไม้’เอเชีย

นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม กล่าวในงาน Wood Economic Forum 1.0 ว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรมสีเขียว นวัตกรรมโลกจึงหันเข้าหาการใช้ทรัพยากรหมุนเวียนและคาร์บอนต่ำ ซึ่ง “ไม้” คือหนึ่งในทรัพยากรทรงคุณค่าที่สุด ไทยจึงควรนำเทคโนโลยีขั้นสูง ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ เพื่อพลิกบทบาทของไม้ในระบบเศรษฐกิจยั่งยืน ไทยต้องไม่เป็นเพียงผู้ส่งออกไม้ท่อน แต่ต้องส่งออกผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม และดีไซน์สู่สากล
รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า ไทยพร้อมที่จะเป็น “ศูนย์กลางอุตสาหกรรมไม้แห่งเอเชีย” ด้วย 3 ปัจจัยหลัก คือ 1.ความอุดมสมบูรณ์ทางเกษตรกรรม ไทยเป็นผู้นำการผลิตยางพาราของโลก ไม้ยางพาราถือเป็น “ทองคำขาว” ที่ได้จากผลพลอยได้ของรอบการปลูก เมื่อหมดอายุการกรีดยาง ต้นไม้จะถูกตัดและปลูกทดแทน ซึ่งสร้างห่วงโซ่อุปทาน เป็นวงจรหมุนเวียน ไม่ทำลายป่าธรรมชาติ ช่วยสนับสนุนรายได้เกษตรกรในท้องถิ่น 2.ชัยภูมิเชิงยุทธศาสตร์ ด้วยตำแหน่งใจกลางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เชื่อมต่อกับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ท่าเรือน้ำลึก และระบบโลจิสติกส์ที่ครอบคลุม ทำให้ไทยพร้อมที่จะเพิ่มมูลค่า และส่งออกผลิตภัณฑ์ไม้คุณภาพสูงสู่ตลาดโลก และ 3.ทุนมนุษย์ ช่างฝีมือของไทยมีความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมออกแบบ
ด้านนายภาสกร ชัยรัตน์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ไทยถือเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการผลิตยางพาราของโลก แต่สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่การเก็บเกี่ยวผลผลิตจากป่าไม้เท่านั้น แต่ต้องสร้างสรรค์มูลค่าเพิ่ม ซึ่งตอนนี้มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆที่สามารถแปรรูปได้หลากหลายยิ่งขึ้น เช่น ไผ่ ที่เติบโตได้ดีในสภาพภูมิอากาศของไทย เดิมมักนำมาผลิตเฟอร์นิเจอร์ แต่เมื่อมีการพัฒนานำมาอบจนแห้ง แล้วเติมสารเคลือบเพิ่มความแข็งแรงก็สามารถนำมาผลิตเป็นแผ่นไม้ที่ใช้สร้างบ้านได้ ช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับไม้ไผ่ สร้างโอกาสให้กับอุตสาหกรรมไม้ของไทย และเพิ่มช่องทางการสร้างรายได้ให้ผู้เพาะปลูกได้ยั่งยืนมากขึ้น
“การเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจโลก ทั้งกฎเกณฑ์สิ่งแวดล้อม มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนเข้าพรมแดน (CBAM) ทำให้การผลักดันอุตสาหกรรมไม้ต้องอาศัยความร่วมมือทุกภาคส่วน ยืนยันว่ากระทรวงอุตสาหกรรมพร้อมยกระดับอุตสาหกรรมไม้ให้เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ของไทย” นายภาสกร กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

