เริ่มแล้ว ถกงบฯปี70วาระ2 ‘เอกนิติ’ยันหั่น 1.1 หมื่นล้านบาท สอดคล้องสถานการณ์ -คุ้มค่า

เริ่มแล้วถกงบฯปี70วาระ2-3วันแรก! ‘เอกนิติ’ ชี้ภาวะเศรษฐกิจไม่แน่นอนสูง ‘รัฐบาล’ ต้องบริหารความเสี่ยง-จัดการหนี้ เพื่อรักษาพื้นที่ทางการคลัง หนุน ‘ทบทวน-ลดหน่วยงาน’ ที่หมดความจำเป็น หันใช้เงินนอกงบฯเพื่อทำงานมีประสิทธิภาพ
วันที่ 7 กันยายน 2569 เมื่อเวลา 09.10 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นัดพิเศษ ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ซึ่งกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาแล้วเสร็จในวาระสอง เป็นวันแรก
โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง ในฐานะประธานกมธ. กล่าวรายงานของกมธ.ฯตอนหนึ่งว่า กมธ.ฯมีข้อเสนอในภาพรวมที่สำคัญ เพื่อให้รัฐบาลดำเนินการที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจใน ปี70 ที่ภาวะเศรษฐกิจไม่แน่นอนสูง ควรหาแนวทางบริหารความเสี่ยงในโครงการที่มีผลกระทบความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และการบริหารจัดการหนี้สาธาธารณะให้ลดลงระยะยาว เพื่อรักษาพื้นที่ทางการคลัง กรณีที่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ เพื่อไม่กระทบเสถียภาพการเงินการคลังและวินัยการเงินการคลังของประเทศในอนาคต รวมถึงต้องทบทวน ปรับลดหน่วยงานที่หมดความจำเป็น มีภารกิจซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น เพื่อลดภาระงบประมาณภาครัฐ ปรับกฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้องให้ครอบคลุมกับแหล่งเงิน หรือเงินนอกงบประมาณ เพื่อให้การพิจารณางบประมาณมีประสิทธิภาพ
นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า การพิจารณาของ กมธ. ได้ปรับลด จำนวน 1.1 หมื่นล้านบาท โดยพิจารณาจากความสอดคล้องสถานการณ์ปัจจุบัน รวมถึงเป้าหมายและผลการดำเนินการจริง ความคุ้มค่า ความพร้อม และศักยภาพใช้จ่ายงบประมาณ รวมถึงให้ความสำคัญกับเงินนอกงบประมาณ หรือรายได้ที่จัดเก็บเองของหน่วยรับ งบประมาณ โดยมีข้อมูลประกอบพิจารณา เช่น รายการที่ล่าช้ากว่าแผน จ่ายเงินไม่ทันในปีงบประมา รายการผูกผันเดิมที่จัดซื้อจัดจ้างต่ำกว่าที่เสนอไว้ รายการที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน หรือใช้จ่ายแล้วแต่ไม่เพิ่มประสิทธิภาพ รายการที่ชะลอได้โดยไม่กระทบการบริการประชาชน หรือทบทวนโครงงการให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนนแปลงเชิงนโนยบาย รายการที่ยกเลิก หรือใช้เงินแหล่งอื่น
นายเอกนิติ กล่าวอีกว่า สำหรับการเพิ่มงบประมาณ ได้พิจารณาตามความเหมาะสมจำเป็นต่อหน่วยงาน ได้แก่ งบกลาง เพื่อเงินสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่วนของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงศึกษาธิการ ส่วนของสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อจัดการศึกษาสำหรับเด็กเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร เพื่อสนองงานตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม สำนักงานเลขาธิการสภาฯ ส่วนการรประชาสัมพันธ์เพื่อพัฒนาระบอบประชาธิปไตย สำนักงานอัยการสูงสุด กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ และ กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสต์ วิจัยและนวัตกรรม ตามวงเงินของงบประมาณที่ปรับลด
“การพิจารณารายละเอียด ปรับลด เพิ่มงบ กมธ. ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับความพร้อมและศักยภาพของหน่วยงาน ซ้ำซ้อน เป้าหมายดำเนินงาน ผลดำเนินงาน ภารกิจเพื่อสนับสนนุนกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ แก้ปัญหาความเป็นอยู่และประโยชน์โดยตรงกับประชาชนเป็นสำคัญ รวมถึงสนับสนุนให้เศรษฐกิจเติบโต เข้มแข็งรองรับผลกระทบจากปัจจัยภายในและภายนอก อย่างมีเสถียภาพ และการทำต้องไม่ขัดหรือแย้งกับ รัฐธรรมนูญ กฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยข้อง เพื่อให้ทำตามกรอบงบประมาณได้” นายเอกนิติ กล่าว
จากนั้นได้เข้าสู่การพิจารณาเป็นรายมาตราต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านั้นนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล แจ้งผลการหารือถึงการบริหารเวลาว่า ในวันนี้ (7ก.ย.) ซึ่งเป็นวันแรกของการพิจารณา จะพิจารณาให้ลุล่วงถึงมาตรา 16

