‘สุรเชษฐ์’ ซัด ‘รัฐบาล’ จัดงบลงทุน ไม่ถึง 20% จงใจเล่นคำ ‘บิดเบือน-เลี่ยงกฎหมาย’

‘สุรเชษฐ์’ ซัด ‘รัฐบาล’ จัดงบลงทุน ไม่ถึง 20% จงใจเล่นคำ ‘บิดเบือน-เลี่ยงกฎหมาย’ แฉยับ ‘นักการเมือง-ขรก.’ ปั้นโครงการสนองผู้รับเหมาชั้นพิเศษ เพื่อแบ่งฮั้ว
วันที่ 7 กันยายน 2569 เมื่อเวลา09.50น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นัดพิเศษ ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผูัเป็นประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ซึ่งกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาแล้วเสร็จในวาระสอง เป็นวันแรก โดยในการพิจารณามาตรา 4 ภาพรวมของงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการอภิปรายช่วงหนึ่งของ กมธ.เสียงข้างน้อย ที่ให้ปรับลดงบประมาณลง พบว่า นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะกมธ.เสียงข้างน้อย อภิปรายว่า ภาพรวมงบลงทุนที่มีปัญหา นอกจากการลดงบรายจ่ายลงทุนแล้วยังพบความบิดเบือน จงใจเลี่ยงข้อกฎหมายวินัยการเงินการคลังที่กำหนดให้ต้องมีงบประมาณรายจ่ายเพื่อลงทุนมีอย่างน้อย 20% แต่รัฐบาลใช้การเล่นคำเพื่อเลี่ยงกฎหมาย บางจุดใช้คำว่ารายจ่ายลงทุน รายจ่ายเพื่อการลงทุน ซึ่งไม่เท่ากับงบลงทุน หากนับเฉพาะส่วนที่นิยามชัดเจนว่าเป็นงบลงทุน มีเพียง 13% ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ ขณะเดียวกันเมื่อเทียบงบลงทุนเมื่อปี2569 พบว่ามีสัดส่วนลดลง 13%
“งบลงทุนปี2570 ต่ำมาและยังพบการเล่นคำนับบางรายการเพิ่ม เรียกว่าเป็นรายจ่ายลงทุน เพื่อให้ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำตามกฎหมาย คือ ผ่านตามกฎหมายสไตล์ศรีธนญชัย นอกจากนั้นแล้วยังพบว่างบลงทุนส่วนใหญ่ยังใช้กับโครงการถนน และโครงการน้ำจำนวนมาก ซึ่งผมมองว่างบปีนี้ถูกจัดสรรแบบไม่เห็นอนาคต นอกจากนั้นยังพบว่าผู้รับเหมาชนชั้นพิเศษได้โครงการมากขึ้นเพื่อเพียงพอต่อการแบ่งฮั้ว และพบว่า นักการเมืองและข้าราชการปั้นโครงการเพื่อจัดสรรให้กับผู้รับเหมาชั้นพิเศษ ขณะที่ผู้รับเหมาชั้นธรรมดา หรือผู้ประกอบการตายเรียบ” นายสุรเชษฐ์ กล่าว
นายสุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า สำหรับหน่วยงานที่งบลงทุนจำนวนมากอยู่ใน กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท กรมชลประทาน และกรมโยธาธิการและผังเมือง และที่หนักที่สุดคือกรมทางหลวง (ทล.) ที่ได้งบแสนล้านบาท ซึ่งจงใจจัดมาให้พอต่อการฮั้ว ปี2569 มี 69 โครงการ ปี2570 มี 70 โครงการ ทั้งที่ภาพรวมงบลงทุนลดลง 13% อย่างไรก็ดีงบที่สร้างอนาคต เช่น งบกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสต์ วิจัยและนวัตกรรม ถูกปรับลดลง 32% เหลือ 1.3 หมื่นล้านบาท แม้กมธ.จะคืนให้ 4,000 ล้านบาท แต่สวนทางกับการพัฒนา
“การจัดงบเพื่อลงทุน ไม่ควรเป็นแบบมือใครยาวสาวได้สาวเอา แต่ควรชั่งน้ำหนักในความจำเป็น นอกจากนั้นแล้วรัฐบาลไม่ให้ความสำคัญ สั่งการให้ข้าราชการตอบคำถามกับตัวแทนประชาชนในการตรวจสอบงบประมาณ โดยเฉพาะข้าราชการที่จัดงบส่อไปในทางมิชอบ เลือกไม่ส่งเอกสาร หรือส่งแบบขอไปที เช่น ปลัดกระทรวงคมนาคม การทางพิเศษแห่งประเทศไทย แม้ตอบกลับเอกสาร แต่ตอบว่าไม่ให้เพราะเอกสารลับ ดังนั้นขอให้กมธ. ทำหนังสือไปยัง ครม. เพื่อขอให้ส่งเอกสารที่กมธ.ทวงถามแม้ กมธ.จะหมดวาระไปแล้ว“ นายสุรเชษฐ์ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

