แวดวงการเงิน : 8 กันยายน 2569


** หนึ่งในเหตุผลที่เศรษฐกิจไทยโตต่ำกว่าศักยภาพ และภาคธุรกิจเติบโตแค่บางกลุ่ม...นอกจากปัญหาเชิงโครงสร้างที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขแล้ว...โครงสร้างของเศรษฐกิจไทยยังบิดเบี้ยวด้วย...จุดใหญ่เลยที่เห็นชัดสุดคือ...การกระจายตัวของทรัพยากรสำคัญของภาคธุรกิจคือ “แหล่งเงินทุน”...ที่กระจุกตัวอยู่แต่เฉพาะธุรกิจขนาดใหญ่ถึงใหญ่มาก (ระดับผู้ทรงอิทธิพลในภาคธุรกิจ) ถึง 75%...ทั้งที่มีจำนวนน้อยกว่า 10% ของวิสาหกิจทั้งระบบ...ขณะที่ธุรกิจขนาดกลาง-ขนาดเล็ก...ได้รับแหล่งเงินทุนเพียง 25% ทั้งที่มีจำนวนมากถึง 90% ของวิสาหกิจทั้งระบบ...ซ้ำร้ายกว่านั้นธุรกิจขนาดกลาง-ขนาดเล็กต้องจ่ายดอกเบี้ยสูงกว่าระดับที่ควรจะเป็น (ดอกเบี้ยที่คำนวณความเสี่ยงไว้แล้วด้วย)...ส่วนธุรกิจขนาดใหญ่กลับจ่ายดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น...ที่ผ่านมาผู้คุมกฎกติกาของธุรกิจสถาบันการเงินอย่าง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)...รับรู้เรื่องเหล่านี้มาโดยตลอด...แต่ไม่ว่าผู้ว่าการ ธปท. คนไหนก็ไม่กล้าเข้าไปแตะ...ตอนนี้ก็ได้แต่หวังพึ่งท่านผู้ว่าการ ธปท.ท่านปัจจุบัน...คุณวิทัย รัตนากร...ที่จะเข้ามาแก้ปมนี้...และ..แวดวงการเงิน...มั่นใจและเชื่อว่าท่าน”กล้าแตะ “เรื่องนี้จริงๆ...** ส่วนทรัพยากรที่เรียกว่า “แหล่งเงินทุน”สำหรับในการพัฒนาประเทศและชีวิตประชาชนก็คือ “เงินงบประมาณแผ่นดิน”...หลายสิบปีที่ผ่านมาใครที่กล้าพูดได้ว่า “รัฐบาล”ใช้เงินงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ...ยกมือให้ดูหน่อย...สำหรับ..แวดวงการเงิน...ยังไม่เห็นเลย...ที่เห็นมีแต่ผลงานที่มันประจานความล้มเหลวในการถลุงเงินงบประมาณแบบไร้ประโยชน์...!!ตัวอย่างที่เห็นกันคาตาเช่น...อาคารโครงการก่อสร้างรัฐ..หลายร้อยแห่งที่ถูกทิ้งร้าง...สร้างแล้วไม่มีคนไปใช้...อีกหลายร้อยแห่งสร้างไม่เสร็จ...ที่สร้างเสร็จก็ประสิทธิภาพในการใช้งานต่ำ แต่ราคาโคตรจะแพงเกินจริง...และหลายปีมานี้ภายใต้การบริหารงานของ 3-4 รัฐบาลที่ผ่านมา..เงินงบประมาณก็ถูกใช้ไปแบบ “เฮลิคอปเตอร์มันนี่”ทำให้รัฐไทย “เป็นหนี้”หัวโต...เงินงบประมาณที่จะเอามาใช้ในแต่ละปีต้องกู้เพิ่มทุกปี...ง่ายๆ เลยหากรัฐบาลบริหารประเทสดีจริง ใช้เงินงบประมารมีประสิทธิภาพดีจริง...ทำไมคนไทยกว่า 10 ล้านคน...ต้องกลายเป็นผู้ถือ “บัตรคนจน”...จะรับเงินช่วยเหลือจากรัฐเดือนละ 300 บาท ถึงกับต้องเอาชีวิตไปสังเวย...!! ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รอนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง...เป็น..รัฐมนตรี ที่มาจากฝั่ง “เทคโนแครต”...ที่สังคมฝากความหวังไว้มากที่สุดในคณะรัฐมนตรีชุดนี้ทั้งชุด...เรื่องท่านจะพัฒนาเศรษฐกิจไปในทิศทางที่ท่านได้พูดไว้ในหลายโอกาสนั้น ทุกคนเฝ้ารอให้เป็นไปตามนั้น....แต่ที่แน่ๆ งานชิ้นแรกที่อยากเห็นคือ...การใช้เงิน(กู้) 2 แสนล้านบาท เพื่อ ไการเปลี่ยนผ่านพลังงาน”...คือผลงานชิ้นแรกที่ท่าจะได้พิสูจน์ว่ามีครั้งหนึ่งที่มีการใช้เงินงบประมาณ “อย่างมีประสิทธิภาพจริงๆ”...เพราะตอนนี้รัฐบาล “ตีเช็คเปล่า”เอาไว้...รอวันที่”นักเลือกตั้ง”จะมาถอนทุนคืน...**
** อนันตเดช พงษ์พันธุ์ **
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

