จับกระแสพลังงาน : 8 กันยายน 2569

** บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. จัดงาน PTTEP Knowledge Management Week 2026 (KM Week 2026) ภายใต้แนวคิด “Energy Security in an Era of Global Uncertainty” สะท้อนบทบาทสำคัญของความมั่นคงทางพลังงานประเทศต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต ท่ามกลางความผันผวนและความไม่แน่นอนของโลกปัจจุบัน โดย KM Week เป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ระหว่าง ปตท.สผ. ภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา…ในการนี้ ดร.คุรุจิต นาครทรรพ ผู้อำนวยการ สถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งประเทศไทย ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “Energy Holistic สื่อสารพลังงาน ก่อนกลายเป็นวิกฤติ” รวมทั้ง ผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจร่วมบรรยายพิเศษและเสวนา เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงยุทธศาสตร์ และแนวคิดการรับมือกับความท้าทายของโลกปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว…ภายในงานยังมีการนำเสนอผลงานวิชาการของพนักงาน ปตท.สผ. ที่ส่งเข้าประกวดด้านธรณีศาสตร์ ด้านวิศวกรรมและปฏิบัติการ และด้านการดำเนินธุรกิจ รวมทั้งสิ้น 267 ผลงาน และมีการจัดแสดงนิทรรศการเทคโนโลยี ศูนย์กลางความเป็นเลิศทางธรณีศาสตร์และวิศวกรรมแหล่งปิโตรเลียม นวัตกรรมดิจิทัลภายใต้โครงการ DigitalX เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในการบริหารจัดการแหล่งก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย เช่น โครงการนำแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมที่สิ้นสุดการผลิตกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ทั้งโครงสร้าง รวมถึงแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อสนับสนุนการสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ และการเติบโตอย่างยั่งยืน…** ขอแสดงความยินดีในโอกาสที่..การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA )..ครบรอบ 66 ปี ในการดำเนินการ...ซึ่งในการนี้ นายมงคล ตรีกิจจานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA)…ได้เปิดเผยว่า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค PEA ยังคงภารกิจจัดหาและให้บริการไฟฟ้า เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ปัจจุบันรับผิดชอบพื้นที่ 74 จังหวัด มีผู้ใช้ไฟฟ้าประมาณ 22.4 ล้านราย โดยขยายเขตระบบไฟฟ้าครอบคลุมพื้นที่ที่สามารถดำเนินการได้แล้วทั้งหมด ส่วนพื้นที่ที่มีข้อจำกัดในการขยายโครงข่าย เช่น พื้นที่อุทยานและพื้นที่ป่าไม้ จะใช้ระบบพลังงานทางเลือกเข้ามารองรับตามความเหมาะสม...สำหรับประชาชนที่ยังเข้าไม่ถึงระบบไฟฟ้า PEA มีโครงการขยายเขตไฟฟ้าให้บ้านเรือนรายใหม่ วงเงินประมาณ 6,500 ล้านบาท ครอบคลุมกว่า 140,000 ครัวเรือน รวมถึงโครงการขยายเขตไฟฟ้าให้พื้นที่ทำกินทางการเกษตร ครอบคลุมประมาณ 50,000 ครัวเรือน เพื่อสนับสนุนการประกอบอาชีพและช่วยลดรายจ่ายของเกษตรกร…นอกจากนี้ PEA เตรียมลงทุนระบบไฟฟ้าบน 11 เกาะ ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคตะวันออกและภาคใต้ วงเงินกว่า 6,000 ล้านบาท ขณะที่พื้นที่ห่างไกลซึ่งไม่สามารถขยายระบบสายส่งเข้าไปได้ จะนำระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงานมาใช้....ทั้งนี้ในช่วงแรกภารกิจหลักของ PEA คือการขยายเขตให้ประชาชนมีไฟฟ้าใช้ ก่อนทยอยลงทุนพัฒนาโครงข่ายให้มีความมั่นคงมากขึ้น แต่ปัจจุบันภาคพลังงานกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่าน ทำให้ PEA ต้องปรับตัวและเตรียมโครงข่ายรองรับรูปแบบการผลิตและใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนไป…PEA จึงเตรียมเพิ่มการลงทุนด้าน Smart Grid ทั้ง Smart Meter สถานีไฟฟ้าเคลื่อนที่ ระบบกักเก็บพลังงาน หรือ BESS และสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า พร้อมปรับปรุงโครงข่ายให้ทันสมัย รองรับ Solar Rooftop พลังงานหมุนเวียน และยานยนต์ไฟฟ้าที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น…ขณะเดียวกัน PEA ได้พัฒนา TPA Platform และ Energy Trading Platform เตรียมรองรับ Direct PPA และการใช้โครงข่ายสำหรับการซื้อขายพลังงานสะอาดในอนาคต โดยเมื่อมีการประกาศอัตราที่เกี่ยวข้องกับการใช้โครงข่าย PEA มีความพร้อมนำระบบมาใช้รองรับการซื้อขายไฟฟ้า ซึ่งนายมงคลมองว่าเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายใหม่ของ PEA และระบบพลังงานไทย…สำหรับ Solar Rooftop PEA จัดตั้ง One Stop Service เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนในการขอติดตั้ง การตรวจสอบ และการเชื่อมต่อระบบผลิตไฟฟ้าเข้ากับโครงข่าย รวมถึงการขายไฟฟ้าคืน โดยกรณีไม่ขายไฟคืนและขอเชื่อมขนานกับระบบ ใช้เวลาดำเนินการ 7 วัน ส่วนกรณีขายไฟคืนใช้เวลาไม่เกิน 30 วัน…พร้อมกันนี้ PEA ยังขึ้นทะเบียนผู้ให้บริการติดตั้ง และตรวจสอบผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐานและมีความปลอดภัย เพื่อให้ประชาชนสามารถติดตั้ง Solar Rooftop ได้สะดวกรวดเร็วขึ้น...ด้านเทคโนโลยี PEA เตรียมนำ AI มาใช้ภายใต้แนวคิด “AI GOES” ทั้งการบริหารโครงข่าย การปฏิบัติงาน การเพิ่มประสิทธิภาพ การพัฒนาธุรกิจ และการให้บริการ เพื่อเพิ่มความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ขณะที่บริการประชาชนจะเดินหน้าผ่าน PEA Smart Plus และ PEA e-Service ครอบคลุมการชำระค่าไฟ ยื่นคำร้องออนไลน์ ตรวจสอบการใช้ไฟ รับ e-Bill และ e-Receipt รวมถึงการแจ้งเตือนกำหนดชำระค่าไฟและแผนดับไฟ…**บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ประกาศรับสมัครบุคคลเพื่อเข้ารับการคัดเลือกดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) คนใหม่ แทน ม.ล.ปีกทอง ทองใหญ่ ที่จะเกษียณอายุครบ 60 ปี ในช่วงต้นปี 2570 ลงนามโดยคณะกรรมการสรรหาประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)...สำหรับคุณสมบัติของผู้สมัคร กำหนดให้ต้องมีสัญชาติไทย อายุไม่เกิน 58 ปีบริบูรณ์ ในวันยื่นใบสมัคร ไม่เป็นกรรมการของ OR ในวันที่ยื่นใบสมัคร มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 ตรี และมาตรา 8 จัตวา วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.คุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2518 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมถึงมาตรา 68 แห่ง พ.ร.บ.บริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 และไม่มีลักษณะขาดความน่าไว้วางใจตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)...**
** กระบองเพชร **
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

