ฟาด 'วีระ' เลอะเทอะ ปมฟรีชเงินเดือนขรก. ลั่น ถ้าไม่รู้ว่าทำอะไรแล้วผลที่ตามมาเป็นอย่างไร เงียบ ๆ ไว้บ้างก็ได้

จากกรณีที่ นาย วีระ ธีระภัทรานนท์ ในฐานะ กมธ.วิสามัญฯ กล่าวในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญฯ พิจารณาเสร็จแล้ว ในวาระ 2 เป็นวันแรก ชงฟรีซเงินเดือน ขรก. 1-2 ปี เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา จนกลายเป็นวิพากษ์วิจารณ์สนั่นไปทั่วโลกออนไลน์
ล่าสุดวันนี้ 8 กันยายน 2569 นายสมภพ พอดี นักวิเคราะห์สถานการณ์สังคม โพสต์ภาพอินโฟกราฟิกจากสำนักข่าวชื่อดังแห่งหนึ่งพร้อมฟาด วีระ ธีรภัทรานนท์ ผ่านเฟซบุ๊ก Sompob Pordi โดยมีข้อความทั้งหมดระบุว่า "เลอะเทอะ คนในภาพปลากรอบเป็นเจ้าของคำพูดเลอะเทอะในภาพปลากรอบจริงๆ ผมได้ฟังแล้ว ผมเดาว่าที่เขาพูดแบบนี้เพราะเขาคิดว่าการที่ งบประมาณรายจ่ายรวมปี 2570 3.79 ล้าน ล้านบาท และรายจ่ายบุคลากรภาครัฐรวม 1.43 ล้าน ล้านบาท หรือ เกือบ 38% ของเงินงบประมาณรายจ่ายรวม เป็นวิกฤตเป็นปัญหายิ่งใหญ่ของประเทศไทยที่ไม่มีทางแก้ไขอื่นใดนอกจากนี้แล้ว
ซึ่งไม่เป็นความจริงเรามาดูกันดีกว่าว่าความเป็นจริงคืออะไร เอาล่ะนะ

+++++
- ราชการต่างจากบริษัทที่เป็นธุรกิจ บริษัทแสวงหาและทำกำไร ราชการไม่แสวงหาและไม่ทำกำไร เมื่อบริษัทมีกำไร บริษัทแจกโบนัสให้กับพนักงานและผู้บริหารเพิ่มจากเงินเดือนและสวัสดิการที่ได้รับตามใมข้อตกลง ราชการไม่มีกำไร ราชการไม่แจกโบนัสให้กับข้าราชการ เพิ่มจากเงินเดือนและสวัสดิการที่ได้รับตามข้อตกลง
- บริษัทที่ง่อนแง่นเซซวนจวนล้มละลายโดยทั่วไปมักจะมีกิจกรรมทางธุรกิจและธุรกรรมต่างๆลดลงมากไม่ว่าจะเป็นการผลิต การตลาด การขาย ฯ การไม่ปรับขึ้นเงินเดือนจึงไม่แปลกประหลาดอะไร งานของหน่วยงานราชการส่วนมากไม่ได้เป็นแบบนั้น คนป่วยไข้ตามโรงพยาบาลรัฐ ปัญหาสังคมและอาชญากรรม คดีความที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม ภัยคุกคามความมั่นคงสงบสุขทั้งภายนอกและภายใน กิจกรรมทางเศรษฐกิจ เช่นจำนวนโรงงาน การลงทุน การผลิตสินค้าที่มีกฎหมายควบคุม การค้า การลงทุนจากต่างประเทศ เพิ่มขึ้นแทบทุกวัน ปริมาณงานไม่ได้ลดลงเหมือนกับบริษัทที่กำลังจะล้มละลายถ้างดปรับขึ้นเงินเดือน แล้วข้าราชการเหล่านั้นตอบสนองด้วยการทำงานเท่าเดิม ไม่ทำมากขึ้นจนเกิดความเสียหาย คนที่กล้าแนะนำจะรับผิดชอบอย่างไร?
- ในเมื่อต่างกันชัดๆแบบนี้ เปรียบเทียบกันไม่ได้ แล้วจะอ้างว่าราชการควรไม่ปรับเงินเดือนแบบเดียวกับที่บริษัทมีปัญหาจะล้มละลายเพื่ออะไร? แค่ข้อนี้ข้อเดียวก็ควรตั้งโต๊ะขอโทษข้าราชการทั้งประเทศแล้ว
- ข้าราชการเขาทำงานแลกกับค่าตอบแทนที่เป็นเงินเดือนและสวัสดิการ ไม่ใช่อยู่เฉยๆแล้วได้รับสิ่งเหล่านี้ การไม่ปรับเงินเดือนราชการคือการลงโทษ หรืออย่างน้อยคือการเอาเปรียบข้าราชการที่เขาไม่ได้ทำอะไรผิดพลาด โดยเฉพาะข้าราชการผู้น้อยเงินเด่อนน้อยนิดที่มีจำนวนมาก เพราะเงินเฟ้อจะทำให้เงินจำนวนเดิมสามารถซื้อข้าวของได้น้อยลงในปีถัดๆไป การบริหารจัดการที่ดีจะไม่ทำแบบนี้ และการทำแบบนี้คือการบริหารจัดการที่เลว ไร้ความสามารถ และเห็นแก่ได้ นี่ควรต้องขอโทษด้วยนะ
- คนในหน่วยราชการไม่เหมือนกับและไม่ใช่ลูกจ้างบริษัท ข้าราชการจำนวนมากมีความรู้ความสามารถที่ภาคเอกชนต้องการ แต่พวกเขาเลือกรับราชการที่รายได้น้อยกว่ามากเพราะต้องการทำงานให้กับประชาชนและประเทศชาติในฐานะ ข้าราชการของแผ่นดิน นี่คือการเสียสละ ในขณะที่คนที่ไม่เคยเสียสละอะไรใช้วาทกรรมเรียกร้องให้ข้าราชการต้องเสียสละราวกับเป็นลูกจ้างของบริษัทเป็นการยัดเยียดภาระ สร้างประเด็นในสังคมที่คนส่วนใหญ่ไม่มีความรู้อะไรแรงเพื่อกดดันโดยระบบและข้าราชการโดยไม่คิดให้รอบคอบโดยไม่มีความจำเป็น ข้อนี้ควรกราบขอโทษข้าราชการด้วย
- ที่เขาพยายามสร้างความน่าเชื่อว่า ส่วนราชการต้องร่วมทุกข์ร่วมสุขกับประชาชน ก็ตลกดี เงินเดือนทีข้าราชการต้องใช้เลี้ยงชีพเลร้ยงครอบครัวไม่ใช่ของแจกของฟรีแบบเดียวกับของแจกของฟรีที่ปรนเปรอประชาชน ข้าราชการรับเงินเดือนแล้วก็จ่ายภาษีเงินได้ ในขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศนี้ไม่จ่ายภาษีเงินได้ ส่วนที่ลากเอาวิกฤตเศรษฐกิจปี 2527 และ 2540 มาทวงบุญคุณว่าข้าราชการไม่ได้ผลกระทบใดๆ ก็เป็นความเท็จ เพราะ วิกฤตลดค่าเงินบาท 2527 ทำให้รัฐบาลต้องแช่แข็งการปรับโครงสร้างบัญชีเงินเดือนข้าราชการ หรือ ไม่มีการปรับฐานเงินเดือนใหม่ เป็นเวลานานเกือบ 7 ปีเต็ม ส่วนวิกฤต 2540 ก็มีการตัดลดสวัสดิการต่างๆเช่น ค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทางไปปฏิบัติงานต่างจังหวัดถูกตัดลดลงราว 30% - 50% ทำให้ข้าราชการต้องออกเงินเองเพราะเบี้ยเลี้ยงไม่เพียงพอ
- ไม่ปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการหนึ่งหรือสองปีแล้วยังไง? แก้ปัญหาอะไรได้? ถ้าคิดเลขง่ายๆเป็นจะรู้ว่าไม่ได้ เพราะภายในหนึ่งหรือสองปี รายได้ของรัฐบาลจะไม่พุ่งสูงขึ้น เช่นเดียวกับรายจ่ายของรัฐบาลที่จะไม่ลดลงฮวบฮาบ ครบสองปีแก้ปัญหาไม่ได้แล้วจะแนะให้ไม่ปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการอีกกี่ปีเหรอ? ถ้าไม่รู้ว่าทำอะไรแล้วผลที่ตามมาเป็นอย่างไร แก้ปัญหาได้หรือไม่ จะเงียบๆไว้บ้างก็ได้นะ คนเราไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่องก็ได้
- คราวนี้มาดูกันว่า หากสัดส่วนค่าใช้จ่ายเงินเดือนและสวัสดิการที่ 37% กว่าๆของงบประมาณเป็นปัญหาจริงๆ ทำให้มีเงินลงทุนพัฒนาประเทศน้อยหรือไม่เต็มที่จริงๆ หรือต้องกู้เงินทุกปีจริงๆ ทางแก้ที่ต้องทำและทำได้เลยคือ
- เพิ่มรายได้ของรัฐบาลหรือเพิ่มการเก็บภาษี ปัจจุบันมีคนไทยที่ทำงานมีรายได้ 40 กว่าล้านคน แต่ทำยื่นแบบภงด.แค่ 11 ล้านคนและทำหน้าที่จ่ายภาษีแค่ 5 ล้านคน ซึ่งข้าราชการทั้งที่ยังทำงานอยู่และเกษียณอายุแล้วก็อยู่ในจำนวนนี้ ซึ่งรวมเป็นเงิน สี่แสนกว่าล้านบาท กวาดไอ้พวกเห็นแก่ตัวที่หลบ หลีก เลี่ยง 30 ล้านคนเข้าระบบก็จะเก็บภาษีได้เพิ่มอีกเป็นแสนๆล้าน ได้กวาดเอาเศรษฐกิจใต้ดินขึ้นมาบนดินหรือเข้าระบบภาษีให้ถูกต้องด้วย หรือจะเลือกใช้อัตราแวตเป็น 9 หรือ 10% แทน 7% ที่ตํ่าแทบจะที่สุดในโลกแทนก็ได้ หรือ
- ลด หรือ ยกเลิกประชานิยมโง่ๆที่ทำให้คนไทยจำนวนมากเสพติดจนเป็นง่อย ไม่พยายามช่วยตัวเอง รับผิดชอบต่อชีวิตของตนเองอย่าง รักษาพยาบาลฟรี เรียนฟรี บัตรคนจน ฯลฯ ทำตรงนี่จะมีเงินเอาไปใช้ลงทุนเพิ่มอีกปีละหลายๆแสนล้านบาท หรือ
- ทำทั้งสองอย่างไปด้วยกัน
ที่แกบอกว่า ....ข้าราชการคงไม่พอใจ แต่ผมพูดความจริง....ถึงตรงนี้น่าจะเห็นชัดๆแล้วว่าจริงหรือไม่ จริงแค่ไหน อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าคนที่มีหน้าที่และต้องรับผิดชอบ อย่างนายกฯ และรมว.คลัง คงไม่เอาคำแนะนำเลอะเทอะที่ให้งดปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการปีหรือสองปีไปปฏิบัติ เพราะเมื่อไม่นานมานี้ เจ้าของคำแนะนำที่ว่าพลาดรัวๆตั้งหลายเรื่องเช่น
- บ้านพักอุทยานแห่งชาติ
- ต้นสังกัดของช่างกลปทุมวันกับช่างก่อสร้างอุเทนถวาย
- เงินที่สำนักงานศาลเก็บรักษาสามหมื่นล้านบาท
แต่แกออกมาขอโทษสังคมที่เชื่อแกแค่เรื่องแรกเรื่องเดียว อีกสองเรื่องยังไม่ขอโทษใครทั้งนั้น ส่วนที่มีคนบอกผมว่า แกพูดว่า รัฐบาลควรเอาเงินนอกงบประมาณ 4 ล้าน ล้านบาทมาใช้ ผมไม่ได้ยินด้วยตัวเอง ก็เลยไม่เชื่อว่าแกพูดแบบนั้นจริง เพราะขืนรัฐบาลไหนเอามาใช้ได้ขึ้นศาลได้ติดตะรางแหงแก๋ เงินพวกนั้นส่วนใหญ่เป็นเงินของกบข. ของประกันสังคม ที่มีกฎหมายเฉพาะกำกับดูแลเพื่อเก็บรักษาไว้และตรวจสอบการใช้จ่ายอย่างดี ส่วนน้อยที่เป็นเงินทุนหมุนเวียน อย่างเช่น รายได้รพ.รัฐ หรือ มหาวิทยาลัย กองทุนนํ้ามันเชื้อเพลิง ก็มีกฎหมายกำหนดวัตถุประสงค์ชัดเจน รัฐบาลไหนก็ยักยอกหรืออุ๊บอิ๊บเอามาใช้จ่ายต่างๆหรือทำเป็นงบประมาณไม่ได้
+++++
ใครที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้วไม่เห็นด้วยและเข้าใจว่าผมเป็นข้าราชการที่กำลังปกป้องผลประโยชน์ของตัวเอง หรือมีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับราชการก็เลยต้องประจบสอพลอข้าราชการ คุณเข้าใจผิดครับ
ผมอยู่ภาคธุรกิจเอกชนที่ไม่ต้องหาประโยชน์จากการขายอะไรให้กับราชการไทยมาทั้งชีวิตนานกว่า 30 ปี เลิกทำมาจวน 10 ปีแล้วเมื่อตอนอายุ 53 ขวบ เพราะพอแล้ว ผมรังเกียจการหาคะแนนนิยมด้วยการพูด โดยเฉพาะการโกหกบิดเบือน และผมไม่จำเป็นต้องสอพลอใคร
ถ้าไม่เห็นด้วยก็เอาความจริง เอาข้อเท็จจริง เอาตัวเลขสถิติมาโต้แย้งกันได้ ถ้าคุณพิสูจน์ได้ว่า คำไหน ประโยคไหน ย่อหน้าไหนของโพสต์นี้เป็นความเท็จหรือไม่จริง ผมจะลบโพสต์นี้ทิ้งให้ละกัน"

ไม่เพียงแค่นี้เจ้าตัวยังได้เข้าไปคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นใต้โพสต์ของตนเองเพิ่มเติมอีกว่า "ใครอยากรู้ว่าประเทศไทยมีข้าราชการจำนวนมากเกินไปจริงหรือไม่ สามารถเปิดอ่านจากลิ้งค์นี้ได้ครับ
https://www.facebook.com/share/p/1LudFKwFmz/"

หลังจากที่โพสต์ของ สมภพ พอดี เผยแพร่ลงมาบนโลกโซเชียล ทำเอาชาวเน็ตต่างก็เข้ามาคอมเมนต์แสดดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก เช่น
"ไม่เข้าใจทำไมชอบเรียกคนนี้ว่าอาจารย์ ดูแล้วไม่ค่อยเข้านิยาม ตาม สำนักงานราชบัณฑิตยสภา คำว่า "อาจารย์" หมายถึง ผู้สั่งสอนวิชาความรู้ และใช้เรียกนำหน้าชื่อเพื่อแสดงความยกย่อง ความหมายและรากศัพท์ความหมายหลัก: “ผู้สั่งสอนวิชาความรู้; คําที่ใช้เรียกนําหน้าชื่อบุคคลเพื่อแสดงความยกย่องว่ามีความรู้ในทางใดทางหนึ่ง"
"คนกล้าหาญก็อย่างหนึ่ง คนมีความรู้ก็อย่างหนึ่ง คนสู่รู้ก็อย่างหนึ่ง ใครอยากเปิดเร่เข้ามา สมภพ ส.ลูกสวน ไหว้ครูเสร็จแล้ว"
"เหมือนเขาร่วมแคมเปญปั่นข่าว 1. อจ.มธ. ตีโป่งว่า จ้างขรก. 1 คน ใช้เงิน 40 ล้านบาท 2. สว.วีระ ฯ ปั่นเรื่องงบขาดดุล และให้งดขึ้นเงินเดือน ขรก. คงมีคนอื่นเล่นตามอีก"
"แกเป็นแค่กรรมาธิการ ไม่ใช่สว."
"ข้อ 1 และข้อ 2 นั้นเห็นด้วยอย่างยิ่ง เขายังไม่เข้าใจกลไกในการทำงาน ในภาคราชการ และการดำเนินกิจการอย่างแท้จริง ( ข้าราชการห่วยๆก็มีอันนี้ต้องแยกไว้อีกประเด็นหนึ่ง) ผมแปลกใจว่าคนในภาพประกอบทำไมไม่เสนอให้รัฐบาลยกเลิกโครงการโง่ๆ หรือไปหาทาง ประหยัดพวกประมาณจาก การใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือย เกินความจำเป็น หรือการทุจริต ที่เป็นรากเหง้าของปัญหางบประมาณ"
"MVP"
"เขาคำนวน ข้าราชการ1 คน ใช้งบ 40 ล้าน นี่หมายถึง ข้าราชการที่ทำงานไม่ต่ำกว่า 15 ปี แต่ บางอาชีพ ทำงานสี่ปี ใช้งบ เฉพาะเงินเดือน 5 ล้านกว่า ไม่รวมเบี้ยประชุมในเวลาราชการด้วย"
"อันนี้เขาเลอะเทอะจริงๆครับ"
""ขาดทุนคือกำไร" เป็นหนึ่งในปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานไว้ ไม่ได้หมายถึงให้ทำธุรกิจแล้วเจ๊งนะ แต่หมายถึงมุมมองกำไรที่ลึกกว่าตัวเลขในบัญชี"
"
ขอบคุณข้อมูลครับ อย่างน้อยก็มีกำลังใจในการทำงานต่อไปครับ จากข้าราชการผู้น้อย"






ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก เฟซบุ๊ก Sompob Pordi
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

