เปิดฉากงาน “บางกอกเจมส์” ครั้งที่ 74

นางสาวกิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีเปิดงานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ ครั้งที่ 74 หรือ The 74th Bangkok Gems and Jewelry Fair ซึ่งจัดโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ร่วมกับสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT พร้อมแรงสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสมาคมการค้าสำคัญในอุตสาหกรรมรวม 17 องค์กร เพื่อผลักดันศักยภาพผู้ประกอบการไทย ขยายโอกาสทางการค้า และสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรจากทั่วโลก
การจัดงานครั้งนี้ครอบคลุมพื้นที่ชั้น G และ LG ฮอลล์ 1–8 รวมถึง Plenary Hall 1–3 ของศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยการรวมตัวของผู้ประกอบการจำนวนมากทำให้บางกอกเจมส์เป็นเวทีสำคัญสำหรับการพบปะคู่ค้า เจรจาธุรกิจ และสำรวจทิศทางความต้องการของตลาด ผู้ซื้อสามารถเลือกชมสินค้าและพูดคุยกับผู้ประกอบการได้โดยตรง ขณะที่ผู้ผลิตและนักออกแบบมีโอกาสนำเสนอจุดแข็งของตนเอง สร้างการรับรู้ และต่อยอดความสัมพันธ์ไปสู่ความร่วมมือทางธุรกิจหลังจบงาน
นางสาวกิริฎากล่าวถึงจุดแข็งของประเทศไทยว่า ไทยได้รับการยอมรับในฐานะหนึ่งในศูนย์กลางการค้าอัญมณีและเครื่องประดับชั้นนำของโลก โดยเป็นผู้ส่งออกพลอยสีที่เจียระไนแล้วอันดับหนึ่งของโลก และเป็นผู้ส่งออกเครื่องประดับเงินอันดับสองของโลก ความโดดเด่นดังกล่าวสะท้อนทั้งคุณภาพสินค้า ความเชี่ยวชาญในการผลิต และเครือข่ายการค้าระหว่างประเทศที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้ากับตลาดสำคัญทั่วโลก ซึ่งล้วนเป็นรากฐานในการพัฒนาอุตสาหกรรมให้เติบโตต่อไป
กระทรวงพาณิชย์มุ่งต่อยอดความได้เปรียบเหล่านี้ด้วยการพัฒนาประเทศไทยให้เป็นเวทีการค้าระดับโลกที่เปิดกว้างและเชื่อถือได้ ภายใต้แนวคิด “ตลาดนำการผลิต” โดยใช้งานบางกอกเจมส์เป็นกลไกเชื่อมผู้ผลิต ผู้ค้า นักออกแบบ ผู้ซื้อ และพันธมิตรทางธุรกิจให้ได้พบกันโดยตรง แนวทางนี้เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรับฟังความต้องการของตลาด และนำข้อมูลจากการพูดคุยกับคู่ค้าไปประกอบการพัฒนาสินค้า ทั้งด้านรูปแบบ คุณภาพ และการนำเสนอ เพื่อให้ตอบโจทย์ผู้ซื้อได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาในปีนี้คือการเปิดตัว “The Designer Zone” โซนใหม่ที่ให้ความสำคัญกับพลังของการออกแบบและความคิดสร้างสรรค์ โดยเปิดพื้นที่ให้ดีไซเนอร์รุ่นใหม่ได้แสดงผลงานและพบกับผู้ผลิตตัวจริง ตลอดจนผู้ซื้อจากทั่วโลก โซนดังกล่าวจึงเป็นโอกาสในการเชื่อมแนวคิดสร้างสรรค์เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านการผลิต และต่อยอดผลงานออกแบบไปสู่โอกาสทางการค้า สำหรับอุตสาหกรรมที่ความงาม เอกลักษณ์ และเรื่องราวของชิ้นงานมีส่วนต่อการตัดสินใจซื้อ การสร้างพื้นที่ให้ผู้มีความสามารถรุ่นใหม่เข้าถึงเครือข่ายธุรกิจย่อมช่วยเพิ่มโอกาสในการพัฒนาสินค้าที่แตกต่างและมีมูลค่าสูงขึ้น
ภายในงานยังมีนิทรรศการ “The Craft of Brilliance” ถ่ายทอดประวัติศาสตร์การรังสรรค์อัญมณีและเครื่องประดับของไทย เปิดมุมมองให้ผู้เข้าชมได้เห็นคุณค่าของงานฝีมือและความเชี่ยวชาญเบื้องหลังชิ้นงาน ควบคู่กับนิทรรศการ “The Ones to Watch” ซึ่งนำเสนอผลงานสร้างสรรค์ของดีไซเนอร์รุ่นใหม่จากผู้เข้าแข่งขันรายการเรียลลิตี้ The Secret Gems “เฟ้นหาสุดยอดนักสร้างสรรค์เครื่องประดับไทย” สะท้อนการส่งต่อองค์ความรู้และการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์จากรากฐานงานช่างไทยสู่ผลงานร่วมสมัย
นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมงานยังสามารถต่อยอดโอกาสทางธุรกิจผ่านกิจกรรม Networking Reception ซึ่งเปิดพื้นที่สำหรับการพบปะและสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการและพันธมิตร พร้อมบริการตรวจสอบอัญมณีโดย GIT และกิจกรรมสัมมนาให้ความรู้ในประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม องค์ประกอบเหล่านี้ช่วยให้งานครอบคลุมทั้งการซื้อขาย การแลกเปลี่ยนความรู้ และการสร้างความเชื่อมั่น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของธุรกิจที่คุณภาพและความน่าเชื่อถือมีผลต่อความสัมพันธ์กับคู่ค้าในระยะยาว
เป้าหมายมูลค่าการค้ากว่า 160 ล้านดอลลาร์สหรัฐในครั้งนี้จึงเป็นตัวเลขที่น่าติดตาม ควบคู่กับโอกาสที่จะเกิดขึ้นจากการพบคู่ค้าใหม่ การขยายตลาด และการพัฒนาความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการไทยกับต่างประเทศ โดยงานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ ครั้งที่ 74 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8–12 กันยายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ชั้น G และ LG ฮอลล์ 1–8 และ Plenary Hall 1–3 เป็นเวทีสำคัญในการนำเสนอทั้งศักยภาพการค้า ฝีมือการผลิต และความคิดสร้างสรรค์ของอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยสู่สายตานานาชาติ

