ผ่าแผนPDP2026 ล็อก‘ค่าไฟ’เฉลี่ย3.88บาท

นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวเปิดการสัมมนารับฟังความคิดเห็นต่อร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ.2569-2593 (PDP 2026) เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 ว่า หัวใจสำคัญของแผนฉบับนี้คือการตอบโจทย์ “พลังงานสะอาด” และมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero เพื่อดึงดูดการค้าและการลงทุนจากต่างประเทศ เนื่องจากปัจจุบันบริษัทชั้นนำทั่วโลกให้ความสำคัญกับสินค้าที่เป็น Low Carbon และไม่มีคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในห่วงโซ่การผลิต
หนึ่งในความท้าทายใหม่คือความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะจากกลุ่มดาต้า เซ็นเตอร์ (Data Center) และรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งปัจจุบันมียอดแจ้งความประสงค์ขอใช้ไฟฟ้าเข้ามาสูงถึง 22,000-30,000 เมกะวัตต์ ซึ่งภาครัฐอาจต้องคัดกรอง Data Center ที่เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศจริงๆ เช่น กลุ่ม AI Industry Foundation ในด้านกำลังผลิตในระยะสั้นไทยมีระดับสำรองไฟฟ้า (Reserve Margin) ที่เพียงพอ 25% แต่สิ่งที่ต้องเร่งพัฒนาคือระบบส่งและสายจำหน่ายเพื่อรองรับการขยายตัวที่รวดเร็ว คาดว่าอาจต้องใช้เงินลงทุนสูงถึง 3-7 แสนล้านบาทในการปรับปรุงระบบโครงข่ายไฟฟ้า (Smart Grid)
นอกจากนี้เพื่อให้เกิดความมั่นคงด้านพลังงานที่สามารถจ่ายไฟได้ตลอด 24 ชั่วโมง แผน PDP 2026 จึงได้บรรจุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR - Small Modular Reactor) เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทางเลือกหลัก โดยตามแผนคาดการณ์ว่าจะมีกำลังผลิตรวมสูงสุดถึง 9,000 เมกะวัตต์ภายใน ค.ศ.2050
สำหรับทิศทางราคาค่าไฟฟ้าภายใต้สมมติฐานปัจจุบัน รวมถึงสัดส่วนเชื้อเพลิงผสมผสาน (Fuel Mix) ตั้งเป้าจะควบคุมค่าไฟฟ้าเฉลี่ยตลอดแผนให้ไม่เกิน 3.88 บาทต่อหน่วย แต่ผู้ประกอบการที่ต้องการไฟฟ้าสะอาดคุณภาพสูง (Premium Clean Energy) เช่น Data Center อาจต้องยอมรับโครงสร้างราคาที่สะท้อนต้นทุนการผลิตที่แท้จริง ซึ่งอาจสูงกว่าภาคประชาชนทั่วไป
“แผน PDP 2026 ยังต้องตอบโจทย์เรื่องการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 หากเราทำไม่ได้ การค้าการลงทุนจากต่างประเทศจะได้รับผลกระทบ โดยแผน PDP 2026 จะต้องพร้อมปรับเปลี่ยนทุก 2-3 ปีตามสถานการณ์เทคโนโลยีและเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป” นายประเสริฐ กล่าว
นายประเสริฐ กล่าวอีกว่า หนึ่งในประเด็นสำคัญของร่างแผน PDP ฉบับใหม่ คือ นโยบายเปิดเสรีภาคไฟฟ้า โดยคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ได้ให้แนวทางในการขยายสัดส่วนการซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) จากเดิม 2,000 เมกะวัตต์ ให้ครอบคลุมไม่เพียงแต่ Data Center เท่านั้น แต่ยังเปิดกว้างให้ภาคอุตสาหกรรมที่ต้องการพลังงานสะอาดสามารถเข้าถึงได้ นอกจากนี้จะส่งเสริม Third Party Access (TPA) เพื่อเปิดให้ใช้โครงข่ายไฟฟ้าของรัฐในการส่งจ่ายไฟฟ้า และส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปในภาคครัวเรือน
“แผน PDP 2026 เป็นแผนของคนไทยทุกคน กระบวนการรับฟังความคิดเห็นจะดำเนินไปหลังจากนี้อีก 1 สัปดาห์ ก่อนเสนอ กพช. และคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่ออนุมัติต่อไป คาดว่าจะแล้วเสร็จ 1-2 เดือนนี้” นายประเสริฐ กล่าว
ด้านนายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าวว่า การเปิดรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชนต่อร่างแผน PDP 2026 เพื่อพิจารณาเลือกฉากทัศน์ (Scenario) ที่เหมาะสมที่สุด โดยแผน PDP ใหม่มุ่งตอบโจทย์เป้าหมายการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ในภาคพลังงานของประเทศลงเหลือ 19 ล้านตัน จากระดับปกติที่คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 121 ล้านตัน
“คาดว่าอัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยตลอดแผนจะอยู่ที่ประมาณ 3.88 บาทต่อหน่วย แต่อาจมีการปรับทบทวนตามนโยบายและปัจจัยแวดล้อม ช่วงปลายแผนอาจขยับไปอยู่ที่ 4.50-4.60 บาทต่อหน่วย” นายวัฒนพงษ์ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

