ดัชนีเชื่อมั่นฯส.ค.69เพิ่มขึ้น จับตาก.ย.-ต.ค.จุดเปลี่ยนเศรษฐกิจ

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เดือนสิงหาคม 2569 อยู่ที่ระดับ 53.2 ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 และสูงสุดในรอบ 6 เดือน นับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นของประชาชนเริ่มฟื้นตัว หลังความกังวลต่อภาวะสงครามและเศรษฐกิจโลกผ่อนคลายลง ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยโดยรวม อยู่ที่ระดับ 46.6 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสในการหางาน อยู่ที่ระดับ 50.9 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคต อยู่ที่ระดับ 62.1 โดยดัชนีทุกรายการปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 เช่นเดียวกัน
สำหรับปัจจัยหลักที่ช่วยหนุนความเชื่อมั่น มาจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ที่เริ่มคลี่คลาย ทำให้ราคาน้ำมันตลาดโลกและในไทยยังไม่ปรับขึ้นรุนแรง ประกอบกับรัฐบาลเดินหน้ามาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 และราคาพืชผลเกษตรสำคัญหลายรายการอยู่ในระดับสูงกว่าปี 2568 ซึ่งช่วยเพิ่มกำลังซื้อของผู้บริโภคและสร้างผลเชิงบวกต่อบรรยากาศภาวะเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ด้านการท่องเที่ยวในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมเริ่มฟื้นตัวชัดเจน หลังชะลอลงในเดือนมิถุนายน ด้านการส่งออกยังขยายตัวเกือบ 20% ขณะที่การลงทุนภาคเอกชน โดยเฉพาะเงินลงทุนจากต่างประเทศในกลุ่มเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมทั่วไปยังไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง ด้านการลงทุนภาครัฐในช่วงครึ่งปีแรก 2569 มีมูลค่าประมาณ 5 แสนล้านบาท ขณะที่มาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส” มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 1.4 แสนล้านบาท ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งมีส่วนช่วยพยุงกำลังซื้อและสร้างแรงส่งต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
“แม้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้น แต่ดัชนีส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับต่ำ สะท้อนว่าประชาชนยังมองว่าเศรษฐกิจไทยไม่ได้ฟื้นตัวอย่างชัดเจน เพียงแต่เริ่มเห็นสัญญาณในทิศทางที่ดีขึ้น โดยผู้บริโภคเริ่มมีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อการซื้อรถยนต์ ที่อยู่อาศัย การเดินทางท่องเที่ยว รวมถึงโอกาสทางธุรกิจของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี”นายธนวรรธน์ กล่าว
อย่างไรก็ตามปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด คือ สถานการณ์การเมืองและราคาน้ำมัน โดยดัชนีความเชื่อมั่นด้านสถานการณ์การเมือง เดือนสิงหาคม 2569 ปรับตัวลดลงทั้งในมุมมองปัจจุบันและอนาคต จากความกังวลเรื่องการเปลี่ยนขั้วรัฐบาล การยุบสภา ตลอดจนคดีความต่างๆ ที่อาจกระทบต่อพรรคแกนนำและพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งอาจส่งผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาล และความต่อเนื่องของนโยบายภาครัฐ
ในขณะเดียวกันราคาน้ำมันตลาดโลกเริ่มขยับเข้าใกล้ระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 95 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล จากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่วนราคาน้ำมันในไทยแตะระดับ 40 บาท/ลิตร หากสถานการณ์ยืดเยื้อ มีความเสี่ยงที่ราคาน้ำมันจะทรงตัวในระดับสูงหรือปรับขึ้นอีก ซึ่งจะเพิ่มแรงกดดันต่อต้นทุนภาคธุรกิจ กำลังซื้อ และกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยเดือนกันยายน-ตุลาคมจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเศรษฐกิจไทยว่าจะฟื้นตัวต่อเนื่องหรือสะดุดลงอีกครั้ง ต้องจับตาทั้งทิศทางสงครามในตะวนออกกลาง ราคาน้ำมัน การเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทนไทย-สหรัฐฯ (ART) และสถานการณ์การเมืองในประเทศ
สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย พบว่า ดัชนีโดยรวมปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ในรอบ 6 เดือน ขณะที่ดัชนีสถานการณ์ปัจจุบันปรับตัวดีขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 6 เดือน และดัชนีคาดการณ์ในอนาคตปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 อย่างไรก็ตามดัชนีภาคธุรกิจยังต่ำกว่าเดือนมีนาคม โดยดัชนีสถานการณ์ปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 36 เทียบกับระดับ 38 ในเดือนมีนาคม ดัชนีอนาคตอยู่ที่ระดับ 47 เทียบกับระดับ 48 ในเดือนมีนาคม และดัชนีรวมอยู่ที่ระดับ 41.8 เทียบกับระดับ 43.3 ในเดือนมีนาคม สะท้อนว่าภาคธุรกิจยังไม่ได้รับรู้ถึงการฟื้นตัวชัดเจนเท่าภาคผู้บริโภคที่ได้รับแรงหนุนโดยตรงจาก“ไทยช่วยไทยพลัส”
“ภาพรวมเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ แต่ผู้บริโภคและภาคธุรกิจเริ่มเห็นความหวัง โดยเฉพาะการลงทุนและการท่องเที่ยว ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในระยะต่อไป ขณะที่การจ้างงานมีโอกาสกลับมาดีขึ้นในช่วงไตรมาสแรกปี 2570 ทั้งนี้หากรัฐบาลสามารถเดินหน้านโยบายปรับโครงสร้างพลังงาน รวมถึงการใช้ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท โดยเฉพาะวงเงิน 2 แสนล้านบาท ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับพลังงานได้อย่างชัดเจน ควบคู่กับการต่อเนื่องของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงเร่งเบิกจ่ายงบประมาณปี 2570 จะช่วยประคองแรงส่งทางเศรษฐกิจให้ต่อเนื่องได้”นายธนวรรธน์ กล่าว
ทั้งนี้เศรษฐกิจไทยช่วงครึ่งปีแรก 2569 ขยายตัวเฉลี่ย 2.4% โดยไตรมาสแรกขยายตัว 2.8% ไตรมาส 2 ขยายตัว 1.9% ขณะที่หลายหน่วยงานยังประเมินเศรษฐกิจไทยทั้งปี 2569 ไว้ในกรอบ 2.2-2.5% ซึ่งศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มองว่าหากปัจจัยบวกยังสนับสนุนต่อเนื่อง เศรษฐกิจไทยมีโอกาสขยายตัวแตะ 2.5% หรือสูงกว่า จากค่ากลางที่ประเมินใกล้เคียง 2.3% โดยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยจะประกาศปรับประมาณการเศรษฐกิจอย่างเป็นทางการในวันที่ 10 กันยายน 2569
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

