MTC เตรียมเสนอขายหุ้นกู้เพื่อพัฒนาสังคม คาดเปิดจองซื้อ 27 - 29 ต.ค.นี้

บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ” หรือ “MTC”) ผู้นำธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถในประเทศไทย เตรียมเสนอขายหุ้นกู้เพื่อพัฒนาสังคม (Social Bond) จำนวน 4 ชุด โดยนับเป็นการเสนอขาย Social Bond สกุลเงินบาทครั้งแรกของกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจการเงินที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non-Bank Financial Institutions: NBFIs) ให้แก่ผู้ลงทุนทั่วไป (Public Offering) ในประเทศไทย คาดว่าเปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 27 - 29 ตุลาคม พ.ศ. 2569 หุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ “A-(tha)” โดยบริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อวันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2569 สะท้อนความแข็งแกร่งทางการเงินของบริษัทฯ
นายปริทัศน์ พัชรชัย ประธานกรรมการบริหาร เปิดเผยว่า การเตรียมออกและเสนอขายหุ้นกู้เพื่อพัฒนาสังคม (Social Bond) ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ให้แก่ผู้ลงทุนทั่วไปในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการแหล่งเงินทุนของบริษัทฯ เพื่อกระจายอายุเฉลี่ยของหนี้สินและรองรับการเติบโตอย่างต่อเนื่องของพอร์ตสินเชื่อของบริษัทฯ โดยบริษัทฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเงินที่ได้รับไปใช้เป็นแหล่งเงินทุนสำหรับการปล่อยสินเชื่อตามกรอบตราสารหนี้เพื่อสังคม (Social Bond) ของบริษัทฯ เพื่อสนับสนุนโครงการที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและชุมชน
ทั้งนี้ บริษัทฯ อยู่ระหว่างยื่นแบบแสดงรายงานข้อมูลการเสนอขายตราสารหนี้และร่างหนังสือชี้ชวน ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) โดยหุ้นกู้ที่เสนอขายในครั้งนี้จำนวน 4 ชุด มีรายละเอียดดังนี้
-หุ้นกู้ชุดที่ 1 อายุ 2 ปี 10 เดือน 5 วัน อัตราดอกเบี้ยคงที่ [2.65]% ต่อปี
-หุ้นกู้ชุดที่ 2 อายุ 5 ปี 26 วัน อัตราดอกเบี้ยคงที่ [3.00]% ต่อปี
-หุ้นกู้ชุดที่ 3 อายุ 7 ปี 29 วัน อัตราดอกเบี้ยคงที่ [3.45 – 3.55]% ต่อปี และ
-หุ้นกู้ชุดที่ 4 อายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ [3.90 – 4.00]% ต่อปี
กำหนดชำระดอกเบี้ยทุก ๆ 3 เดือน ตลอดอายุหุ้นกู้ เว้นดอกเบี้ยงวดสุดท้ายจะชำระในวันครบกำหนดไถ่ถอนของหุ้นกู้แต่ละชุด จองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท สำหรับผู้ลงทุนทั่วไป
นายปริทัศน์ พัชรชัย กล่าวว่า ในปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อที่ร้อยละ 8 - 10 ทั้งนี้ ณ วันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569 บริษัทฯ มีสินเชื่อคงค้างจำนวน 188,699 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.95 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.56 จากไตรมาสก่อนหน้า โดยบริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดย ณ ปัจจุบันมีสาขารวมทั้งสิ้น 8,906 สาขาทั่วประเทศ และตั้งเป้าขยายให้ครบ 9,000 สาขาภายในสิ้นปี 2569 ในด้านของผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม 8,127 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1,905 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.70 และร้อยละ 15.66 ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 23.44 จากร้อยละ 21.83 ในไตรมาส 2 ปี 2568 ในขณะที่งวด 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม 16,064 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 3,728 ล้านบาท
“เมืองไทย แคปปิตอล มุ่งดำเนินธุรกิจไมโครไฟแนนซ์เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยและประชาชนทั่วไปเข้าถึงบริการทางการเงินได้มากขึ้น ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาลและรับผิดชอบต่อสังคม ตามมาตรฐานสากล เน้นย้ำบทบาทของ MTC ในฐานะผู้นำธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ระดับโลก” นายปริทัศน์ กล่าว
สำหรับผู้ลงทุนทั่วไปที่สนใจจองซื้อหุ้นกู้ MTC สามารถจองซื้อจำนวนขั้นต่ำ 100,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท และสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.sec.or.th หรือติดต่อผ่านสถาบันการเงินซึ่งเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ ดังนี้
1.ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (ยกเว้นสาขาไมโคร) (โดยบุคคลธรรมดาสามารถจองซื้อทางออนไลน์ผ่าน Bangkok Bank Mobile Banking)
2.ธนาคารกสิกรไทย (โดยบุคคลธรรมดาสามารถจองซื้อทางออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน K PLUS) (ซึ่งรวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะหน่วยงานขายของธนาคารกสิกรไทย)
3.ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) (โดยบุคคลธรรมดาสามารถจองซื้อทางออนไลน์ผ่าน Mobile Application - CIMB THAI)
4.ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา หรือจองซื้อทางออนไลน์ผ่านแอป SCB EASY และรวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ในฐานะหน่วยงานขายของธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

