ยศชนัน ลุย 4 มาตรการ ยุติขัดแย้งอุเทนถวาย-ปทุมวัน สั่งงดใช้พื้นที่พิพาทอย่างน้อย 3 เดือน เร่งจัดพื้นที่เรียนใหม่

"ยศชนัน"เดินหน้า 4 มาตรการ ยุติขัดแย้ง"อุเทนถวาย-ปทุมวัน" สั่งงดใช้พื้นที่พิพาทอย่างน้อย 3 เดือน เร่งจัดพื้นที่เรียนใหม่ พร้อมวางแผนเปลี่ยนผ่านพื้นที่เดิมสู่พื้นที่แห่งนวัตกรรม เปิดกว้างให้ประชาชนใช้ประโยชน์ ย้ำความปลอดภัย-คุณภาพการศึกษา 2 สถาบันต้องไม่สะดุด เผยต้องเร่งแก้เพราะพื้นที่สยาม-ปทุมวัน กระทบความมั่นคง ภาพลักษณ์ ความเชื่อมั่นของไทย
9 กันยายน 2569 ที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มีการประชุมหารือเกี่ยวกับการจัดการพื้นที่การจัดการศึกษามหิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย โดยมี ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กระทรวง อว.เป็นประธานและมี ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รศ.ดร.ฤกษ์ชัย ฟูประทีปศิริ อธิการบดีมหิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก รศ.ดร.เสถียร ธัญญศรีรัตน์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น.) พล.ต.ต.ชรินทร์ โกพัฒน์ตา รอง ผบช.น. (น.6) พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น.(น.1-2)พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น.(เทพนคร 1) พ.ต.อ.เอกภพ ตันประยูร รอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.ธรา แปงเครื่อง รอง ผบก.น.6 พ.ต.อ.นริศ ปรารถนาพรรอง ผบก.น.6 พ.ต.อ.ศิริชาติ จันทร์พรมมา ผกก.สน.ปทุมวัน พ.ต.อ.เชิดศักดิ์ รอดเข็มผกก.สส.บก.น.6 รวมทั้งหน่วยงานและฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ที่ห้องประชุมชั้น 4 อาคารพระจอมเกล้า สำนักงานปลัดกระทรวง อว. โดยใช้เวลาในการประชุมประมาณ 45 นาที
จากนั้น ศ.ดร.ยศชนัน แถลงผลการประชุมว่า การหารือครั้งนี้เป็นการสานต่อแนวทางที่ทุกฝ่ายได้พูดคุยและดำเนินการร่วมกันมาแล้ว โดยไม่ได้เป็นการทับซ้อนหรือยกเลิกคำสั่งหรือแนวทางเดิม แต่ต้องการทำให้สิ่งที่ได้ตกลงกันไว้สามารถเดินหน้าได้รวดเร็วและเป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยเฉพาะการพิจารณาประเด็นด้านกฎหมาย ความมั่นคง และความปลอดภัย เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามหลักเกณฑ์และกรอบเวลาที่ชัดเจน เนื่องจากเรื่องนี้ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาของ 2 สถาบัน แต่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง ภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่ปทุมวันและสยาม ซึ่งเป็นทั้งพื้นที่เศรษฐกิจ พื้นที่ท่องเที่ยว พื้นที่การศึกษาและพื้นที่ที่เยาวชนเข้ามาใช้ชีวิตร่วมกัน ดังนั้น ความปลอดภัยจึงเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องให้ความสำคัญอย่างใกล้ชิด
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวต่อว่า จากการหารือร่วมกับผู้บริหารของทั้งสองสถาบัน ได้กำหนดแนวทางดำเนินการต่อจากนี้ 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ ประเด็นที่ 1 งดจัดการเรียนการสอนในพื้นที่พิพาทอย่างน้อย 3 เดือน โดยจะดำเนินการทันทีนับตั้งแต่วันที่ 9 ก.ย.นี้เป็นต้นไป โดย กระทรวง อว.จะออกคำสั่งให้ทั้ง 2 สถาบันปฎิบัติตาม เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้กับนักศึกษา บุคลากร และประชาชนในพื้นที่ ทั้งนี้ หากการเปลี่ยนผ่านด้านพื้นที่ยังไม่แล้วเสร็จ จะยังคงงดการเข้าใช้พื้นที่พิพาทต่อไป ขณะเดียวกัน ผู้บริหารทั้ง 2สถาบันจะต้องจัดรูปแบบการเรียนการสอนที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้มาตรการด้านความปลอดภัยส่งผลกระทบต่อคุณภาพการศึกษาของนักศึกษา
ประเด็นที่ 2 เร่งจัดพื้นที่ใหม่ให้อุเทนถวาย โดยมอบหมายให้ผู้บริหารมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออกจัดเตรียมพื้นที่ใหม่ที่ไม่อยู่ในพื้นที่พิพาท และเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในช่วงเวลา 3 เดือนที่กำหนด เพื่อให้สามารถย้ายการจัดการเรียนการสอนไปยังพื้นที่ใหม่ได้ หากยังไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จได้ภายในกรอบเวลาดังกล่าว จะต้องพิจารณาขยายระยะเวลาการงดใช้พื้นที่พิพาทออกไป เพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงต่อความปลอดภัย
ประเด็นที่ 3 ให้สถาบันเทคโนโลยีปทุมวันจัดทำแผนการเปลี่ยนผ่าน (Transition Plan) ด้วย โดยนอกจากการปฏิบัติตามมาตรการงดใช้พื้นที่ในช่วง 3 เดือน ยังต้องเตรียมความพร้อมในระยะยาวด้วย สำหรับการเปลี่ยนผ่านด้านพื้นที่หากมีความจำเป็นในอนาคต โดยไม่กระทบต่อการจัดการศึกษา
ประเด็นที่ 4 พัฒนาพื้นที่เดิมให้เป็นพื้นที่ด้านการศึกษา อุตสาหกรรม และนวัตกรรม โดยพื้นที่ปัจจุบันที่อุเทนถวายใช้งาน ซึ่งเป็นพื้นที่ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยืนยันจะไม่ใช้พื้นที่ดังกล่าวในเชิงการค้าหรือเชิงพาณิชย์ แต่จะรักษาแนวคิดให้เป็นพื้นที่อุตสาหกรรมและนวัตกรรม เปิดโอกาสให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและประชาชน ทั้งนี้ จะมีการจัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาพื้นที่เพื่อรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมจากสถาบันที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางบริหารจัดการพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยกระทรวง อว.จะร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในการบริหารจัดการพื้นที่ดังกล่าวให้ยังคงมีบทบาทเป็นพื้นที่ด้านการศึกษา การพัฒนาอุตสาหกรรม และนวัตกรรมต่อไป
“ในระหว่างการเปลี่ยนผ่านจะมีการดูแลด้านความปลอดภัยอย่างเข้มข้น โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกองบัญชาการตำรวจนครบาลจะเข้ามาดูแลพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักศึกษา ประชาชน และนักท่องเที่ยวว่า พื้นที่สยามและปทุมวันซึ่งเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของประเทศจะเป็นพื้นที่ที่ทุกคนสามารถเข้ามาใช้ชีวิตและเดินทางได้อย่างปลอดภัย โดยสิ่งที่เราต้องการเห็นคือการยุติข้อพิพาทอย่างยั่งยืน ไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า วันนี้เราจึงต้องใช้กฎหมายและหลักเกณฑ์ที่มีอยู่เป็นกรอบในการดำเนินการ พร้อมกำหนดหน้าที่และกรอบเวลาของแต่ละฝ่ายให้ชัดเจน เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถเดินหน้าไปพร้อมกันได้” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวและว่า
สำหรับประเด็นด้านคุณภาพการศึกษา ศ.ดร.ยศชนัน ย้ำว่า กระทรวง อว. จะดูแลทั้ง 2 สถาบันอย่างเต็มที่ ไม่ว่าการจัดการเรียนการสอนจะอยู่ในพื้นที่ใด โดยจะสนับสนุนเครื่องมือและทรัพยากรที่จำเป็น เพื่อไม่ให้การเปลี่ยนแปลงด้านพื้นที่กระทบต่อคุณภาพการศึกษาและการเรียนรู้ของนักศึกษา พร้อมทั้งรักษาเกียรติและศักดิ์ศรีของทั้งสองสถาบัน ทั้งศิษย์เก่าและนักศึกษาปัจจุบัน
“เป้าหมายของเราคือทำให้ทุกฝ่ายสามารถเดินหน้าต่อไปได้พร้อมกัน ทั้งในเรื่องความปลอดภัย การยุติข้อพิพาท และการพัฒนาคุณภาพการศึกษา เพราะท้ายที่สุดแล้ว เรามีเป้าหมายเดียวกัน คือการทำให้การศึกษาไทยมีคุณภาพ และทำให้พื้นที่แห่งนี้กลับมาเป็นพื้นที่ที่สร้างประโยชน์ให้กับคนไทยทุกคน” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

