เดือดพลั่ก! ไอซ์ รักชนก ชำแหละงบ DSI 27 ล้าน หวั่นตัวเต็ง อธิบดีคนใหม่ เอื้อคดี ฮั้ว สว. ด้าน ภท. รุมประท้วงใช้คำแรงขายตัวขายวิญญาณ

สภาฯ ทะลักเดือดอีกแล้ว! ไอซ์ รักชนก ชำแหละงบ DSI 27 ล้าน หวั่นตัวเต็ง อธิบดีคนใหม่ เอื้อคดี โกงฮั้ว สว. ด้าน ภูมิใจไทย ระดมประท้วง อ้างอภิปรายพาดพิงบุคคลภายนอก-ใช้คำแรง ขายตัวขายวิญญาณ
เมื่อวันที่ 9 ก.ย.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาร่าง (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท วาระที่ 2 ต่อเนื่องเป็นวันที่ 3
เข้าสู่การพิจารณางบประมาณมาตรา 21 งบประมาณกระทรวงยุติธรรม โดยน.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่า เอกสารในชั้นคณะอนุกรรมมาธิการฯ ทำให้ตั้งคำถามว่าดีเอสไอตั้งโครงการมาตอบโจทย์สิ่งที่กำลังมีปัญหาหรือไม่ แผนการบริหารจัดการความเสี่ยงเชิงยุทธศาสตร์ของกรมสอบสวนคดีพิเศษที่เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ บุคลากรทั้งหมด 165 ราย 70% ระบุว่าขาดแคลนบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านการวิเคราะห์เส้นเงิน ซึ่งจัดอยู่ในลำดับความเสี่ยงที่ 3 ที่ดีเอสไอเห็นว่ามีความเสี่ยง
น.ส.รักชนก กล่าวต่อว่า ตนกังวลว่าดีเอสไอจะมีผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์เส้นเงินและคดีหรือไม่ เพราะในคดีอั้งยี่-ฟอกเงินจากการโกง สว.ที่ดีเอสไอเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องจะสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ เมื่อดูผลงานของคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ชี้มูลว่าเห็นควรให้มีการสั่งฟ้อง 229 คน เมื่อดูในงบประมาณโครงการพัฒนาระบบแสดงความสัมพันธ์การทำธุรกรรมทางการเงิน และวิเคราะห์เส้นเงินเพื่อสนับสนุนการสืบสวนคดีพิเศษ วงเงิน 27 ล้านบาท ตนรู้สึกดีใจที่มีการตั้งของบประมาณในสิ่งที่กำลังขาด เดาว่าหนีไม่พ้นซอฟต์แวร์ของ i2 ที่จัดสำหรับองค์กรดีเอสไอน่าจะมีความคุ้นเคยเพราะเคยจัดซื้อมาแล้วเมื่อ 10 ปีก่อน สิ่งที่ตนกังวลคือคนที่จะมากุมบังเหียนดีเอสไอใช้ซอฟต์แวร์สืบเส้นเงินตัวนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะไม่ใช่คนที่ไปยืนกุมเป้าที่สนามบินบุรีรัมย์และรอไหว้สวยๆ รับคณะบุคคลที่ถูกกล่าวหาใน คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ของ กกต. ที่สรุปว่าบางคนในนั้นมีมูลความผิดเรื่องคดีโกง สว.
จากนั้น น.ส.รักชนก ได้อภิปรายต่อโดยมีการนำภาพคณะบุคคลที่ไปต้อนรับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่สนามบินบุรีรัมย์ ซึ่งถูกเซ็นเซอร์หน้าของคณะบุคคล ก่อนจะโชว์ภาพเดียวกันที่ได้มีการปรินท์ออกมาทั้งใบใหญ่และใบเล็ก โดยระบุว่า ไม่ได้จะโชว์อะไร เพียงแต่จะนำมาติดหน้าคอมพิวเตอร์เท่านั้น
ทำให้นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงว่า น.ส.รักชนก กำลังออกนอกประเด็น จึงขอให้ประธานในที่ประชุมควบคุมการประชุม ก่อนที่น.ส.รักชนก จะอภิปรายต่อว่า ตนโดนเซ็นเซอร์สไลด์อีกแล้ว ทั้งที่ในสไลด์ได้มีการเซ็นเซอร์หน้ามาให้แล้ว ดูไม่รู้ว่าเป็นใคร หรือหากดูแล้วว่าเป็นนายอนุทิน ท่านก็เป็น สส.สามารถมาชี้แจงได้ในสภาฯ ว่า ใครที่ยืนไหว้ท่าน โดยร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ มีชื่อลือหึ่งว่าจะขึ้นเป็นอธิบดีดีเอสไอกังวลว่าซอฟต์แวร์ที่ได้มีการของบประมาณจะได้ใช้อย่างตรงไปตรงมาในสิ่งที่ขาดแคลนหรือไม่
ก่อนที่นายเลิศศักดิ์ จะเตือนให้ระมัดระวังการกล่าวถึงบุคคลภายนอก น.ส.รักชนก จึงกล่าวว่า ไม่ได้เสียหายอะไร เพราะทราบอยู่แล้วว่า ร.ต.อ.ปิยะ จะขึ้นมาเป็นอธิบดี แต่สิ่งที่ไม่รู้จะเสียหายหรือไม่คือ ร.ต.อ.ปิยะ คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ทำให้นายเลิศศักดิ์ จะขอให้ระมัดระวัง ไม่เอ่ยชื่อบุคคลภายนอกอีกครั้งหนึ่ง
น.ส.รักชนก กล่าวว่า หากอธิบดีดีเอสไอคนใหม่ได้ดำรงตำแหน่ง สิ่งที่กังวลอย่างมากคือ ข้าราชการตัวเล็กตัวน้อย หากใครที่ไม่ได้ขายตัวขายวิญญาณรับใช้ระบอบสีน้ำเงินกำลังโดนไล่ล่าอย่างหนัก ทำให้นายร่มธรรม ลุกขึ้นประท้วงขอให้ประธานควบคุมการประชุม
ขณะที่นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน สส.กาญจนบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกรรมาธิการฯ ลุกขึ้นประท้วงประธาน ขอให้ควบคุมการประชุม ขณะที่นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ประท้วงด้วยว่า ตนเข้าใจผู้อภิปรายดีถึงความกังวลที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต แต่วันนี้สิ่งที่พูดเป็นความคิดของท่านเอง เรากำลังพิจารณางบประมาณ ขออยู่ในประเด็นนี้ อย่าไปพาดพิงบุคคลอื่น และขณะนี้หมดเวลาอภิปรายแล้ว
นายสนอง เทพอักษรณรงค์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงว่า ในฐานะที่อภิปรายเสียดสี ไม่สุภาพ กำลังดูถูกดีเอสไอตัวเล็กตัวน้อย ถ้าไม่ขายตัวถือเป็นการดูถูกองค์กรคาดคะเนไปเอง เมื่อวันที่ 8 กันยายนที่ผ่านตนชื่นชมน.ส.รักชนก เป็นคนพูดเองว่าให้ทุกคนมีมารยาท แต่วันนี้ถ้าจะให้ทุกคนมีมารยาทต้องสะกดคำว่า มารยาทของตนให้สภาฯ เห็นก่อน
ก่อนที่นายยศวัฒน์ ได้ลุกขึ้นประท้วงอีกครั้งว่า มารยาทที่ผู้อภิปรายได้พูดมา ยังมาใส่ร้ายส่อเสียดหาว่าคนในครอบครัวหรือดีเอสไอขายตัว ถือไม่ถูกต้อง ตนเองไม่รู้ว่าผู้อภิปรายชินกับคำว่าขายตัวหรือรู้รายละเอียดคำว่าขายตัวอย่างไร
โดยระหว่างนั้น สส.พรรคภูมิใจไทย อาทิ นายอาสพลธ์ และนายสนอง ได้ลุกประท้วงโดยระบุว่า เวลานี้ท่านกําลังดูถูกองค์กรดีเอสไอ ซึ่งตัวเล็กตัวน้อยถ้าไม่ยอมขายตัว นี่คือการคาดคะเนไปเอง ทั้งที่เมื่อวันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมา น.ส.รักชนกพูดเองว่าขอให้ทุกคนมีมารยาท แต่ถ้าจะให้ทุกคนมีมารยาท ท่านต้องสะกดคําว่า มารยาทของตนให้สภาฯ ได้เห็นก่อน ซึ่งนายเลิศศักดิ์ได้พยายามปรามน.ส.รักชนกแล้วว่า ขอให้เข้าเนื้อหาอย่าพาดพิง และวินิจฉัยให้จบ ไม่ต้องพูดต่อ
น.ส.รักชนก ขอใช้สิทธิ์พาดพิงว่า ตนรักษามารยาทมาก ๆ แล้ว แต่ถ้าวันนี้ตนจะพูดคําหยาบขึ้นมา ก็อาจจะพูดกับนายสนองรายแรก
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

