กทม.พร้อมสนับสนุนเศรษฐกิจเมือง หัวใจหลักพัฒนากรุงเทพฯ

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ชูเศรษฐกิจเมืองหัวใจพัฒนากรุงเทพฯ ผนึกพลังรัฐ–ธุรกิจ–ประชาชน ขับเคลื่อนสู่ผลเป็นรูปธรรม
วันที่ 10 ก.ย. 69 เวลา 09.00 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนงานด้านเศรษฐกิจของกรุงเทพมหานคร ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องนพรัตน์ ชั้น 5 ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เขตพระนคร โดยที่ประชุมหารือกรอบยุทธศาสตร์ แนวทาง และกลไกความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมืองให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
นายชัชชาติ กล่าวว่า เศรษฐกิจเมืองเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนากรุงเทพมหานคร เพราะเมืองที่มีงานและเศรษฐกิจเข้มแข็งจะเป็นพื้นฐานสำคัญต่อการเติบโตอย่างยั่งยืน กรุงเทพมหานครจึงเดินหน้าสร้างระบบเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงธุรกิจทุกขนาด ตั้งแต่ธุรกิจขนาดใหญ่ (Big Corporate) ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ไปจนถึงธุรกิจรายย่อย (Micro) ให้สามารถเติบโตและเกื้อหนุนกัน พร้อมมุ่งสร้างธุรกิจใหม่ เพิ่มการจ้างงาน และยกระดับผลิตภาพของเมือง
การพัฒนาเศรษฐกิจกรุงเทพฯ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน แต่ต้องเสริมศักยภาพเมืองในด้านเทคโนโลยีและ AI การศึกษา และสาธารณสุข ควบคู่กับการนำต้นทุนทางวัฒนธรรมและ Soft Power ของกรุงเทพมหานคร ทั้งอาหาร วิถีชีวิต วัฒนธรรม และความหลากหลายของเมือง มาต่อยอดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยสร้างสมดุลระหว่างความเป็นเมืองสมัยใหม่กับอัตลักษณ์ของกรุงเทพฯ
“บทบาทสำคัญของกรุงเทพมหานคร คือการเป็นผู้ประสานและผู้ผลักดัน เชื่อมโยงภาครัฐ ภาคธุรกิจ และประชาชน รวมถึงนำปัญหาและความต้องการของเมืองไปสื่อสารกับรัฐบาลกลาง เพื่อผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหาและนโยบายที่ตอบโจทย์เมืองอย่างเป็นรูปธรรม หัวใจสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่คือการสร้างระบบเศรษฐกิจเมืองที่สามารถเติบโต สร้างงาน เพิ่มผลิตภาพ และเชื่อมโยงธุรกิจทุกขนาดให้เติบโตไปพร้อมกันได้อย่างยั่งยืน” ผู้ว่าฯ กทม. กล่าว
สำหรับแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมือง กรุงเทพมหานครกำหนดบทบาทในฐานะ “ผู้เอื้ออำนวย” 4 ด้าน ได้แก่ 1) เชื่อมโยงพันธมิตรและประสานความร่วมมือ ระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และชุมชน เช่น โครงการ BKK Housing 2) ให้บริการข้อมูล ผ่าน Open Data, Big Data และ Location Intelligence Platform เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจทางธุรกิจ 3) อำนวยความสะดวกด้านกฎระเบียบและบริการภาครัฐ ด้วยการยกระดับสู่ระบบดิจิทัล เช่น BMA One Stop Service (BMA OSS) และการขอใบอนุญาตออนไลน์ และ 4) สร้างภาพลักษณ์และแบรนด์ของเมือง โดยนำอัตลักษณ์และวัฒนธรรมมาต่อยอดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ อาทิ โครงการ 12 เทศกาล 12 เดือน และการพัฒนา 50 ย่านสร้างสรรค์
ขณะเดียวกัน กทม. วางแนวทางสนับสนุนผู้ประกอบการ 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่ม Large Enterprise & Investment มุ่งดึงดูดการลงทุนใหม่ ยกระดับ Invest Bangkok พัฒนาระบบ Fast-track สร้างเครือข่าย Friends of Bangkok ส่งเสริมเศรษฐกิจยามค่ำคืน และเพิ่มศักยภาพการรองรับ Global Events กลุ่ม SMEs (Growth & Innovation) มุ่งพัฒนาทักษะ นวัตกรรม และโอกาสทางการตลาด พร้อมเชื่อมโยง SMEs เข้าสู่ Supply Chain ของธุรกิจขนาดใหญ่และกิจกรรมเทศกาลต่าง ๆ และ กลุ่ม Micro & Local Economy มุ่งเพิ่มโอกาสและรายได้ให้ผู้ประกอบการรายย่อยและเศรษฐกิจฐานราก ผ่านการเพิ่มพื้นที่ค้าขายและตลาดนัด กระจายศูนย์อิ่มท้องอย่างน้อย 50 แห่ง พัฒนาระบบเครดิตธุรกิจเพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุน และนำ Bangkok Creative IP รวมถึงมาสคอตเมืองมาต่อยอดเป็นสินค้าและผลิตภัณฑ์ชุมชน
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้นำเสนอกรอบยุทธศาสตร์และแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจเมืองที่เชื่อมโยงกับกรอบเศรษฐกิจของ OECD ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 โดยเฉพาะหมุดหมายที่ 7 การสร้างความเข้มแข็งให้แก่ผู้ประกอบการ MSMEs และแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร 20 ปี ระยะที่ 4 (พ.ศ. 2571–2575) ในมิติเศรษฐกิจดี
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาร่างคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจเมืองกรุงเทพมหานคร โดยมีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นประธาน รวมทั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ 3 กลุ่ม ได้แก่ Large Enterprise & Investment, SMEs Growth & Innovation และ Micro & Local Economy เพื่อผลักดันภารกิจให้มีความชัดเจนและเกิดผลเป็นรูปธรรม
นายชัชชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ระยะต่อไป กทม. จะผลักดันการจัดตั้งคณะกรรมการหรือคณะทำงานย่อยในประเด็นต่าง ๆ ให้มีโครงสร้างและภารกิจที่ชัดเจน เพื่อให้สามารถลงรายละเอียด วางแผน และกำหนดแนวทางดำเนินงานได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเบื้องต้นคาดว่าจะจัดทำโครงสร้างคณะทำงานย่อยแล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้า ก่อนให้แต่ละคณะทำงานหารือและขับเคลื่อนภารกิจอย่างต่อเนื่อง พร้อมรายงานผลต่อคณะกรรมการชุดใหญ่เป็นระยะ
“หากเราสามารถนำศักยภาพที่มีอยู่มาประกอบร่างและทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ จะสามารถสร้างผลลัพธ์ที่มีคุณค่า และส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของเมืองและประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม” ผู้ว่าฯ กทม.กล่าว
การประชุมครั้งนี้มี นายต่อศักดิ์ โชติมงคล ประธานที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นางสาวกนกวรรณ เอี่ยมลิ้ม รองปลัดกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร สำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนด้านเศรษฐกิจ ผู้ประกอบการธุรกิจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง






