ส่งออกอัญมณี ก.ค. ลด 6.36% หดตัวลงครั้งแรกหลังบวก 4 เดือนติด

นายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT เปิดเผยว่า การส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ ไม่รวมทองคำ เดือนกรกฎาคม 2569 มีมูลค่า 737.93 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 6.36% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 โดยเป็นการลดลงครั้งแรกหลังขยายตัวติดต่อกัน 4 เดือน หากรวมทองคำ มีมูลค่า 1,138.97 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 39.21% รวม 7 เดือนปี 2569 (มกราคม-กรกฎาคม) การส่งออกไม่รวมทองคำ มีมูลค่า 8,981.12 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 9.87% รวมทองคำ มีมูลค่า 18,055.79 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 14.30% จากช่วงเดียวกันของปี 2568
ทั้งนี้การส่งออกเฉพาะทองคำ เดือนกรกฎาคม 2569 มีมูลค่า 411.04 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 59.22% จากราคาทองคำตลาดโลกชะลอตัวลง และปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 ทำให้แรงเก็งกำไรทองคำลดลง และรวม 7 เดือนปี 2569 ส่งออกทองคำ มูลค่า 9,074.68 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 19.06%
สำหรับตลาดส่งออก ฮ่องกง เพิ่มขึ้น 9.62% เยอรมนี เพิ่มขึ้น 46.27% สวิตเซอร์แลนด์ เพิ่มขึ้น 88.47% สหราชอาณาจักร เพิ่มขึ้น 3.12% สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพิ่มขึ้น 64.91% ญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 32.92% อิตาลี เพิ่มขึ้น 29.63% เบลเยี่ยม เพิ่มขึ้น 29.51% ส่วนอินเดีย ลดลง 4.19% เพราะอินเดียควบคุมการนำเข้าตั้งแต่เดือนเมษายน 2569 สหรัฐฯ ลดลง 8.21% จากการที่ผู้นำเข้ามีการเร่งนำเข้าก่อนหน้านี้ ทำให้ยอดนำเข้าชะลอตัวลงต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงต้นปีจนถึงปัจจุบัน
ส่วนการส่งออกสินค้าสำคัญ เครื่องประดับแท้ เพิ่มขึ้น 47.72% เครื่องประดับทอง เพิ่มขึ้น 17.67% เครื่องประดับแพลทินัม เพิ่มขึ้น 1,933.62% เครื่องทองหรือเครื่องเงินและส่วนประกอบ เพิ่มขึ้น 42,785.54% พลอยก้อน เพิ่มขึ้น 84.64% พลอยเนื้อแข็งเจียระไน เพิ่มขึ้น 1.90% พลอยเนื้ออ่อนเจียระไน เพิ่มขึ้น 4.70% เพชรก้อน เพิ่มขึ้น 81.13% เพชรเจียระไน เพิ่มขึ้น 7.34% เศษหรือของที่ใช้ไม่ได้ทำด้วยโลหะมีค่า เพิ่มขึ้น 95.50% เครื่องประดับเงิน ลดลง 11.65%
“การส่งออกช่วง 7 เดือนปี 2569 ที่ยังขยายตัว เพราะมีการเร่งนำเข้าช่วงต้นปี ประกอบกับกระทรวงพาณิชย์มีการหาตลาดใหม่และกระจายตลาดส่งออก สนับสนุนให้ใช้ประโยชน์จากตลาดที่ไทยมีความตกลงการค้าเสรี (FTA) แต่ต้องจับตาการส่งออกนับจากนี้ เพราะยังมีความเสี่ยงจากมาตรการภาษีและนโยบายการค้าสหรัฐฯที่ยังไม่แน่นอน ความผันผวนของเศรษฐกิจและการค้าโลก ราคาทองคำและวัตถุดิบ รวมถึงความไม่แน่นอนของภูมิรัฐศาสตร์ ที่จะส่งผลต่อต้นทุนและกำลังซื้อ”นายสุเมธ กล่าว
อย่างไรก็ตามไทยไม่ควรพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากจนเกินไป ต้องเร่งกระจายตลาด และติดตามมาตรการนำเข้าของประเทศคู่ค้า ความผันผวนของราคาโลหะมีค่า และต้องเน้นสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง งานฝีมือ พลอยสี และการออกแบบที่สร้างความแตกต่าง พร้อมทั้งขยายสินค้าไปยังผู้มีกำลังซื้อในตลาดระดับกลางถึงพรีเมียม เพื่อให้สามารถรักษาการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

