วิเคราะห์ภาพบินเข้าทัพฟ้า-ไหว้ทักษิณ ธนพร มอง 'อนุทิน-ภูมิใจไทย' ขยับจากตัวแปร สู่ 'ผู้กำหนดเกม' การเมืองไทย

วิเคราะห์ภาพบินเข้าทัพฟ้า-ไหว้ทักษิณ ธนพร มอง 'อนุทิน-ภูมิใจไทย' ขยับจากตัวแปร สู่ 'ผู้กำหนดเกม' การเมืองไทย
วันที่ 15 สิงหาคม 2569 รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล นักวิเคราะห์การเมือง วิเคราะห์สถานการณ์การเมืองและบทบาทของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่า หากเปรียบเทียบกับสถานการณ์การเมืองในช่วงหลายปีก่อน จะเห็นได้ชัดว่าสถานะทางการเมืองของนายอนุทินและพรรคภูมิใจไทยเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก จากเดิมที่ถูกมองว่าเป็นพรรคขนาดกลางและเป็นเพียงตัวแปรในการจัดตั้งรัฐบาล วันนี้กำลังขยับขึ้นมาเป็นหนึ่งในศูนย์กลางอำนาจที่ทุกฝ่ายต้องนำมาคำนวณในสมการการเมือง
รศ.ดร.ธนพร กล่าวว่า ภาพการเดินทางของนายอนุทินไปตรวจเยี่ยมกองบิน 1 จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ซึ่งนายกรัฐมนตรีขับเครื่องบินส่วนตัว Socata TBM 930 ด้วยตนเอง และมีเครื่องบิน F-16 ของกองทัพอากาศ 3 เครื่องขึ้นบินประกบในภารกิจฝึกอารักขาบุคคลสำคัญ เป็นภาพที่ได้รับความสนใจอย่างมาก โดยข้อเท็จจริงกองทัพอากาศระบุว่าเป็นการจำลองภารกิจฝึกบินอารักขา ขณะที่นายกรัฐมนตรีเดินทางไปตรวจเยี่ยมหน่วยบินยุทธวิธีและมอบนโยบายเพิ่มขีดความสามารถกองทัพอากาศ
อย่างไรก็ตาม ในมิติทางการเมือง รศ.ดร.ธนพร มองว่า สิ่งที่น่าสนใจกว่าภาพ F-16 คือความสามารถของนายอนุทินในการสร้างและรักษาความสัมพันธ์กับกลุ่มอำนาจหลายส่วน โดยไม่เลือกใช้ยุทธศาสตร์เผชิญหน้าอย่างถาวรกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ทำให้ภูมิใจไทยสามารถสะสมอำนาจต่อรองได้อย่างต่อเนื่อง และมีพื้นที่เคลื่อนไหวทางการเมืองกว้างกว่าการวัดกันด้วยจำนวน ส.ส. เพียงอย่างเดียว
รศ.ดร.ธนพร กล่าวว่า หากย้อนกลับไปในช่วงที่ความขัดแย้งระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทยรุนแรง ภูมิใจไทยยังถูกมองว่าอยู่ในสถานะเป็นรอง และนายอนุทินเป็นผู้เล่นลำดับถัดจากแกนนำพรรคใหญ่ แต่สถานการณ์ในปัจจุบันเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ ภูมิใจไทยสามารถขยายฐานทางการเมืองและเพิ่มอำนาจต่อรอง ขณะเดียวกันยังรักษาความสัมพันธ์กับกลุ่มการเมือง วุฒิสภา ระบบราชการ และฝ่ายความมั่นคง ทำให้มีเครือข่ายสนับสนุนครอบคลุมหลายมิติ
นอกจากนี้ การพบปะกับนายทักษิณ ชินวัตร รวมถึงอดีตนายกรัฐมนตรีคนอื่นๆ ภายหลังร่วมงานสวดพระอภิธรรม นายเกรียง กัลป์ตินันท์ ยังสะท้อนอีกด้านหนึ่งของวิธีเดินเกมของนายอนุทิน คือแม้จะผ่านความขัดแย้งทางการเมืองมาแล้ว แต่ยังสามารถรักษาช่องทางพูดคุยกับผู้เล่นต่างขั้วเอาไว้ได้ โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนความขัดแย้งทุกเรื่องให้กลายเป็นความเป็นศัตรูทางการเมือง
รศ.ดร.ธนพร มองว่า นี่เป็นจุดแข็งสำคัญของนายอนุทิน เพราะการเมืองในปัจจุบันไม่ได้วัดอำนาจจากจำนวน ส.ส. เพียงมิติเดียว แต่ต้องพิจารณาความสามารถในการประสานผลประโยชน์ การรักษาพันธมิตร และการสร้างความสัมพันธ์กับกลไกต่างๆ ของประเทศประกอบกัน
“วันนี้ต้องยอมรับว่าสถานะของนายอนุทินแตกต่างจากเมื่อหลายปีก่อนอย่างชัดเจน จากเดิมที่คำถามทางการเมืองมักเป็นว่า ภูมิใจไทยจะเลือกไปอยู่กับฝ่ายใด แต่วันนี้คำถามอาจกลับกันว่า พรรคการเมืองหรือขั้วการเมืองใดจะสามารถจัดสมการอำนาจโดยไม่คำนึงถึงภูมิใจไทยได้ เพราะนายอนุทินกำลังเปลี่ยนจากผู้เล่นที่เคยเป็นตัวแปร มาเป็นหนึ่งในผู้กำหนดเกมด้วยตัวเอง” รศ.ดร.ธนพร กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

