REIC เผยยอดโอนคอนโดฯ ต่างชาติครึ่งแรกปี 69 หดตัว 1.5% พิษเศรษฐกิจโลกชะลอ แม้ไตรมาส 2 ดีดกลับแรง 20%

ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในกลุ่มผู้ซื้อต่างชาติต้องเผชิญแรงเสียดทานจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและกำลังซื้อในประเทศ โดยศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (REIC) เปิดเผยบทวิเคราะห์สถานการณ์การโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดของคนต่างชาติทั่วประเทศ ประจำไตรมาส 2 และช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ซึ่งสะท้อนการปรับตัวของดีมานด์และพฤติกรรมผู้ซื้อต่างชาติในมิติที่น่าจับตา ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 (มกราคม – มิถุนายน) ภาพรวมการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดของคนต่างชาติทั่วประเทศชะลอตัวลงตามภาวะเศรษฐกิจ มีจำนวนรวม 6,533 หน่วย ลดลง 8.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (YoY) และคิดเป็นมูลค่ารวม 28,267 ล้านบาท ลดลง 1.5%
ทั้งนี้ ส่งผลให้สัดส่วนการโอนกรรมสิทธิ์ของชาวต่างชาติเมื่อเทียบกับตลาดคอนโดมิเนียมทั้งหมด ปรับลดลงทั้งในแง่จำนวนหน่วยมาอยู่ที่ 11.7% และในแง่มูลค่าลดลงเหลือ 21.7% สะท้อนให้เห็นว่าผู้ซื้อต่างชาติบางส่วนยังคงเลือกรอดูสถานการณ์และชะลอการตัดสินใจลงทุน โดยในภาพรวมครึ่งปีแรก ห้องชุดที่โอนให้แก่คนต่างชาติมีขนาดพื้นที่เฉลี่ย 43.9 ตารางเมตรต่อหน่วย และมีมูลค่าเฉลี่ย 4.3 ล้านบาทต่อหน่วย หรือคิดเป็นราคาเฉลี่ยประมาณ 98,566 บาทต่อตารางเมตร
อย่างไรก็ดี หากเจาะลึกเฉพาะไตรมาส 2 ปี 2569 ตลาดกลับส่งสัญญาณฟื้นตัวในแง่เม็ดเงินอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีจำนวนการโอนกรรมสิทธิ์ 3,292 หน่วย ขยับขึ้น 1.4% (YoY) และมีพื้นที่โอนรวม 145,140 ตารางเมตร เพิ่มขึ้น 8.1% (YoY) แต่ที่โดดเด่นที่สุดคือมูลค่าการโอนที่พุ่งแตะ 14,803 ล้านบาท เติบโตก้าวกระโดดถึง 20.2% (YoY) บ่งชี้ว่าตลาดไตรมาส 2 ได้รับแรงหนุนจากการโอนห้องชุดในกลุ่มราคาสูงขึ้น แม้ว่าในเชิงสัดส่วนต่อตลาดรวมจะย่อตัวลงมาอยู่ที่ 10.2% ในด้านจำนวนหน่วย และ 20.0% ในด้านมูลค่าก็ตาม
เมื่อพิจารณาโครงสร้างกลุ่มลูกค้าต่างชาติ 10 สัญชาติแรกที่มีมูลค่าการโอนสูงสุดในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 พบว่า ผู้ซื้อสัญชาติ “จีน” ยังคงรักษาแชมป์อันดับ 1 ได้อย่างเหนียวแน่นทั้งในมิติของจำนวนหน่วยและมูลค่า ด้วยจำนวน 1,813 หน่วย มูลค่า 6,874 ล้านบาท (พื้นที่รวม 69,245 ตร.ม.) แม้ตัวเลขจะหดตัวลง 23.8% ในแง่หน่วย และลดลง 27.7% ในแง่มูลค่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยผู้ซื้อชาวจีนมีมูลค่าการโอนเฉลี่ยอยู่ที่ 3.8 ล้านบาทต่อหน่วย และขนาดห้องเฉลี่ย 38.2 ตารางเมตร ในขณะเดียวกัน “รัสเซีย” รั้งอันดับ 2 ด้วยการเติบโตอย่างร้อนแรง กวาดจำนวนโอนไป 842 หน่วย เพิ่มขึ้นถึง 50.4% และมูลค่าโอน 3,603 ล้านบาท พุ่งขึ้นสูงถึง 75.9% (YoY)
ตามมาด้วยอันดับ 3 คือ “พม่า” มีการโอน 641 หน่วย ลดลง 34.1% คิดเป็นมูลค่า 2,457 ล้านบาท ลดลง 16.2% ส่วนอันดับ 4 ตกเป็นของ “สหรัฐอเมริกา” จำนวน 254 หน่วย ลดลง 6.3% แต่มูลค่ากลับเพิ่มขึ้น 22.2% มาอยู่ที่ 1,668 ล้านบาท และอันดับ 5 คือ “ไต้หวัน” 334 หน่วย มูลค่า 1,465 ล้านบาท ลดลงทั้งหน่วยและมูลค่าที่ 11.6% และ 10.1% ตามลำดับ สำหรับอันดับที่ 6 ถึง 10 ประกอบด้วย “ฝรั่งเศส” 291 หน่วย มูลค่า 1,211 ล้านบาท, “สหราชอาณาจักร” 255 หน่วย มูลค่า 1,116 ล้านบาท, “เยอรมัน” 241 หน่วย มูลค่า 954 ล้านบาท, “ออสเตรเลีย” 185 หน่วย มูลค่า 814 ล้านบาท ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่เติบโตก้าวกระโดดโดยจำนวนหน่วยโต 63.7% และมูลค่าโต 61.0% และปิดท้ายด้วย “อินเดีย” 128 หน่วย มูลค่า 810 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.3% ในแง่หน่วย และ 9.3% ในแง่มูลค่า ส่วนสัญชาติอื่น ๆ มีการโอนรวมกัน 1,549 หน่วย มูลค่ารวม 7,295 ล้านบาท
จุดที่น่าสนใจของพฤติกรรมการซื้ออสังหาริมทรัพย์ของแต่ละสัญชาติ คือผู้ซื้อสัญชาติ “สหรัฐอเมริกา” ครองแชมป์การซื้อคอนโดมิเนียมที่มีมูลค่าเฉลี่ยต่อหน่วยสูงที่สุดในกลุ่ม Top 10 อยู่ที่ 6.6 ล้านบาทต่อหน่วย บนขนาดพื้นที่เฉลี่ย 57.9 ตารางเมตร ขณะที่ผู้ซื้อสัญชาติ “อินเดีย” มีเอกลักษณ์ในการเลือกซื้อห้องชุดขนาดใหญ่ที่สุด โดยมีพื้นที่เฉลี่ยต่อหน่วยสูงถึง 72.1 ตารางเมตร และมีมูลค่าเฉลี่ยต่อหน่วยสูงเป็นอันดับสองที่ 6.3 ล้านบาท
ภาพเหล่านี้ตอกย้ำให้เห็นว่า แม้ตลาดคอนโดมิเนียมต่างชาติในครึ่งแรกของปี 2569 จะถูกกดดันจากเศรษฐกิจโลกจนภาพรวมชะลอตัว แต่กลุ่มกำลังซื้อระดับบนจากฝั่งตะวันตกและตลาดเกิดใหม่บางกลุ่มยังคงมองเห็นโอกาสและเดินหน้าถือครองสินทรัพย์ในไทยอย่างต่อเนื่อง

