ทรัมป์ย้ำชัด ไม่เสียใจเปิดฉากทำสงครามอิหร่าน เมินกระทบศึกเลือกตั้งกลางเทอม

12 กันยายน 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ออกมากล่าวว่า เขาไม่มีความเสียใจต่อการตัดสินใจทำสงครามกับอิหร่าน แม้ความขัดแย้งดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ซึ่งจะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับ 'ลอรา อินกราแฮม' ผู้ดำเนินรายการของฟ็อกซ์ นิวส์ ซึ่งออกอากาศเมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา ว่า เขาไม่เชื่อในคำว่า 'เสียใจ' และแม้อาจตั้งคำถามกับตัวเองบ้าง แต่หากต้องตัดสินใจอีกครั้ง เขาจะดำเนินการเหมือนเดิมทุกประการ
เมื่อผู้ดำเนินรายการถามว่า "หากสหรัฐไม่ทำสงครามกับอิหร่านพรรครีพับลิกันอาจมีโอกาสได้เปรียบในการเลือกตั้งกลางเทอม" เรื่องนี้ 'ทรัมป์' ให้คำตอบว่า หากอิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์สถานการณ์จะเลวร้ายกว่านั้น อิหร่านอาจนำอาวุธดังกล่าวมาใช้โจมตีอิสราเอล ตะวันออกกลาง และอาจโจมตีเมืองต่างๆ ของสหรัฐฯ ผู้สนับสนุนบางส่วนของเขาอาจรู้สึกผิดหวังหรือเสียกำลังใจจากสงคราม แต่เขาเชื่อว่าผู้สนับสนุนมีความภาคภูมิใจที่รัฐบาลของเขาไม่ยอมให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์แน่นอน สงครามจะยุติลงทันทีหลังการเลือกตั้งกลางเทอม
ก่อนหน้านี้ 'โดนัลด์ ทรัมป์' ได้กล่าวในลักษณะเดียวกันและกล่าวหาว่าอิหร่านพยายามเข้ามามีอิทธิพลต่อการเลือกตั้ง ซึ่งจะเป็นตัวชี้ว่าพรรครีพับลิกันของเขาจะยังสามารถรักษาเสียงข้างมากในสภาคองเกรสได้หรือไม่
สงครามยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งกลายเป็นประเด็นสำคัญที่สร้างแรงกดดันต่อพรรครีพับลิกันก่อนการเลือกตั้ง ขณะที่ตลาดการเงินกำลังเตรียมรับมือกับความเป็นไปได้ที่สงครามอิหร่านอาจยืดเยื้อ หลังมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทำเนียบขาวได้หารือกับทรัมป์ถึงความเป็นไปได้ที่สงครามอาจดำเนินต่อไปจนเกินวาระปัจจุบันของเขา
ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวต่ออีกว่า "หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของสงครามคือการลดทอนขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน อิหร่านยังไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ และยืนยันมาโดยตลอดว่าโครงการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมมีวัตถุประสงค์เพื่อสันติ ขณะที่สหรัฐเป็นประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์อยู่ในครอบครอง"
ซึ่งอีกหนึ่งประเด็นที่ 'ทรัมป์' ออกมาพูดคือรายงานของอิหร่านที่อ้างว่าสามารถโจมตีเครื่องบินขับไล่ของสหรัฐฯ หลายลำที่ฐานทัพในจอร์แดน เขากล่าวว่า ไม่มีความเสียหายเกิดขึ้นกับทรัพย์สินหรือกำลังพลของสหรัฐฯ ตามที่มีการกล่าวอ้าง
อีกทั้ง รัฐบาลสหรัฐฯยังคงเดินหน้ากดดันอิหร่านด้วยมาตรการทางเศรษฐกิจและพยายามตัดอิหร่านออกจากเครือข่ายทางการเงินระหว่างประเทศ นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ระบุว่า รัฐบาลเตรียมประกาศมาตรการคว่ำบาตรธนาคารขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในวันที่ 14 กันยายน นี้
นายสก็อตต์ เบสเซนต์ กล่าวว่า รัฐบาลเลือกประกาศมาตรการดังกล่าวในวันจันทร์ (14 ก.ย.ตามเวลาท้องถิ่น) เนื่องจากต้องการให้เกียรติและรำลึกถึงชาวอเมริกันที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ 11 กันยายน รัฐบาล ได้คว่ำบาตรและสั่งปิดสาขาในดูไบของธนาคารใหญ่อันดับ 2 ของอียิปต์ โดยกล่าวหาว่าธนาคารดังกล่าวให้เงินแก่อิหร่านมูลค่า 1,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ ยังมีธนาคารรายใหญ่ของตุรกีที่ถูกคว่ำบาตรจากข้อกล่าวหาว่าให้การสนับสนุนทางการเงินแก่อิหร่าน แต่ 'เบสเซนต์' ไม่ได้เปิดเผยชื่อธนาคารดังกล่าว
เมื่อผู้ดำเนินรายการถามต่ออีกว่า 'อิหร่าน' จะสามารถรับมือกับแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นได้อีกนานเพียงใด ทรัมป์ตอบว่า เขาไม่แน่ใจว่าอิหร่านจะสามารถต้านทานแรงกดดันต่อไปได้หรือไม่ แต่ยืนยันว่าเรื่องนี้จะได้รับการยุติหลังการเลือกตั้งกลางเทอม หรืออาจเร็วกว่านั้น พร้อมย้ำว่าอย่างช้าที่สุด สงครามจะยุติลงทันทีหลังการเลือกตั้ง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

