เร่งไขปมไฟไหม้เรือฟิลิปปินส์ หลังดับ 76 ราย เจ้าหน้าที่ยังหาจุดต้นเพลิง

สถานการณ์เหตุไฟไหม้เรือเฟอร์รี่ในฟิลิปปินส์ยังคงอยู่ระหว่างการค้นหาและพิสูจน์อัตลักษณ์ผู้เสียชีวิต หลังยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 76 ราย ขณะที่เจ้าหน้าที่ระบุว่า การระบุตัวผู้เสียชีวิตบางรายอาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์หรืออาจนานหลายเดือน เนื่องจากร่างและชิ้นส่วนจำนวนมากถูกไฟไหม้จนเสียหายอย่างหนัก
เจ้าหน้าที่ฟิลิปปินส์เปิดเผยว่า ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์เริ่มเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอจากร่างผู้เสียชีวิต เพื่อนำไปตรวจสอบและเปรียบเทียบกับข้อมูลของบุคคลที่สูญหาย โดย ริชาร์ด อัลลัน มังกาลิป ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติฟิลิปปินส์ ระบุว่า ชิ้นส่วนร่างผู้เสียชีวิตบางส่วนพบรวมกันอยู่ในบางพื้นที่ของเรือ ขณะที่บางส่วนกระจัดกระจายไปตามจุดต่างๆ ภายในเรือ
เรือเฟอร์รี่ลำดังกล่าวมีผู้โดยสารและลูกเรือมากกว่า 130 คน กำลังเดินทางจากกรุงมะนิลาไปทางตะวันตกเฉียงใต้ มุ่งหน้าไปยังเมืองโครอน จังหวัดปาลาวัน ซึ่งเป็นเส้นทางที่โดยปกติใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 ชั่วโมง ก่อนเกิดเพลิงไหม้ขณะเรือใกล้ถึงจุดหมาย
มังกาลิปกล่าวว่า ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในสภาพถูกไฟไหม้จนเสียหายอย่างหนัก ทำให้กระบวนการพิสูจน์อัตลักษณ์ทำได้ยาก และยังไม่สามารถกำหนดกรอบเวลาที่แน่นอนได้ เนื่องจากต้องตรวจสอบตัวอย่างจำนวนมาก โดยอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์หรืออาจนานกว่านั้น

ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถเก็บกู้ร่างผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมได้อีก 41 ราย ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 76 ราย ขณะที่ยังมีผู้สูญหายอีก 13 คน และเจ้าหน้าที่ยังไม่ตัดความเป็นไปได้ว่าจะพบร่างผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม เนื่องจากพื้นที่บางส่วนภายในเรือยังถูกน้ำท่วมและยังไม่สามารถตรวจค้นได้อย่างเต็มที่
ด้านเจ้าหน้าที่ดับเพลิงสามารถเข้าไปตรวจสอบภายในเรือได้เป็นครั้งแรกเมื่อวันศุกร์ หลังใช้เวลานานกว่าหนึ่งวันในการควบคุมเพลิง ภาพจากหน่วยยามฝั่งฟิลิปปินส์เผยให้เห็นความเสียหายอย่างรุนแรงภายในเรือ โดยโครงเตียงเหล็กจำนวนมากบิดงอจากความร้อน และมีเถ้าถ่านปกคลุมอยู่ทั่วบริเวณ
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่สอบสวนยังไม่สามารถระบุได้ว่าเพลิงเริ่มต้นขึ้นจากบริเวณใด และกำลังพยายามเข้าถึงพื้นที่สำคัญของเรือ ทั้งชั้นล่างที่ถูกน้ำท่วมและห้องเครื่อง เพื่อค้นหาหลักฐานที่อาจช่วยไขสาเหตุของเหตุไฟไหม้ครั้งนี้
หน่วยงานอุตสาหกรรมการเดินเรือของฟิลิปปินส์เปิดเผยข้อมูลจากคำให้การของผู้รอดชีวิตว่า ก่อนเกิดเพลิงไหม้ไม่นาน มีผู้ได้ยินเสียงระเบิด 2 ครั้งดังขึ้นภายในเรือ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

ตัวแทนบริษัท อาเตียนซา อินเตอร์-ไอส์แลนด์ เฟอร์รีส์ ซึ่งเป็นเจ้าของเรือ ยืนยันว่า บริษัทให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการสอบสวนอย่างเต็มที่ และพร้อมช่วยเหลือครอบครัวของผู้ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง
เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นอุบัติเหตุทางทะเลครั้งร้ายแรงล่าสุดของฟิลิปปินส์ ประเทศหมู่เกาะที่มีเกาะมากกว่า 7,600 แห่ง และประชาชนหลายล้านคนยังต้องพึ่งพาเรือเฟอร์รี่และเรือขนาดเล็กในการเดินทางระหว่างพื้นที่ต่างๆ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

