แวดวงการเงิน : 15 กันยายน 2569


** ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ที่มี...คุณเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เป็นประธาน....ได้พิจารณาคำสั่งเพิกถอนสิทธิประโยชน์ชั่วคราวของ บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนในกิจการผลิตเหล็กแท่ง โดยเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2568 บอร์ดบีโอไอได้มีมติให้เพิกถอนสิทธิประโยชน์ของบริษัทเป็นการชั่วคราว ตามข้อเสนอของกระทรวงอุตสาหกรรม เนื่องจากกระทรวงอุตสาหกรรมได้ตรวจพบว่า บริษัทมีการกระทำผิดตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานและมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และกระทรวงอุตสาหกรรมได้มีคำสั่งให้หยุดประกอบกิจการโรงงานทั้งหมดเป็นการชั่วคราว เพื่อให้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้องตามกฎหมาย... ต่อมา กระทรวงอุตสาหกรรมได้มีหนังสือลงวันที่ 28 สิงหาคม 2569 แจ้งว่า บริษัทได้ปรับปรุงแก้ไขโรงงานให้เป็นไปตามกฎหมายครบถ้วนแล้ว โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรมได้มีคำสั่งตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายน 2569 อนุญาตให้บริษัทกลับมาประกอบกิจการได้ ดังนั้นเพื่อให้เป็นไปตามมติบอร์ดบีโอไอเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2568 ที่ประชุมจึงมีมติยกเลิกคำสั่งเพิกถอนสิทธิประโยชน์เป็นการชั่วคราว ของบริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด โดยให้ได้รับสิทธิประโยชน์ตามเดิมตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายน 2569 ซึ่งเป็นวันที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมอนุญาตให้บริษัทกลับมาประกอบกิจการได้…!! เอาล่ะ...ในมุมของบีโอไอที่ดูแลเรื่องการประกอบกิจการของนักลงทุน...จะพิจารณาอย่างนั้น...ก็พอเข้าใจได้(ระดับหนึ่ง)...แต่สำหรับคุณเอกนิติ...ประธานบอร์ดบีโอไอ...ในฐานะ รมว.คลัง และยังเคยนั่งตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพากร...จะรู้สึกติดขัดในใจบ้างไหมว่า...บริษัทที่รัฐเอาประโยชน์ทางภาษีให้เขาไป..ในขณะเดียวกัน..กรมสรรพากร..ก็ตรวจพบว่าบริษัทดังกล่าวมีการกระทำที่ผิดกฎหมายเรื่องภาษีอยู่...โดยใช้ใบกำกับภาษีปลอมหลายฉบับ...เรื่องนี้ก็ยังอยู่ในกระบวนการสอบสวนของ DSI…ประเด็นนี้เคลียร์ไปหมดแล้วใช่หรือไม่...!! คนที่มีเจตนาจะเลี่ยงภาษี แต่เรากลับยื่นประโยชน์ทางภาษีให้เขา...ในฐานะรมว.คลังและอดีตอธิบดีกรมสรรพากร...รู้สึกอย่างไรบ้างครับ...ไหนลองเล่าให้ฟังหน่อยสิครับ...
** 11 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 (ตุลาคม 2568-สิงหาคม 2569) กรมสรรพากร จัดเก็บภาษีได้ 2,162,122 ล้านบาท คิดเป็น 88.35% ของประมาณการรายได้ทั้งปีงบประมาณซึ่งกำหนดไว้ที่ 2,447,100 ล้านบาท ทั้งนี้ผลการจัดเก็บภาษีสะสมถึงสิงหาคม 2569 สูงกว่าปีก่อน 144,373 ล้านบาท หรือ 7.2% และสูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ 77,236 ล้านบาท หรือ 3.7% ...คุณสมศักดิ์ อนันทวัฒน์ อธิบดีกรมสรรพากร...มั่นใจว่าในปีงบประมาณ 2569 จะจัดเก็บได้สูงกว่าปีก่อนและสูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ…แต่ๆ ฟังทางนี้..อธิบดีกรมสรรพากรยอมรับว่า... “ช่วง 11 เดือนที่ผ่านมา ภาษีที่กรมสรรพากรจัดเก็บได้มากที่สุด คือภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งต้องยอมรับความจริงตรงๆ ว่า ส่วนหนึ่งที่เพิ่มขึ้นมาจากการนำเข้าน้ำมันและผลกระทบจากราคาพลังงาน ต้องบอกก่อนว่าการจัดเก็บที่เพิ่มขึ้นตรงนี้ กรมสรรพากรไม่ได้รู้สึกยินดีปรีดาแต่อย่างใด เพราะเข้าใจดีว่าเป็นการเพิ่มภาระให้ประชาชน แต่โดยสภาพการณ์แล้วมันจำเป็นต้องเป็นไปตามนั้น”...!! ครับตามนั้นครับ...**
** อนันตเดช พงษ์พันธุ์ **
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

