กกต.ลุยไฟ ปล่อยผีคดีฮั้วสว. ภท.รอดยกแผง ภท.รอดยกแผง พยานไม่น่าเชื่อแต่แรก ส่งฟ้องศาลฯแค่77คน

กกต.ลุยไฟปล่อยผีคดีฮั้วสว.
ภท.รอดยกแผง
พยานไม่น่าเชื่อแต่แรก
ส่งฟ้องศาลฯแค่77คน
เป็นวุฒิฯปัจจุบัน26ราย
กก.บห.พรรคภูมิใจไทยรอดหมด กกต.มีมติสั่งฟ้องศาลฎีกาบางส่วน 77 ราย จาก 427 ราย คดีทุจริตการเลือก สว. มีสว.ปัจจุบัน 26 คน ข้อกล่าวหาแนะนำตัว-เรียกรับผลประโยชน์ ด้าน’วรศิษฎ์’ลั่นรัฐบาลไม่มีแรงกดดัน ใครทำอะไรต้องรับผิดชอบ ไม่ได้เข้าไปวุ่นวายไม่เกี่ยวข้อง ทุกอย่างยืนบนข้อเท็จจริง ขณะที่‘สว.สีน้ำเงิน’ยังทำหน้าที่ตามปกติ ถกกฎหมายสำคัญ ดีเอสไอขอสำนวนกกต.ประกอบคดีฟอกเงิน
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 14 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งได้เริ่มการประชุมเพื่อลงมติในสำนวนคดีฮั้ว สว. 229 คนแล้ว โดยมี กกต.มาครบทั้ง 7 คน ซึ่งบรรยากาศ โดยรอบสำนักงาน กกต.มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก บก.น.2 และ สน.ทุ่งสองห้อง เข้ามาดูแลรักษาความเรียบร้อยจำนวน 200นาย โดยมีการกันพื้นที่ไม่ให้สื่อมวลชนและผู้ที่สังเกตการณ์เข้าไปในภายในบริเวณชั้น 2 สำนักงาน กกต.ซึ่งจัดเป็นสถานที่ในการแถลงข่าวในเวลา 15.00น.โดยกำหนดให้เฉพาะสื่อมวลชนที่ได้ลงทะเบียนเข้าร่วมรับฟังเท่านั้น ส่วนผู้สังเกตการณ์และประชาชนสามารถรับฟังการแถลงข่าวผ่านโทรทัศน์กล้องวงจรปิดหน้าสำนักงาน กกต.หรือเพจYouTube ECT Thailand ขณะเดียวกัน ได้มีกลุ่ม สว.สำรองได้ยื่นหนังสือเพื่อเรียกร้องขอให้พิจารณาคดีทุจริตการเลือกสว.ด้วยความรอบคอบ
ส่งตำรวจคุมเข้มกกต.ลงมติฮั้วสว.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การลงมติวันนี้ กกต.แต่ละคนเมื่อเข้าห้องประชุมแล้วจะได้ส่งใบลงมติส่วนตัวต่อที่ประชุมเพื่อให้เจ้าหน้าที่สำนักการประชุมรวบรวมผลคะแนนและขานมติ อย่างไรก็ตาม การลงมติใน 7 ข้อกล่าวหา ตาม พรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ได้แก่ 1.กรรมการบริหารพรรคการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง สส.สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ช่วยเหลือให้ผู้สมัครได้รับเลือกเป็น สว.ตามมาตรา 76 วรรคหนึ่ง
2.ผู้สมัครยินยอมให้บุคคลทางการเมืองหรือผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง ช่วยเหลือเพื่อให้ได้รับเลือกเป็น สว.ตามมาตรา76 วรรคสอง 3.ผู้สมัครไม่ปฏิบัติตามวิธีการหรือเงื่อนไขที่ กกต.กำหนด ในการแนะนำตัวตามมาตรา 36 และมาตรา70 4.มีการจัดทำ ให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือเตรียมจะให้ทรัพย์สินและประโยชน์อื่นใดเพื่อจูงใจในการลงคะแนน ตามมาตรา 77 (1)5.มีการจัดเลี้ยงหรือรับจะจัดเลี้ยง เพื่อจูงใจผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิเลือก ตามมาตรา 77 (3) 6.มีการเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใดเพื่อการลงสมัคร ตามมาตรา 79 7.มีสิทธิเลือก เรียก รับ หรือยอมรับทรัพย์สินและประโยชน์อื่นใด เพื่อเลือกหรือไม่เลือกผู้ใด ตามมาตรา81
มีผู้ถูกร้อง427คน-ความผิด7ข้อหา
ต่อมา เวลา 15.50น.ที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้ง 7คน ได้ประชุมเพื่อลงมติการไต่สวนในคดีทุจริตเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ปี2567 โดย นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต.และว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต.ได้แถลงว่า จำนวนผู้ถูกร้องในสำนวนคดีดังกล่าวมีทั้ง 427 คน ไม่ใช่ 229คน ตามที่มีการเสนอผ่านสื่อมวลชน และที่ประชุม กกต.มีมติ โดยข้อจำกัดไม่สามารถบอกได้ว่าใครมีมติอย่างไร โดยมีการพิจารณาตาม 7ข้อกล่าวหาในสำนวนคดี คือ มาตรา76 วรรคหนึ่ง ว่าด้วยกรรมการบริหารพรรคการเมือง หรือนักการเมือง กระทำการช่วยเหลือผู้สมัคร จากผู้ถูกร้องทั้งหมด 21 คน กกต.มีมติไม่สั่งฟ้องผู้ใดไปยังศาลฎีกา
ฟ้องสว.26-บุคคลอื่น15-ภท.รอด
มาตรา76 วรรคสอง ว่าด้วยผู้สมัครยินยอมให้นักการเมืองช่วยเหลือให้ได้เป็น สว. จากผู้ถูกร้องทั้งหมด 140 คน กกต.มีมติไม่สั่งฟ้องผู้ใดไปยังศาลฎีกา มาตรา 36 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 70 ว่าด้วยการแนะนำตัวไม่เป็นไปเงื่อนไขที่ กกต. กำหนด จากผู้ถูกร้องทั้งหมด 175 คน กกต. มีมติสั่งฟ้อง 26 คน ที่เป็น สว. ชุดปัจจุบัน, 1 ราย เป็นผู้มีสิทธิเลือก สว. และบุคคลอื่นจำนวน 15 ราย โดยไม่สั่งฟ้องกรรมการบริหารพรรคการเมืองผู้ใด รวม 42ราย
ข้อกล่าวหาที่4-7 คือ มาตรา 77วรรคหนึ่ง (1) ว่าด้วยการให้ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์, มาตรา 77 วรรคหนึ่ง (3) ว่าด้วยการรับจะจัดเลี้ยง, มาตรา 79 ว่าด้วยการเรียกรับผลประโยชน์ และมาตรา 81 ว่าด้วยการเรียกรับผลประโยชน์สำหรับตนเอง เบื้องต้น กกต.มีมติสั่งฟ้อง สว.ปัจจุบัน 26ราย, ผู้มีสิทธิเลือก สว.36ราย และบุคคลอื่น 15ราย รวม 77ราย
หากศาลรับฟ้องต้องหยุดทำหน้าที่
นายณรงค์ กล่าวว่า หลังมีมติ กกต.จะต้องจัดทำคำวินิจฉัยสำนวนและยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งภายใน 60วัน โดย สว.ที่ถูกดำเนินคดียังไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันทีจากมติของ กกต.เมื่อศาลฎีกามีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณา สว.ที่ถูกร้องจึงต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา และหากศาลพิพากษาว่ามีการกระทำความผิด สมาชิกภาพของ สว. รายดังกล่าวจะสิ้นสุดลงนับจากวันที่หยุดปฏิบัติหน้าที่ ข้อกล่าวหาที่1และ2 ซึ่งมีความเกี่ยวพันกันว่า ข้อกล่าวหาที่ 1 เป็นกรณีพรรคการเมืองหรือ สส.เข้าไปช่วยเหลือผู้สมัคร แต่จากการไต่สวน กกต.เห็นว่า พยานหลักฐานยังไม่เพียงพอส่งศาลฎีกาในข้อกล่าวหาที่ 1 พร้อมเน้นย้ำว่า มติ กกต.ที่ส่งเรื่องไปยังศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง เป็นเพียงมติเบื้องต้นด้วยเสียงข้างมากที่เห็นว่าน่าเชื่อว่ามีการฝ่าฝืนกฎหมาย บุคคลเหล่านี้ยังไม่ถือว่าเป็นผู้มีความผิด และยังมีสิทธิไปต่อสู้คดีในชั้นศาลฎีกาได้อย่างเต็มที่ โดยศาลฎีกาจะใช้ระบบไต่สวน ซึ่งจะนำสำนวนไต่สวนของ กกต.เป็นหลัก และศาลสามารถเรียกหรือแสวงหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อพิจารณาได้
แจงยิบพฤติการณ์รายละเอียดคดี
นายณรงค์ ยังกล่าวถึงการไม่ส่งเรื่องให้ศาลฎีกา กรณีกรรมการบริหารพรรค ว่า เป็นมติกกต.เสียงข้างมาก ซึ่งต้องทำความเข้าใจให้ชัดเจนว่าข้อกล่าวหาที่ 1 กับข้อกล่าวหาที่ 2 เชื่อมโยงกัน ข้อกล่าวหาที่ 1 เป็นกรณีความปรากฏ แล้วกกต.สั่งให้รับเรื่องแล้วไต่สวน คือถ้าดูแล้วผู้ถูกร้อง 187-206 และ 228 ก็คือ นายเนวิน ชิดชอบ ข้อกล่าวหานี้ เป็นความปรากฏจากสำนวนสอบสวนมีการแจ้งข้อกล่าวหาว่าเป็นกก.บห.หรือผู้มีตำแหน่งทางการเมือง เข้าไปช่วยเหลือ สว.140คน ที่เชื่อว่ามีชื่อในโพย และได้อันดับต้นๆ ว่าได้รับการช่วยเหลือจาก 21 คนนี้ ซึ่งเราต้องดูข้อกล่าวหา คำชี้แจง พยานหลักฐาน สำนวนนี้มีพยานรหัสที่ 16/26 รหัส 21/26 และ22/26 และ 25/26และนางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท เป็นพยานกล่าวอ้างว่า แต่พยานสำคัญ คือพยานรหัสที่ 16 ที่เป็นประเด็น มาให้ถ้อยคำว่ารู้เห็น 4 เหตุการณ์ ว่ากก.บห. คนรุ่นใหม่ นำโดย นายภราดร ปริศนานันทกุล ร่วมวางแผนฮั้วสว. ศึกษาระเบียบ คิดค้นโปรแกรมออฟไลน์ โดยทราบจากเพื่อนสส.และกก.บห.
เหตุการณ์ที่ 2 เป็นช่วงมีการเลือกสว.คือวันที่ 26มิ.ย.67 หลังเลือกสว.ระดับจังหวัด ก่อนการเลือกระดับประเทศ มีการประชุมกก.บห.ภูมิใจไทย มีการบรรยายวิธีให้เป็นไปตามแผน โดยมีนายภราดร และ นายไชยชนก ชิดชอบ เป็นผู้บรรยาย มีนายเนวิน และนายอนุทิน นั่งหัวโต๊ะเป็นประธาน พยานอ้างว่าประชุมร่วม เหตุการณ์ที่ 3 วันที่ 24 มิ.ย.2567 ไปที่ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุวรรณภูมิ วิทยาเขตหันตรา ทำโพยฮั้ว ทีติวเตอรื เป็น นางสุขสำรวย วันทนียกุล มาร่วมด้วย เหตุการณ์ที่ 4 หลังเลือกระดับประเทศนำสว.ในสายไปรับมอบนโยบายจากนายเนวิน ที่โรงแรมพูลแมน คิงพาวเวอร์ ผู้ถูกร้องทุกคนปฏิเสธ
พยานลำดับ16ให้ถ้อยคำไม่ชัด
ซึ่งตนวินิจฉัยว่า กรณีนี้เป็นการเลือก สว.ระดับประเทศ เมื่อ 26 มิย. 67 และกกต.ประกาศผลการเลือกเมื่อวันที่ 10ก.ค.67 ภายหลังประกาศผล มีการร้องเรียน การเลือกสว.ว่าไม่ชอบ มีผู้ร้องและผู้ถูกร้องจำนวนมากและวันที่ 18มีนาคม 2568 มีการรับทราบจากกกต.ว่าดีเอสไอ มีหนังสือแจ้งเรื่องรับสอบสวน กรณีมีผู้ร้องขอความเป็นธรรม ซึ่งกกต.เห็นว่ามีมูล มีการฝ่าฝืนพรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกสว.จึงเสนอให้ตั้งเรื่อง โดยวันที่ 18มีนาคม ไม่มีการแถลงข้อกล่าวหาทั้ง 21 คน ตอนนั้นกกต.ตั้งชุดไต่สวน26 ดำเนินการไต่สวนเรื่อยมา จนจะเห็นว่าคนถูกร้องจริงๆ คือคนที่มีชื่อ1-7 ของโพย มีผู้ถูกกล่าวหา 140คน ต่อมา วันที่ 10มิ.ย.2568 ผ่านมาหลายเดือนกกต.ได้รับรายงานจากชุด26ว่า มีผู้กระทำความผิดทั้งผู้มีสิทธิ์เลือก และผู้มีตำแหน่งทางการเมือง เริ่มขอให้กกต.รับเรื่องสอบกก.บริหารพรรค และผู้มีส่วนในพรรค เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.68 ซึ่งเป็นภายหลังจากรับคำร้องตั้งแต่แรก ซึ่งก็มาจากพยานรหัสต่างๆมาให้ถ้อยคำว่ามีผู้ร่วมกระทำความผิด การรับรองผลล่วงเลยมาเป็นเวลานาน ทำไมไม่เคยแจ้งเหตุ ไม่แจ้งกกต.เลยว่ากลุ่มคนเหล่านี้กระทำความผิด พยานปากนี้ให้ถ้อยคำ ชุด 26 หลังจากที่อ้างว่ารู้เห็นเหตุการณ์มานาน หากพูดเรื่องการเมือง พยานรหัส 16/26 เคยเป็นสส.ภูมิใจไทย และมีมติให้พ้นจากพรรค เพราะพยานคนนี้ถูกศาลจังหวัดขอนแก่น ตัดสินว่าทำความผิด ยักยอกเงินสหกรณ์ครูหลายร้อยล้าน ถูกจำคุก และย้ายไปพรรคกล้าธรรม แล้วตอนนั้นก็ขัดแย้งกัน วันที่ 28พ.ค.2568 พยานรหัส16 จึงมาให้ถ้อยคำ ขอกันตัวเป็นพยานก็เห็นว่าตอนนั้นก็มีมูลเหตุข้อน่าสงสัยว่า มีเจตนาอย่างไร จึงต้องฟังอย่างระมัดระวัง จะว่าไม่มีเหตุโกรธเคืองก็ไม่ถนัด
ก่อนฟันธงพยาน3ปากไม่น่าเชี่อถือ
นอกจากนี้พยานอ้างว่าเหตุเกิดที่พรรคภูมิใจไทย ก็มีพยานรหัส 16/26 คนเดียวที่ให้การ แล้วเหตุการณ์ 1 หรือ 2 ก็ไม่พบว่ามีการเก็บเครื่องมือสื่อสาร แต่ก็ไม่พบหลักฐานอื่นเลย ภาพถ่ายใดๆ ไม่ปรากฏกระทั่งหลักฐานการปฏิบัติการของนายภราดร ไม่มีวัตถุพยานโปรแกรม ว่ามีลักษณะใด ที่อ้างว่ามีเงินจำนวนมหาศาล ก็ไม่ปรากฏว่าจ่ายให้ใคร ไม่มีเส้นเงิน พยานปากนี้ให้การไม่ได้ว่าให้เงินอย่างไร ใครรับบ้าง เป็นการกล่าวอ้างลอยๆ ข้อกล่าวหานี้ยังมีพยานอีก 2 ปาก คือ 21/26 และ 22/26 ทั้ง 2 คน เป็นสว.ทั้งคู่ ก็ถือเป็นพยานประกอบ เราก็มาดูว่าพยานประกอบเชื่อมโยงสอดคล้อง กับพยาน 16/26 หรือไม่ เพราะพยานทั้ง 2 บอกว่าไปร่วมที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุวรรณภูมิ และอ้างว่า นางสุขสำรวยร่วมด้วย และพยานรหัส 22 บอกว่ารวมกลุ่ม กับรหัส 16 ทราบว่า กลุ่ม16/26 ได้โควตา 2 คน ซึ่งไม่มีถ้อยคำใดเลยว่าพยาน 22/26 ที่อยู่พะเยา มาอยู่ในกระบวนการเขาเลย แต่บอกว่ามีคนเดียวคือ 21/26 ที่อยู่ขอนแก่น ทำให้เห็นว่าความสอดคล้องของพยานไม่มีเลย สำคัญสุดคือพยานทั้ง 3 มากลับคำให้การ โดยมีหนังสือถึงประธานกกต.บอกว่าพฤติการณ์ที่อ้างไว้ ไม่เป็นความจริง การชั่งน้ำหนักพยานหลักฐาน ผมอยู่ศาลมา 38 ปี ทำหน้าที่ผู้พิพากษา พยานกลับคำ ตนลงโทษมาเยอะ แต่พยาน 3 ปากนี้ ไม่น่าเชื่อถือมาตั้งแต่แรก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ กกต.ชุดปัจจุบันมี 7คน ประกอบด้วย 1.นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง 2.นายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ 3.นายชาย นครชัย 4.นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ 5.นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ 6.นายณรงค์ รักร้อยและ7.นายจิรุตม์ วิศาลจิตร
‘วรศิษฎ์’ ลั่นรัฐบาลไม่มีแรงกดดัน
ก่อนหน้าที่ กกต.จะลงมติคำวินิจฉัย นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะมีคำวินิจฉัยในคดีฮั้วเลือก สว. ในวันนี้ (14 ก.ย.) มีแรงกดดันอะไรกับรัฐบาลหรือไม่ว่า ตนคิดว่าไม่มี ซึ่งเรายืนยันชัดเจนมาโดยตลอดอยู่แล้วว่าใครทำอะไรก็ต้องรับผิดชอบ และเราไม่ได้เข้าไปวุ่นวาย ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นอยู่แล้ว เป็นเรื่องของ กกต. ที่ต้องดำเนินการตามพยานหลักฐานผู้สื่อข่าวถามว่า การชุมนุมเมื่อวันที่ 13 ก.ย.มีความพยายามเชื่อมโยงและปลุกระดมมวลชน นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า เป็นสิทธิของเขา แต่สุดท้ายต้องทำงานบนข้อเท็จจริงมากกว่า
เมื่อถามว่า การเคลื่อนไหวของหลายกลุ่มในช่วงนี้ส่งผลกระทบต่อการทำงานของรัฐบาลหรือไม่ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ไม่มี เพราะพวกตนทำงานเต็มที่มาโดยตลอด อย่างที่ทุกคนเห็นตั้งแต่ตั้งคณะรัฐมนตรีมา เราเจอปัญหาทั้งภายในและภายนอกที่เราควบคุมไม่ได้ค่อนข้างเยอะพอสมควร ตนว่าตอนนี้ทุกคนโฟกัสว่าทำอย่างไรที่จะเคลียร์ปัญหาเหล่านี้ให้เสร็จสิ้นและให้ประเทศเดินหน้าต่อได้ง่ายที่สุด เมื่อถามย้ำว่า มีความกังวลหรือไม่ หากคำวินิจฉัยของ กกต.ออกมา ทำให้กลุ่มที่เคลื่อนไหวไม่พอใจและออกมาเคลื่อนไหวกดดันต่อ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ไม่กังวล อย่างที่บอกทุกอย่างอยู่บนข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน
นายกฯปิดปาก-เตรียมบินเวียดนาม
เวลา 12.45น.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาล เพื่อไปปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีเกียรติยศ เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 14 – 16 ก.ย. โดยมีนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มาส่งที่รถ
ทั้งนี้ระหว่างรถขับผ่าน นายกฯ ลดกระจกรถลง พร้อมโบกมือทักทายสื่อมวลชนและกล่าวว่า “เดี๋ยวไปเวียดนามแล้ว” โดยนายกฯ ไม่ได้ตอบคำถามสื่อมวลชนกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะวินิจฉัยคดีฮั้ว สว.ในวันเดียวกันนี้
‘สว.สีน้ำเงิน’ยังทำหน้าที่ตามปกติ
เวลา09.30น.ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่7 ที่มี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม ดำเนินไปอย่างราบรื่นตามระเบียบวาระปกติ ท่ามกลางการจับตาจากทุกภาคส่วนถึงผลการประชุมของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งมีกำหนดการจะแถลงชี้ขาด ในเวลา 15.00 น. ว่าจะมีมติส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณาฟ้องร้องในคดีฮั้ว สว. หรือไม่ เพราะหากศาลรับคำร้อง จะมีคำสั่งให้ สว.ที่ยังปฏิบัติหน้าที่อยู่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว ในจำนวนผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดตามความเห็นของคณะกรรมการไต่สวนและสืบสวนกลาง ชุดที่ 26 แบ่งเป็น สว.ชุดปัจจุบันที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ทั้งหมด 138คน โดยท่าทีของบรรดา สว.ส่วนใหญ่ยังคงสงบนิ่งและปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ซึ่งสมาชิกแต่ละคนทยอยเข้าร่วมประชุมเพื่อพิจารณาวาระสำคัญตามลำดับ โดยเริ่มจากการตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีในหลายประเด็นร้อน อาทิ ปัญหาที่ดินและทรัพยากรดิน ความคืบหน้าศูนย์บริหารจัดการมหานครผลไม้ครบวงจร จังหวัดจันทบุรี การกำกับดูแลกากอุตสาหกรรมโรงไฟฟ้าหงสา สปป.ลาว รวมถึงการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำมูล-ชี และคลองหกวา
แฉพยานรหัส16’เอกราช ช่างเหลา’
ด้าน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกกตได้โพสต์ข้อความก่อนการประชุมกกต.เพื่อพิจารณาลงมติคดีหัวสว. 229 คน โดยเปิดชื่อของพยานรหัสที่ 16 ที่มีหนังสือถึงประธานกกต. ขอกลับคำให้การที่เคยให้ไว้กับคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ว่าพรรคภูมิใจไทยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการฮั้วเลือกสว. ว่า คือนายเอกราช ช่างเหลา โ โดยนายสมชัยระบุว่าพยานรหัส 16 คือใคร ทำไมต้องปล่อยเอกสารกลับคำให้การในโค้งสุดท้าย 3 วันก่อนการลงมติ 1. พยานรหัส 16 คือใคร พลิกดูละเอียด ในรายงานการประชุม อนุ ฯ ชุด 36 พบว่า บางช่วงของการบันทึก มีวงเล็บชื่อพยานรหัส 16 ว่า เอกราช ช่างเหลา สืบค้นจากเอไอ ได้ความว่า “เอกราช ช่างเหลา เป็นนักการเมืองจากจังหวัดขอนแก่น อดีต ส.ส.และอดีตผู้บริหารสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น” ในการเลือกตั้งปี 2566 ได้รับเลือกเป็น ส.ส.ขอนแก่น เขต 4 พรรคภูมิใจไทย ต่อมาเมื่อ 17 เมษายน 2568 ศาลจังหวัดขอนแก่นพิพากษาจำคุก 5 ปี 93 เดือน และให้ชดใช้เงินแก่สหกรณ์ประมาณ 405 ล้านบาท จากนั้นวันที่ 18 เมษายน2568 พรรคภูมิใจไทย มีมติให้พ้นจากสมาชิกพรรค
กกต.ตีตกคำให้การไม่น่าเชื่อถือ
ซึ่งข้อมูลจากการสืบค้น พบว่า ตรงกับที่ระบุในรายงานการประชุม อนุ ฯ ชุด 36 ที่ว่า “เป็น อดีต สส.ของพรรคภูมิใจไทย เมื่อถูกขับออกจากพรรคก็มาให้การเป็นปฏิปักษ์ต่อพรรค ต่อมาได้มีหนังสือขอกลับคำให้การทั้งหมดที่ตนให้ไว้” และ“จึงมีข้อพิจารณาถึงความน่าเชื่อของพยานรายนี้ โดยเห็นว่าไม่น่าเชื่อถือ”2.ทำไมต้องมาปล่อยเอกสารหลุดในโค้งสุดท้าย คำตอบ คือ คำให้การส่วนใหญ่ของพยานรหัส 16 เป็นการพาดพิง สส.และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย ที่ เมื่อมีการกลับคำให้การว่า ถูกชายไม่ทราบชื่อ บังคับข่มขู่และเลขาธิการ กกต.ลงความเห็นว่า ไม่น่าเชื่อถือ จึงอาจเป็นการปูเรื่องไปสู่มติ กกต.ว่า 21+1 คน ที่ อยู่ใน สำนวนชุด 26 ไม่เป็นความผิดมติในวันนี้ จึงมีข่าวลือออกมาก่อนว่า ยกคำร้องทั้งหมดในส่วนฝ่ายการเมืองในส่วนที่เกี่ยวข้องกับมาตรา 76 วรรคแรก อ๋อ หรือยังครับ
ดีเอสไอรวมสำนวนทำคดีฟอกเงิน
พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค และในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมแถลงผลการพิจารณาของ กกต.สำนวนการไต่สวนการเลือก สว.ที่ได้ประชุมลงมติวินิจฉัยชี้ขาดผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการฮั้วเลือก สว. ตามกฎหมายเลือกตั้ง ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นที่พนักงานอัยการคดีพิเศษ ได้กำหนดให้ดีเอสไอ ซึ่งรับผิดชอบสำนวนสอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2568 กรณีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว.จะต้องนำรายงานความเห็นของคณะกรรมการการเลือกตั้งเข้าสู่สำนวนการสอบสวนของดีเอสไอเช่นเดียวกัน ดังนั้นแม้ความเห็นของกกต.จะวินิจฉัยชี้ขาดอย่างไรก็ตาม ทางดีเอสไอนำโดยหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ จะจัดทำหนังสือประสานขอข้อมูลไปยัง กกต.เพื่อนำมาประกอบพิจารณาในสำนวนของดีเอสไอโดยเร็วที่สุด เนื่องด้วยสำนวนของดีเอสไอ ก็มีประเด็นของการสอบปากคำและพยานหลักฐานที่ได้รวบรวมไว้แล้ว ดีเอสไอ จำเป็นต้องรอดูข้อเท็จจริงและรายงานข้อมูลความเห็นการวินิจฉัยชี้ขาดของให้เรียบร้อยก่อนเพื่อดูว่า ข้อเท็จจริงมีการยุติอย่างไร สั่งฟ้องดำเนินคดีส่งศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งกี่ราย หรือไม่สั่งฟ้องกี่ราย และด้วยเหตุผลใดบ้าง
“วรศิษฎ์”รายงานนายกฯบรรจุขรก.
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ถึงความคืบหน้าการบรรจุข้าราชการท้องถิ่น เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่างหลังจากมีการเพิกถอนผู้ทุจริตเมื่อวันที่ 30 ส.ค.ว่า มารายงานเรื่องกรอบเวลาบรรจุข้าราชการท้องถิ่นรอบที่ 4 สำหรับบุคคลที่รอเรียกบัญชีอยู่ ทั้งนี้ ตั้งใจว่า จะมีการเรียกบรรจุในช่วงเดือน ต.ค. โดยวันที่ 17 ก.ย.จะมีการประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) ซึ่งจะมีการนำเสนอรูปแบบกรอบเวลาให้กับ ก.กลาง ได้ดูด้วย และวันดังกล่าวจะมีการสรุปวันบรรจุ จะดำเนินการให้เร็วที่สุด เชื่อว่า ผู้ที่รอบรรจุอยู่รอมาหลายเดือนแล้ว
ลั่นสาวโกงสอบเข้าไม่จบแค่นี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้นายกฯ ระบุเรื่องการตรวจสอบการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นจะไม่จบเพียงเท่านี้ จะสาวไปมากกว่านี้ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า มันไม่จบแค่นี้อยู่แล้ว เพราะในส่วนกระทรวงมหาดไทยที่ทำพยายามเร่งดึงคนที่สอบได้ด้วยความบริสุทธิ์กลับเข้าสู่ระบบโดยเร็วที่สุด และถอดคนที่มีคะแนนผิดปกติออกไปให้เร็วที่สุด ถือว่าเราเดินมาถึงจุดที่สำเร็จได้ในระดับหนึ่ง แต่ในส่วนการเอาผิดเรื่องของอาญาไม่มีทางจบแค่นี้อยู่แล้ว อย่างที่เราเห็นเมื่อวันที่ 11ก.ย.ที่ผ่านมา นายกฯได้มีการแถลงเพิ่มเติมเรื่องการริบทรัพย์ และระหว่างนั้นก็เห็นว่ามีการไปจับกุมเพิ่มเติมอยู่เป็นรายวัน ให้ทีมทำงาน ตำรวจ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ขยายผลออกไปเรื่อยๆ ดำเนินการกับคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

