ชัชชาติ ลุ้นสภากทม. ไฟเขียวใช้งบปี 70 เช่ารถขยะอีวี ชี้ประหยัดงบ-ลดมลพิษ ล่าช้ากว่าหลายจังหวัด

ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์กรณีโครงการเช่ารถเก็บขนมูลฝอยไฟฟ้าจำนวน 3 โครงการ เพื่อใช้ทดแทนรถเก็บขนมูลฝอย (รถสันดาป) ที่จะสิ้นสุดสัญญาระหว่างปี 2568 ถึง 2570 รวมจำนวน 1,347 คัน และได้ของบประมาณใหม่ในปี 2570 ซึ่งคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 มีการสงวนความเห็นไว้เพื่ออภิปรายในสภากรุงเทพมหานครในวาระที่ 2 และวาระที่ 3
นายชัชชาติ กล่าวว่า การเช่ารถขยะไฟฟ้าเป็นเรื่องสำคัญ เป็นโครงการที่ยากที่สุดตั้งแต่เป็นผู้ว่าฯ มา เพราะเรามีแนวคิดที่จะเปลี่ยนรถขยะซึ่งมีอยู่เดิมประมาณ 1,400 คัน ให้เป็นรถไฟฟ้าแทนรถดีเซลที่เราใช้มาตั้งแต่ปี 2545 เชื่อว่าจะมีผลดีทั้งในแง่สิ่งแวดล้อม การประหยัดพลังงานต่าง ๆ และเป็นเทรนด์ของโลก รวมทั้งมติ ครม. 2 ครั้ง ในปี 2566 และปี 2568 ที่ให้หน่วยงาน หากมีรถหมดอายุให้ใช้รถไฟฟ้าเป็นหลัก โดยได้เริ่มโครงการมา แต่ก็ยังไม่สำเร็จ เชื่อว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จะมีคนที่ไม่เห็นด้วย แต่เราก็รับฟัง
โดยโครงการนี้ในปี 2568 สภากทม. อนุมัติแล้ว แต่กระบวนการมีความล่าช้า เนื่องจากต้องทำให้ละเอียดถี่ถ้วน เพราะมีคนกังวลเรื่องความโปร่งใสต่าง ๆ ได้ตั้งคณะกรรมการร่วมหลายหน่วยงาน ทำให้ล่าช้าไป สุดท้ายยกเลิกโครงการเดิม และยื่นเป็นงบประมาณใหม่ของปี 2570 นี้
ถามว่าทำไมถึงยาก ก็เชื่อว่าอย่างที่บอก มันตั้งแต่ปี 2545 ที่เรามีการใช้รถน้ำมัน มีการจ้างอยู่ 3 บริษัทที่ผ่านมา มีบริษัทหนึ่งเราจ้างไปเกือบ 19,000 ล้านบาท เฉพาะรถน้ำมัน ต่อเนื่องมา การเปลี่ยนแปลงไม่ได้ง่าย แต่ว่าเปลี่ยนแปลงแล้วจะมีการประหยัดมากขึ้น โดยเฉพาะประหยัดเชื้อเพลิง ใน 5 ปี ค่าเช่ารถประมาณ 6,000 ล้านบาท แต่น้ำมันเชื้อเพลิงกับไฟฟ้าจะมีผลต่าง ถูกลง ใช้ไฟฟ้าประมาณ 4,700 ล้านบาท โดยคิดวิ่ง 200 กิโลเมตรต่อคันต่อวัน ดีเซล 39 บาทต่อลิตร ไฟฟ้า 6 หน่วย ก็จะประหยัดได้เกือบเท่ากับราคาเช่าเลย เรียกว่าเกือบได้เช่าฟรี
ประเด็นที่ 2 เรื่องสิ่งแวดล้อม จะมีการลด PM2.5 ในระดับ 100 กว่าตันต่อปี ต่อ 5 ปี ลดคาร์บอนมอนอกไซด์ 25 ตัน ลดก๊าซเรือนกระจกต่าง ๆ ได้มากมาย แล้วรถขยะไฟฟ้าวิ่งกลางคืน ถ้าใช้ไฟฟ้าก็จะเงียบ ไม่รบกวนคน เชื่อว่าเป็นเทรนด์ที่จะทำให้ดีขึ้นมาก ๆ ในอนาคต
ส่วนที่มีคนอาจจะกังวลเรื่องความโปร่งใส ก็เชื่อว่าไม่มีโครงการไหนที่จะโปร่งใสเท่าโครงการนี้ เพราะเราทำอย่างละเอียดเข้มข้น ป.ป.ช. มีข้อสังเกตมาผ่าน ครม. ตั้งแต่ปี 2567 เราก็ดำเนินการแก้ไข มีการตั้งคณะกรรมการร่วมจาก 5 กระทรวงเพื่อพิจารณา มีคณะกรรมการเข้าโครงการคุณธรรมด้วย มีการรายงานให้กระทรวงมหาดไทยทราบ ให้นำเข้า ครม. เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีการปฏิบัติตามอย่างโปร่งใส
ส่วนประเด็นที่มีคนกังวลว่าทำไมไม่ทำเอาต์ซอร์ส จ้างเหมาให้เก็บขยะให้เลย ต้องบอกว่าจริง ๆ แล้วมันคือเอาต์ซอร์สแบบหนึ่ง คือเอาต์ซอร์สมี 2 ส่วน รถกับคน ส่วนของรถคือโครงการที่เราเช่ารถ แต่ส่วนของคน ปัจจุบันเรามีคนขับรถอยู่ 2,500 คน มีคนเก็บขยะอยู่ 7,000 คน ถ้าเราจะเอาต์ซอร์สหมด ก็ทำให้พนักงานที่เหลือไม่รู้จะทำอะไร อาจจะต้องค่อยเป็นค่อยไป เป็นแนวคิดที่ดี แต่ต้องคิดถึงคนที่เรามีอยู่ด้วย ในอนาคตเราเอาต์ซอร์สรถไปแล้ว ทยอยในส่วนคน ลดคนตามคนที่เกษียณหรือปรับก็สามารถทำได้ สองส่วนจะแยกกันตามที่เชี่ยวชาญ เรื่องรถก็เช่ารถ เรื่องคนก็มาจัดเตรียมคนให้เรา
นายชัชชาติกล่าวว่า เราพยายามดูอย่างละเอียด มีคนอาจจะทักท้วงว่ามันเป็นเรื่องใหม่ จริง ๆ แล้วที่ผ่านมา มีการทำทั่วประเทศแล้ว ปัจจุบันมีรถขยะที่ อบต. จังหวัดต่าง ๆ ใช้อยู่ประมาณ 300 คัน ที่เป็นรถไฟฟ้า เมืองใหญ่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นหัวหิน ภูเก็ต เชียงใหม่ มีการนำรถขยะไฟฟ้ามาใช้แล้ว เพื่อนบ้านเรา สมุทรปราการ มีเกือบ 100 คันที่ใช้อยู่ เป็นเทคโนโลยีที่ค่อนข้างจะมั่นคงแล้ว หน่วยงานจังหวัดอื่นใช้กัน กลายเป็นกรุงเทพฯ ล้าสมัยที่สุด
ในส่วนตัวชาร์จ ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะเรามีการทำ MOU กับการไฟฟ้านครหลวงที่จะติดตั้งแล้ว สมัยนี้ติดตั้งหัวชาร์จไม่ยาก เราติดตั้งของ BRT ทำได้สบาย จะเป็นการขยายหัวชาร์จให้มากขึ้นด้วย
สุดท้ายทางสภากทม. เป็นผู้ตัดสินใจ แต่ว่าถ้าเกิดงบไม่ผ่านก็จะมีปัญหา เพราะถ้างบปี 2570 ไม่ผ่าน เราไม่สามารถเริ่มโครงการจัดซื้อจัดจ้างได้ในปีนี้ ก็ต้องรอไปอีก 2 ปี ก็คือเราต้องเช่ารถเก่าอีก 2 ปี จะเป็นรถเดิมที่วิ่งอยู่ อายุ 5 ปี 7 ปี สภาพเก่า ๆ จะมีการปล่อยมลพิษเหมือนเดิม
“หวังว่าทางสภากทม. จะเข้าใจเหตุผล ถ้ามีอะไรก็พร้อมจะนำไปปรับแก้ไขให้ดีขึ้น การเปลี่ยนแปลงไม่ได้ง่าย ผมว่าหลายคนก็กลัวการเปลี่ยนแปลง แต่เชื่อว่าเทคโนโลยีพร้อมแล้ว เราก็ล่าช้ามานานแล้ว หลายจังหวัด หลายเทศบาล หลาย อบต. ก้าวหน้ากว่ากทม. ไปแล้ว เชื่อว่ามันจะเป็นผลดีทั้งในแง่ประหยัดเงิน เรื่องสิ่งแวดล้อม แล้วก็เรื่องอนาคต ก็อาจจะมีการลดจำนวนคนลงได้”
เมื่อถามว่ามีความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายค่าไฟอยู่ในงบนี้หรือไม่
นายชัชชาติ กล่าวว่า ปกติแล้วเวลาเช่าไม่รวมน้ำมัน ค่าไฟ ค่าน้ำมันแยกอยู่ ปกติน้ำมันเราจ่ายตรงอยู่แล้ว น้ำมันตอนนี้ราคาแพง ไฟฟ้าถูกกว่าแล้ว เราใช้หลักเรต 6 บาท ซึ่งอนาคตอาจจะถูกกว่านี้ได้ ถ้าเราใช้แบบเป็น Off Peak ก็เชื่อว่าเรื่องงบประมาณก็น่าจะประหยัดลง ถ้าดูตัวเลขปัจจุบัน ราคาไฟ ราคา น้ำมัน ก็อาจจะได้ถึง รวมแล้วประมาณ 4,700 ล้านบาทเลย ซึ่งใกล้ ๆ กับมูลค่าโครงการเช่าเลย
ถามอีกว่ามีข้อกังวลเรื่องกำลังแรงอัดของรถไฟฟ้าจะเท่ารถดีเซลหรือไม่
นายชัชชาติ กล่าวว่า ก็ต้องทดสอบให้ดี มีตัวอย่างที่อื่นก็ใช้กัน 300 กว่าคันแล้ว ซึ่งขยะเก็บไม่ต่างจากเรา อย่างประเทศจีนใช้ทั้งเมืองแล้ว เป็นรถขยะ EV ทั้งหมด เป็นเทคนิค ซึ่งตนว่าเทคโนโลยีก้าวหน้าไปแล้ว เรื่องนี้ก็ต้องอยู่ในขั้นตอนของ TOR ในการทดสอบให้ได้ความมั่นใจ
นายชัชชาติกล่าวสรุปว่า “เป็นโครงการที่เราต้องทำให้เป็นต้นแบบให้ได้ เรื่องความโปร่งใสต่าง ๆ ต้องขอบคุณสำหรับทุกข้อทักท้วงของท่าน ส.ก. เป็นสิ่งที่มีค่า เพราะท่านก็เป็นตัวแทนประชาชน
แต่ อย่างที่บอกว่าโครงการนี้ไม่ได้ง่าย นับว่าเป็นโครงการที่ยากที่สุดในตำแหน่งผู้ว่าฯ เลย เพราะเราเริ่มตั้งแต่เทอมแรกก็ยังไม่สำเร็จ จะมีคนคัดค้านเยอะ ช่วยกันดูรายละเอียดเยอะ ว่าเป็นไปไม่ได้ ทำไม่ได้ ก็ต้องพยายามชี้แจงแต่ละประเด็นให้รอบคอบ
วันนี้น้อมรับฟังความเห็นของท่าน และพร้อมจะเดิน แต่ว่าถ้าเกิดว่าไม่ผ่านขึ้นมา ก็คงต้องหาทางออกว่าเราจะดำเนินการอย่างไรต่อ แต่ต้องให้มั่นใจว่าต้องมีรถขยะให้บริการประชาชนทุกวัน ไม่ให้ขาด”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

