อภิสิทธิ์ ข้องใจ กกต. ลดจำนวนผู้ถูกส่งฟ้อง คดีฮั้วเลือก สว. ส่งทีมกฎหมาย ปชป.ช่วยผู้เสียหาย

"อภิสิทธิ์"ข้องใจ"กกต." ลดจำนวนผู้ถูกส่งฟ้อง คดีฮั้วเลือก สว. ไม่ลามครอบคลุมผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด กังขากลับคำให้การ"เอกราช ช่างเหลา" เมินตรวจสอบชายปริศนา บี้เปิดคำวินิจฉัยรายบุคคล เตือนหากศาลฯพบผู้เกี่ยวข้องเกิน 77 คน ต้องเดินหน้าดำเนินคดีต่อ รวม"อั้งยี่-ฟอกเงิน"ด้วย จับตากระแสโยกย้ายเจ้าหน้าที่ หวั่นฝ่ายการเมืองแทรกแซงการสอบสวน เผยมีผู้เสียหายติดต่อ"ปชป."มาแล้ว ยันทีม กม.พร้อมหนุนช่วยเหลือ
15 กันยายน 2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นำคณะทำงานชุดใหญ่ด้านกฎหมายของพรรค ซึ่งประกอบด้วย นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ และนายราเมศ รัตนะเชวง ร่วมกันแถลงข่าว ถึงแนวทางการดำเนินการทางกฎหมาย กับผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดี ฮั้วเลือก สว.หลังเมื่อวานนี้ กกต.มีมติส่งฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งเพียง 77 คน
โดย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า วันที่ 14 ก.ย.เป็นจุดเริ่มต้นของคดีฮั้วเลือก สว.โดยตนเองขอตั้งข้อสังเกตมติของ กกต.ว่าเป็นจำนวนที่น้อยกว่าข้อสรุปของคณะอนุกรรมการไต่สวน ชุดที่ 26 ที่เสนอให้ดำเนินการผู้ที่ผู้กล่าวหา 229 ไม่ครอบคลุมทุกกลุ่มที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ ทั้งมตินี้ยังส่งฟ้องน้อยกว่าความเห็นของเลขาธิการ กกต.ด้วย สิ่งที่น่าสังเกตุกับการตัดสินใจ วิธีการพิจารณา พยายามเอามาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับคดีอาญาเป็นหลัก ทั้งที่อำนาจของ กกต.มีทั้งคดีอาญา และคดีเลือกตั้ง ที่ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ให้สิ้นข้อสงสัย เพียงแค่มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายก็ส่งฟ้องได้ เหมือนกับมาตรฐานการพิจารณา คดีที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งที่ผ่านมา ในส่วนของพรรคการเมืองที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง กกต.พูดถึงเพียงแค่การถูกพาดพิงจากพยานเท่านั้น ทั้งที่แท้จริงแล้วต้องพิจารณาจากภาพรวม ที่มีลักษณะ พฤติกรรมทำเป็นขบวนการอย่างชัดเจน มากกว่าการกระทำส่วนบุคคล และหลายคนที่ กกต.ส่งฟ้อง โดยอ้างว่าเป็นบุคคลอื่นซึ่งส่วนใหญ่ ก็เป็นคนที่อยู่ในพรรคการเมืองเดียวกัน ขณะเดียวกัน ข้อกล่าวหาที่ 3 - 7 ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่มีพฤติกรรมเดียวกันทั้งหมดโดย กกต.ไม่ได้เอามาพิจารณาว่า คนที่วางแผนทั้งกระบวนทั้งการเป็นใคร
นายอภิสิทธิ์ กล่างต่อว่า ตนตั้งข้อสังเกตถึงการกลับคำให้การของ นายเอกราช ช่างเหล่า อดีต สส.ขอนแก่น พรรคภูมิใจไทย ที่อ้างว่าถูกข่มขู่จากชายนิรนามที่ไม่ทราบชื่อและรายละเอียดในสำนวน จึงตั้งข้อสังเกตุว่าทำไม กกต.จึงไม่เสาะแสวงหาข้อเท็จจริง ว่าชายนิรนามคนนั้นคือใคร นี่จึงถือเป็นข้อพิรุธในการทำงานของ กกต.อีกทั้งการที่นายเอกราช ย้ายไปสังกัดพรรคกล้าธรรม แล้วอ้างว่า พรรคภูมิใจไทย และพรรคกล้าธรรม ขัดแย้งกัน เท่าที่เห็นปัจจุบัน ทั้งสองพรรคนี้ก็ไม่ได้มีความขัดแย้งกัน และนายเอกราช เดิมเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีนี้ เมื่อถูกกันตัวเป็นพยาน แล้วกลับคำให้การ สถานะของนายเอกราช จึงกลับไปเป็นผู้ถูกล่าวหาเช่นเดิม แต่ทำไม กกต.กลับไม่เอาผิดกับนายเอกราชฐาน เป็นพยานเท็จ
“พรรคประชาธิปัตย์จึงเรียกร้องให้ กกต.เปิดคำวินิจัยส่วนบุคคลอย่างละเอียด เพื่อให้เห็นว่า กกต.แต่ละคนให้เหตุผลอย่างไร ที่มารองรับคำวินิจฉันส่วนตน และจากรายชื่อที่ส่งฟ้อง ส่วนใหญ่เป็นบุคลากรในพรรคการเมือง แต่ไม่ได้ถูกจัดเป็นในกลุ่ม กก.บห.พรรคการเมือง อาจเป็นพรรคเพราะปัจจุบัน หลายคนไม่ได้อยู่ในตำแหน่ง แต่กรณีของ นายศุภชัย โพธิ์สุ อดีต สส.พรรคภูมิใจไทย แม้จะไม่ได้เป็น สส.ในการเลือก สว.แต่ยังดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในขณะนั้นซึ่งก็คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าอีกว่า จากนี้พรรคประชาธิปัตย์จะติดตามต่อ คือเมื่อมีการชี้มีเป็นการกระทำผิด พ.ร.ป.สว. ม.77 ซึ่งถือเป็นความผิดทางอาญา ที่อยู่ที่ในการสอบสวนของดีเอสไอ ต้องเดินหน้าต่อไป แม้ก่อนหน้านี้ดีเอสไอจะส่งอัยการสูงสุด ฟ้องผู้ต้องหาเพียง 8 คน แต่อัยการส่งหนังสือกลับมาถามว่าทำไมส่งฟ้องแค่ 8 คน ทั้งที่ผู้กล่าวหามีกว่าร้อยคน ความผิดที่ดีเอสไอดำเนินการอยู่ คือ ความผิดอั้งยี้ และฟอกเงิน ก็ต้องดำเนินการสอบสวนต่อ ตามความเห็นของอัยการ ส่วนที่กระแสข่าวว่าจะมีการโยกย้ายเจ้าพนักงานที่พิจารณาคดีนี้ เพื่อให้พ้นจากความรับผิดชอบ พรรคประชาธิปัตย์ก็จะติดตามเรื่องนี้ เพื่อไม่ให้รัฐบาลเข้าไปแทรกแซงการดำเนินการของดีเอสไอ
“เมื่อ กกต.มีมติส่งให้ศาลแล้ว พรรคประชาธิปัตย์เรียกร้องให้ กกต.ส่งข้อมูลสำนวนการไต่สวนไปให้ศาลให้ครบถ้วนสมบูรณ์ เพราะกฎหมายให้ศาลยึดสำนวนการไต้ส่วนของ กกต.เป็นหลัก และที่สำคัญ เมื่อศาลพิจารณาแล้วความปรากฎว่า มีความผัวพันไปมากกว่า 77 คน ที่ส่งฟ้อง กกต.ก็ต้องดำเนินการต่อไม่อาจตัดจบ แล้วบอกว่าเรื่องมีคนผิดแค่ 77 คน ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ส่วนการดำเนินการที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน คำวินิจฉัยที่ขัดแย้งกับข้อเท็จจริง มีผู้เสียหายต้องดำเนินการกับ กกต.ทั้งความผิดตามกฎหมาย กกต.มาตรา 69 ป.วิอาญา ม.157 กฎหมาย ป.ป.ช.172 เบื้องต้นมีผู้เสียหายทั้งอดีตผู้สมัคร และ สว.สำรอง ติดต่อพรรคมาแล้ว ซึ่งทีมกฎหมายก็พร้อมให้ความช่วยเหลือและสนับสนุน ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ อย่างเต็มที่ โดยจะเร่งดำเนินการโดยเร็ว
ส่วนจะมีช่องทางอื่นที่พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นฟ้องเอาผิด กกต.โดยตรงเองหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า โดยหลักการ หากผู้เสียหายยื่นฟ้องเอาผิดกับ กกต.โดยตรง จะมีข้อจำกัดน้อยกว่า เพราะหลายกรณีที่มีการยกคำร้องมักจะระบุว่า ผู้ร้องไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

