DSI จ่อขอสำนวน กกต. ลุยสอบคดี ฮั้ว สว. ชี้ 'เอกราช'พยานปากสำคัญ กลับคำ ส่อโดนข้อหาให้การความเท็จ

'DSI' เตรียมถกอัยการลุยคดีฮั้ว สว. จ่อขอสำนวน กกต. เผย'เอกราช ช่างเหลา'พยานปากสำคัญ ส่อโดนข้อหาให้การความเท็จ
วันที่ 15 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีทุจริตเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.67) หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติส่งฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งจำนวน 77 ราย ล่าสุด กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) โดยคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2568 (คดีอั้งยี่-ฟอกเงิน) เตรียมทำหนังสือขอคำวินิจฉัยฉบับเต็มจาก กกต. ภายใน 60 วัน เพื่อนำมาประกอบสำนวน
จากนั้น DSI จะนัดประชุมร่วมกับพนักงานอัยการเพื่อกำหนดประเด็นสอบสวนเพิ่มเติมตามคำสั่งอัยการคดีพิเศษ อาทิ การรวมสำนวนผู้ต้องหา 8 รายแรกเข้ากับกลุ่มผู้ร่วมกระทำผิดอื่น และการตรวจสอบเส้นทางการเงิน เนื่องจากอัยการมองว่าพฤติการณ์มีลักษณะเป็นองค์กรขนาดใหญ่ ทำกันเป็นกระบวนการเพื่อดึงอำนาจนิติบัญญัติโดยฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ จึงต้องสอบสวนให้สิ้นกระแสความและไม่สามารถสรุปสำนวนฟ้องเพียง 8 รายเดิมได้
สำหรับประเด็นจำนวนผู้ถูกร้องเรียนคดีฮั้ว สว. ที่แท้จริงมีถึง 427 ราย ไม่ใช่ 229 รายตามที่คณะอนุกรรมการฯ คณะที่ 26 สรุปตัวเลขแรกเริ่ม เนื่องจากมีการนำคำร้องคัดค้านในสำนวนอื่นมารวมพิจารณาด้วย
ส่วนกรณีที่ประธาน กกต. ตัดพยานรหัส 16 /26 หรือ นายเอกราช ช่างเหลา ออกจากสำนวน โดยอ้างว่าเคยต้องคำพิพากษาคดียักยอกทรัพย์ และมีการกลับคำให้การไปมาจนขาดความน่าเชื่อถือ ส่งผลให้ กกต.ไม่สามารถดำเนินคดีกับระดับกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้นั้น ทางแหล่งข่าว DSI ระบุว่า นายเอกราชเคยให้ปากคำสอดคล้องกันทั้งในชั้น DSI ซึ่งมีอัยการร่วมฟัง และชั้นอนุกรรมการ กกต. แต่กลับส่งหนังสือขอแก้ไขคำให้การในภายหลัง ซึ่งพฤติการณ์กลับคำไปมาจนทำให้ผลคดีเปลี่ยนอย่างสิ้นเชิงนี้ เข้าข่ายความผิดฐานให้การเท็จต่อเจ้าพนักงาน ซึ่งต้องจับตาดูว่าพนักงานสอบสวนจะดำเนินคดีอาญากับนายเอกราชหรือไม่อย่างไร
นอกจากนี้ แหล่งข่าวกระทรวงยุติธรรมยังโต้แย้งกรณีประธาน กกต. ระบุว่า กกต. ไม่ใช่ "บุรุษไปรษณีย์" ที่จะส่งทุกเรื่องให้ศาลโดยไม่กลั่นกรอง เพราะเกรงพยานไม่ยอมไปให้การในชั้นศาลนั้น แนวคิดดังกล่าวไม่ถูกต้อง เพราะ กกต.มีหน้าที่ติดตามพยานเข้าสู่กระบวนการ ศาลจะเชื่อหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง หากพนักงานสอบสวนคดีอาญาทั่วไปใช้แนวเดียวกันนี้ ว่ากลัวพยานไม่มาศาล แล้วไม่นำคำให้ การเข้าสำนวน คดีอาญาคงไม่ต้องสั่งฟ้องใครเลย
ทั้งนี้ รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อตรวจสอบรายชื่อผู้ถูกกล่าวหาในคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. ของดีเอสไอ ที่ได้มีการสั่งฟ้องไปยังพนักงานอัยการคดีพิเศษก่อนหน้านี้ จำนวน 8 ราย เทียบกับรายชื่อซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีมติไต่สวนในคดีคดีฮั้วเลือก สว.67 โดยมีการวินิจฉัยส่งฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง จำนวน 77 ราย พบว่ามีจำนวน 6 ราย ที่ถูก กกต. ส่งดำเนินคดีด้วย ได้แก่ 1.น.ส.นิสิตา หมั่นชัย (เครือข่ายของพรรคภูมิใจไทย) 2.นายสุบิน ศักดา (นักการเมืองท้องถิ่นในจังหวัดนครศรีธรรมราช) 3.นายวรพจน์ ตั้งพันธุ์เพียร (ผู้บริหาร) 4.น.ส.อัจฉราพรรณ หอมรส (สมาชิกวุฒิสภาตัวจริง จังหวัดสุราษฎร์ธานี) 5.นายวงศกร ชนะกิจ อดีตผู้สมัคร สส.พรรคภูมิใจไทย 6.น.ส.มาเรีย เผ่าประธาน (สมาชิกวุฒิสภาตัวจริง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์)
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

