พาณิชย์ลุย9ภารกิจ รับมือการค้าโลกยุคใหม่

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) กล่าวว่า ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 จะเข้ารับตำแหน่งปลัดกระทรวงพาณิชย์อย่างเป็นทางการ ตนได้กำหนด 9 ภารกิจเร่งด่วนรองรับการค้าโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่งผลให้กติกาการแข่งขันการค้าโลกเปลี่ยนแปลงไปด้วย ได้แก่ 1.ดูแลค่าครองชีพให้มีความเหมาะสม ผ่าน 3 มาตรการหลัก คือ 1.1 ควบคุมและติดตามราคาสินค้าที่มีความจำเป็น 1.2 ลดราคาสินค้าช่วยประชาชน 1.3 อุดหนุนและเพิ่มช่องทางการค้าออนไลน์ให้ผู้ประกอบการไทย
2.สร้างความเป็นธรรมทางการค้า เน้นสร้างเกราะป้องกันไม่ให้ทุนใหญ่ที่มีอำนาจทางการตลาดที่เหนือกว่ามาสร้างความได้เปรียบหรือกีดกันทางการค้าแก่ผู้ประกอบการรายเล็ก (SME)
3.สร้างโอกาสและเสริมศักยภาพ SME โดยเน้น 4 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ 3.1 เสริมแกร่งด้วยดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซ ทั้งการสนับสนุนให้ใช้ช่องทางออนไลน์ขยายตลาด ไลฟ์สดขายสินค้า และวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า 3.2 ขยายช่องทางการตลาดและพื้นที่ขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ 3.3 ยกระดับการบริหารจัดการและการเงิน เช่น ช่วยพัฒนาร้านค้าปลีกดั้งเดิมให้เป็นร้านค้าปลีกสมัยใหม่ และ 3.4 ส่งเสริมให้มีการส่งออกสินค้าด้วยโมเดล SME Pro-active เข้าร่วมงานแสดงสินค้าในต่างประเทศและนานาชาติ โดยมีกระทรวงพาณิชย์ช่วยหาคู่ค้า
4.เพิ่มมูลค่าการส่งออกสินค้าและบริการ โดยก้าวใหม่การส่งออกไทยจะเปลี่ยนวิธีเป็น “ชี้นำด้วยความต้องการของตลาดโลก” และผลักดันให้ผู้ส่งออกไทยเชื่อมโยงเข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าโลกได้อย่างยั่งยืน ผ่าน 2 มาตรการ คือ 4.1 ยกระดับสินค้าจากเชิงปริมาณสู่นวัตกรรมและมูลค่าสูง เช่น การแปรรูปสินค้าเกษตรให้เป็นสินค้ามูลค่าสูง เช่น อาหารแห่งอนาคต อาหารฟังก์ชัน และสารสกัดเพื่อการแพทย์ และ 4.2 ยกระดับภาคบริการศักยภาพสูง เช่น Soft Power และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ คอนเทนต์ไทย ธุรกิจบริการทางการแพทย์ เป็นต้น
5.เร่งรัดการเจรจาการค้าสำคัญ ปัจจุบันไทยมีความตกลงการค้าเสรี (FTA) 17 ฉบับ ครอบคลุม 24 ประเทศ ขณะที่ FTA ที่ภาคเอกชนต้องการมาก คือ FTA ไทย-สหภาพยุโรปครอบคลุม 27 ประเทศ โดยมีความคืบหน้า 2 ใน 3 เร็วๆนี้จะเจรจาอีกครั้งที่ จ.ภูเก็ต เชื่อว่าจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้ผู้ประกอบการไทย เนื่องจากในอาเซียนมีเวียดนามและสิงคโปร์ที่จัดทำ FTA กับสหภาพยุโรปไปก่อนหน้านี้แล้ว
6.ป้องกันและปราบปรามธุรกิจและสินค้าผิดกฎหมาย เน้น 2 กลยุทธ์หลัก คือ 6.1 การปราบปรามธุรกิจนอมินีและทุนต่างชาติผิดกฎหมาย และ 6.2 สกัดกั้นและทำลายสินค้าผิดกฎหมายที่ไม่ได้มาตรฐาน เพื่อปิดประตูไม่ให้สินค้าที่ผิดกฎหมายเข้ามาทำลายเศรษฐกิจประเทศ
7.ยกระดับบริการให้สะดวก รวดเร็ว และทันสมัย โดยปรับกระทรวงพาณิชย์เข้าสู่ระบบดิจิทัล 8.แก้ไขกฎและระเบียบให้ทันสมัย โดยปรับปรุงหรือยกเลิกกฎระเบียบที่ล้าสมัย ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ หรือเป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจและการพัฒนาเศรษฐกิจ
9.ดูแลและสนับสนุนการทำงานของบุคลากร โดยจัดทัพและวางคนให้เหมาะสมกับความสามารถ ต้องมีระเบียบและกลไกรองรับที่ชัดเจน เพื่อคุ้มครองให้คนทำงานปฏิบัติหน้าที่ได้ด้วยความสบายใจ ไม่ต้องกังวลเรื่องผลกระทบย้อนหลัง และคนที่ตั้งใจทำงานจริงต้องได้รับการเชิดชูและเติบโตด้วยระบบคุณธรรม เพื่อให้ทุกคนมีพลังใจพร้อมรับใช้ประชาชนอย่างเต็มภาคภูมิ
“9 ภารกิจเร่งด่วนของกระทรวงพาณิชย์ จะดำเนินการอย่างดีที่สุดเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจประเทศ เปิดโอกาสทางการค้า ยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทย โดยทุกภาคส่วนต้องจับมือกันอย่างเหนียวแน่นเพื่อร่วมกันสร้างเศรษฐกิจไทยให้เข้มแข็งขึ้น มีมูลค่าสูงขึ้น กระจายโอกาสได้กว้างขึ้น สามารถแข่งขันได้ในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง และผลักดันให้กติกาการค้าโลกเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ซึ่งผู้ประกอบการไทยต้องพร้อมรับมือกับสถานการณ์นั้น” นายพูนพงษ์ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

