รัดเกล้า เหลืออด! ซัดแหลก กกต.ไม่ทำงาน หนูมันถึงร่าเริง ขยายพันธุ์เติบโต ลั่นนามสกุลสุวรรณคีรี ต่อสู้เพื่อความถูกต้องมาตลอด

16 กันยายน 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานในการประชุม วาระรับทราบรายงานผลปฏิบัติงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 และ พ.ศ.2568
โดย นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ตนขอเริ่มด้วยการขอบคุณ กกต.เสียงข้างน้อย โดยเฉพาะ นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ ที่ออกมาอธิบายเหตุผลของการลงมติให้ประชาชนในคดีฮั้ว สว.ได้รับทราบอย่างชัดเจน ท่านคือความภูมิใจของชาวตรัง ความกล้าหาญของท่านนอกจากสร้างความภูมิใจแล้ว ยังทำให้ประชาชนโล่งใจว่าใน กกต.ยังพอมีคนดีอยู่บ้าง
นางรัดเกล้า กล่าวต่อว่า เจตนารมย์สูงสุดของรัฐธรรมนูญ คือ กกต.ต้องเป็นผู้ควบคุมผู้จัดการและตรวจสอบการเลือกตั้งให้สุจริตและเที่ยงธรรม แต่เมื่อตนลองพลิกดูเอกสารของ กกต.ดู ตนกังวลใจ เพราะสิ่งที่เจอ ชี้ได้เลยว่าประสิทธิภาพของการทำงานไม่นำไปสู่ผลสำเร็จตามเจตนารมย์ของรัฐธรรมนูญ งบประมาณปี 2567 งบในส่วนของยุทธศาสตร์การเร่งรัดพัฒนาการเมือง บริหารการเลือกตั้งสุจริตและเที่ยงธรรม ได้รับอนุมัติงบประมาณไป 51.3 ล้านบาท เบิกจ่ายจริงไปเพียง 20 กว่าล้านบาท ใช้ไปไม่ถึง 40% ของงบประมาณที่ได้รับ และในปี 2568 ปัญหานี้ก็ไม่ได้ถูกแก้ไข เบิกจ่ายไป 41% การทุจริตคอร์รัปชันในประเทศไทย ตอนนี้พัฒนาการไปรวดเร็วมาก แต่ กกต.กลับปล่อยให้งบสำหรับการไปใช้เพื่อปราบปรามการทุจริตค้างท่ออยู่ 60% เลยหรือ
"มิน่าล่ะหนูมันถึงเริงร่านักหนา แมวไม่จับหนูไง แมวไม่ทำงาน วัฒนธรรมการโกงในประเทศไทยขยายพันธุ์เติบโตไปอย่างรวดเร็วมาก ดัชนีการรับรู้การทุจริต ชาวบ้านชาวช่องทั่วโลกเขามองประเทศไทยว่าเรามีระดับความทุจริตขนาดไหน เราอยู่อันดับที่ 116 จากทั่วโลก น่าอาย สังคมเราถามกันให้ว่อนว่าตอนนี้ว่าเรามีกกต.ไว้ทำไม ดิฉันก็ไม่รู้จะช่วยแก้ต่างอย่างไร" นางรัดเกล้า กล่าว
นางรัดเกล้า กล่าวว่า ตนอยากจะช่วย กกต.แต่หาเหตุผลไปช่วยไม่ได้ ประเทศไทยเราอยากมีระบอบประชาธิปไตยที่เชื่อถือได้ เราเชื่อว่าท่านสำคัญ หลายองค์กร หลายคนโอดโอย ไม่ได้รับจัดสรรงบประมาณ ท่านได้รับงบประมาณ แต่ท่านดันไม่ใช้ แล้วยังจะใช้ข้ออ้างว่าช่วยประหยัดงบประมาณ เราคาดหวังให้ท่านทำงาน แต่ท่านไม่ทำ ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้สะท้อนวัฒนธรรมงานค้างที่เรื้อรัง ปี 2567 - 2568 มีงานค้างทำไม่ทันต้องยกไปปีต่อไป
นางรัดเกล้า กล่าวว่า ความยุติธรรมที่ล่าช้าคือความไม่ยุติธรรม จริงๆตนเห็นใจและเป็นห่วง กกต.มากๆ สัปดาห์ที่แล้ว ที่เราควรจะมีการพิจารณารายงานฉบับนี้นั้น ตนยังเผื่อใจไว้ว่าที่สังคมเขาครหากันว่ามีการเมืองสีนั้นสีนี้ ชี้นกให้เป็นนก ชี้ไม้ให้เป็นไม้ ตนเผื่อใจไว้ว่าอาจจะไม่ใช่ก็ได้ แต่เมื่อผลคดีฮั้ว สว.ออกมา สุดท้ายแล้วสั่งดำเนินคดีบุคคลเพียง 77 คน มันตอกย้ำหรือไม่ ตนฟังแถลงการณ์ของท่าน พยายามฟังเหตุผลทุกถ้อยคำ แต่ยิ่งฟังก็ยิ่งสงสัยว่าท่านเกรงใจใคร กกต.ที่เป็นคนดีมีไม่น้อย เช่น เสียงข้างน้อยที่มีความกล้าหาญออกมาชี้แจง แต่ตนเป็นห่วง กกต.ที่เป็นคนดีอีกหลายคน พวกเขาเดินไปบนถนนตอนนี้คงจะอาย สถานการณ์การเมืองไทยตอนนี้น่าเป็นห่วง
"ดิฉันใช้นามสกุลสุวรรณคีรี นามสกุลของดิฉันสู้เพื่อความถูกต้องมาตลอด ตั้งแต่ยุคสมัยของรัชกาลที่หนึ่ง ดิฉันสู้เพื่อความถูกต้องด้วยความเป็นเลือดเนื้อสุวรรณคีรี ดิฉันยอมไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยในทุกวันนี้ ดิฉันออกไปต่อสู้ เพราะเห็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เกิดอะไรขึ้นคะ ดิฉันโดนป้ายสีทางการเมือง สังคมไทยเดี๋ยวนี้มันบิดเบี้ยว ขนาดแยกแยะผิดชอบชั่วดีออกจากกันไม่ได้แล้ว" นางรัดเกล้า กล่าว
นางรัดเกล้า กล่าวว่า สถานการณ์ของ กกต.น่าเป็นห่วงงานวิจัยของสถาบันพระปกเกล้า ที่ทำร่วมกับสำนักงานสถิติ และ สตง.พบว่า กกต.คะแนนต่ำที่สุด คะแนนของท่านต่ำขนาดนี้ก็ไม่รู้ว่าจะดีขึ้นกว่านี้ได้อย่างไร ในเมื่อเมื่อวันจันทร์ สิ่งที่ท่านทำไปมันช่างตอกย้ำ ตอนนี้ความอิสระของท่านมันชัดยิ่งกว่าชัดแล้วว่ามันหาไม่มี หาไม่ได้แล้วประชาธิปไตยของประเทศไทยจะเป็นอย่างไรต่อ เรากำลังสร้างประเทศอย่างไรให้ลูกให้หลานของเรา ตอนนี้สิ่งที่ตนทำได้อย่างเดียว คือพนมมือแล้วคิดถึงคำสอนของพุทธทาสภิกขุว่า "ถ้าคนไม่ดี ยิ่งประชาธิปไตยเท่าไหร่ ยิ่งตกนรกมากเท่านั้น เพราะมติหรือความคิดความเห็นของคนไม่ดี เอามารวมกันเข้า มันก็เลวมากขึ้น แล้วเอามาใช้บังคับกันทั้งประเทศ มันก็กลายเป็นเมืองนรก"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

