แผ่นดินมังกรสะเทือน!? ทั่วโลกแห่แชร์คลิป 'สี จิ้นผิง' อาการไม่สู้ดีกลางประชุมบริกส์ ทิ้งงานเลี้ยงรีบหอบร่างกลับจีนด่วน

16 กันยายน 2569 จากกรณีที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แห่งจีน เดินทางไปกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดกลุ่มประเทศบริกส์ (BRICS) ครั้งที่ 18 ระหว่างวันที่ 12-13 กันยายน 2569 ตามคำเชิญของนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย โดยในการประชุมสุดยอดครั้งนี้ 'สี จิ้นผิง' จะร่วมกับผู้นำประเทศอื่นๆ อาทิเช่น บราซิล , รัสเซีย , อินเดีย รวมถึงจีน ในการกำหนดทิศทางใหม่สำหรับการพัฒนาความร่วมมือของกลุ่มบริกส์ให้มีคุณภาพสูงยิ่งขึ้น พร้อมผนึกกำลังกลุ่มประเทศโลกใต้ และร่วมส่งเสริมเสถียรภาพและแรงขับเคลื่อนเชิงบวกให้กับโลกที่กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในปัจจุบัน
ล่าสุด สำนักข่าว news.com.au รายงานว่า เกิดข่าวลือสะพัดไปทั่วโลกเกี่ยวกับข่าวลือเรื่องสุขภาพของ 'ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง' โดยคลิปที่กำลังกลายเป็นไวรัลอยู่ในขณะนี้ของ สี จิ้นผิง ขณะนี้ทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพและความสัมพันธ์ของเขากับอินเดียของเขา
โดยในคลิปนั้น นายกรัฐมนตรีอินเดียนเรนทรา โมดี ได้พูดออกไมค์ระหว่างหยุดพักช่วงสั้นๆ ขณะกำลังกล่าวถ้อยแถลงเปิดการประชุมสุดยอดกลุ่ม BRICS ที่กรุงนิวเดลี ว่า "คุณโอเคไหมครับ?" ซึ่ง นายกฯโมดี สังเกตเห็น ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน "ดูมีอาการไม่สู้ดี" จึงหยุดพูดเพื่อสอบถามอาการในขณะที่เหล่าผู้ช่วยจากจีนต่างรีบรุดเข้าไปหา 'สี จิ้นผิง' ด้วยอาการตื่นตระหนกเช่นกัน ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงชั่วครู่ แต่กลับกลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ โดยมีผู้วิจารณ์ต่างออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับสุขภาพของผู้นำจีน

กอร์ดอน จี. ชาง นักเขียนและผู้มีจุดยืนแข็งกร้าวต่อจีน ระบุว่า "สี จิ้นผิง กำลังมีปัญหาสุขภาพ ครั้งนี้จีนไม่อาจปกปิดอาการของเขาไว้ได้อีกต่อไป"
อีกทั้งทาง 'เจนนิเฟอร์ เจิง' ผู้สื่อข่าวชาวจีน-อเมริกัน-นักเคลื่อนไหวชาวจีน ได้อ้างคำกล่าวของอดีตเจ้าหน้าที่พรรคคอมมิวนิสต์จีน (CCP) รายหนึ่งที่ระบุว่า "สี จิ้นผิง กำลังป่วยด้วยภาวะสมองน้อยฝ่อ (cerebellar atrophy) นี่เป็นภาวะที่รับมือได้ยาก เพราะต่างจากปัญหาที่เกิดกับอวัยวะส่วนอื่น สมองน้อยไม่สามารถใช้วิธีการปลูกถ่ายเพื่อเปลี่ยนใหม่ได้ง่ายๆ เมื่อพิจารณาจากสัญญาณบ่งชี้ต่างๆ ดูมีความเป็นไปได้สูงทีเดียวที่สี จิ้นผิงกำลังเผชิญกับปัญหาสุขภาพอยู่จริงๆ"
โดยประเด็นเรื่องสุขภาพของ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เป็นสิ่งที่ถูกจับตามองมาโดยตลอด เนื่องจากเขาได้รวบรวมอำนาจไว้ที่ตนเองอย่างเบ็ดเสร็จโดยไม่มีการวางตัวผู้สืบทอดตำแหน่งที่ชัดเจน อีกทั้งเรื่องสุขภาพของผู้นำจีนยังถือเป็นความลับสุดยอดของรัฐอีกด้วย
การเยือนอินเดียอย่างเร่งด่วนของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งกินเวลาเพียง 24 ชั่วโมง ได้กลายเป็นประเด็นให้ฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลของเขานำไปโจมตีได้อีกหลายประเด็น

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เดินทางกลับก่อนที่การประชุมสุดยอดจะเสร็จสิ้น โดยไม่ได้เข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำอย่างเป็นทางการที่นายกรัฐมนตรีโมดี เป็นเจ้าภาพ ในขณะที่ผู้นำคนอื่นๆ เช่น ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย และประธานาธิบดีไซริล รามาโฟซา ของแอฟริกาใต้ ยังคงอยู่ร่วมงานต่อ ซึ่ง 'สี จิ้นผิง' ยุติการเยือนอินเดียและเดินทางกลับปักกิ่งก่อนกำหนด ทั้งที่การประชุมสุดยอด BRICS ยังไม่ทันปิดฉากลงด้วยซ้ำ
ซึ่งมีการจับสังเกตุอีกว่า ขณะขึ้นเครื่องบินประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เดินด้วยความยากลำบาก ก้าวเดินไม่มั่นคง และร่างกายเอียงไปทางซ้ายซ้ำๆ พร้อมกับที่มีการเผยแพร่ภาพวิดีโอที่ดูเหมือนจะแสดงให้เห็นผู้นำวัย 71 ปีรายนี้กำลังเดินขึ้นบันไดเครื่องบินโดยไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติใดๆ เกิดขึ้น
นอกเหนือจากประเด็นเรื่องสุขภาพของ 'สี จิ้นผิง' แล้ว การประชุมสุดยอดครั้งนี้ยังเผยให้เห็นถึงความแตกแยกภายในกลุ่ม BRICS อีกด้วย
“Is it okay?” says PM Modi, pausing his BRICS speech to check on China’s President Xi Jinping having a minor issue pic.twitter.com/POOsI6A335
— Shashank Mattoo (@MattooShashank) September 13, 2026
pic.twitter.com/qVE06oocyg “Is it ok?” PM Modi appeared to notice Chinese President Xi Jinping looking uncomfortable during his opening remarks at the BRICS Summit, and asked him, “Is it ok?” According to Du Wen @duwen2023, a former CCP official, Xi Jinping is suffering from…
— Inconvenient Truths — Jennifer Zeng Reports (@jenniferzeng97) September 13, 2026
Before the BRICS summit even concluded, Xi Jinping ended his visit to India and returned to Beijing ahead of schedule. When boarding the plane, Xi Jinping walked with difficulty, his steps faltering, his body repeatedly leaning to the left. All of this suggests that Xi Jinping is… pic.twitter.com/E4vM7clJhu
— Wanjun Xie (@xie_wanjun) September 13, 2026
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

