ชวน กรีด กกต.ชุดนี้ ถูกครหาแทรกแซงการเมืองมากสุด ชี้ปมฮั้ว สว. คนวางแผนชื่อเหมือนใน ครม.ชุดปัจจุบัน

’ชวน‘ ชี้ตั้งแต่ผ่านระบบเลือกตั้งมา ‘กกต.’ ชุดนี้ถูกครหา ’การเมืองแทรกแซง‘ มากที่สุด ฝากยึดมั่นความถูกต้อง ชอบธรรม อย่าเกรงใจใคร กรีดเจ็บ ’อนุทิน‘ มาเป็นนายกฯปี68 อาจไม่เกี่ยว ’ฮั้ว สว.ปี67‘ แต่คนวางแผน‘ชื่อนามสกุล’เหมือนใน ‘ครม.’ ชุดปัจจุบัน
วันที่ 16 กันยายน 2569 เมื่อเวลา 16.20 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณารับทราบรายงานผลปฏิบัติงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 และพ.ศ. 2568
โดยนายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า สิ่งแรกขออ้างอิงเอารายงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)สำหรับผลรายงาน 2567 ในหน้าหนึ่ง คือพระบรมราโชวาทที่กกต.ให้ความสำคัญนำมาลงเป็นหน้าหนึ่ง ระบุว่า หน้าที่ของข้าราชการทุกฝ่ายนั้นอาจแบ่งได้เป็นสองส่วนส่วนหนึ่งคือการปฏิบัติงานตามวาระรับผิดชอบของตนให้สำเร็จผลอย่างมีประสิทธิภาพอีก ส่วนคือการร่วมกับชาวไทยทุกคนในอันที่จะจันลงรักษาความดีงามในชาติบ้านเมือง จึงขอให้ข้าราชการทุกฝ่ายตั้งใจค้นขวายปฏิบัติหน้าที่ให้ครบถ้วนสมบูรณ์” นี่เป็นหนังสือจากพระที่นั่งอัมพรสถานในวันที่ 15 มีนาคม 2527 เป็นข้อความเดิมที่ข้าราชการ ทุกฝ่ายก็จะนำมาใช้
นายชวน กล่าวต่อว่า สิ่งที่จะกล่าวต่อจากที่ตนได้นำพระบรมราโชวาทมาอ้างคือ กกต. ได้ทำหน้าที่สำเร็จคือทำหน้าที่ให้การเมืองตั้งเสร็จ แต่ไม่มีมีประสิทธิภาพ และไม่สามารถจะรักษาความดีงามในชาติบ้านเมืองได้ เพราะคนผิดลอยนวล อย่างไรก็ตาม ตนผ่านระบบการเลือกตั้งตั้งแต่กระทรวงมหาดไทยจัดเลือกตั้ง มาจนถึง กกต.เกิดขึ้น ต้องบอกว่ากกต.ชุดต่างๆจนมาถึงกกต.ชุดนี้เป็นชุดที่ถูกวิจารณ์มากที่สุด กกต.ชุดปัจจุบันมีข้อครหาในเรื่องของที่มาว่ามีการเมืองเข้าไปแทรกแซงเข้าไปมีส่วนในการกำหนดตัวบุคคล ตนเคยเป็นกรรมการสรรหาเหมือนกับพวกเรา ที่มีตำแหน่งเป็นประธานสภาหรือเป็นผู้นำฝ่ายค้าน ในยุคปัจจุบันการเมืองเข้าไปแทรกแซงมากจนทำให้ทุกคนที่อยู่ในองค์กรรวมทั้งกกต.มีปัญหา ไม่ได้พูดว่าคนเราไม่ดีและคนเหล่านั้นไม่เก่ง แต่เมื่อมาในระบบเป็นหนี้บุญคุณ หนีไม่พ้นวัฒนธรรมคนไทยที่ตอบแทนบุญคุณกันและการตอบแทนบุญคุณนั้น ก็บางเรื่องก็ทำให้เรื่องร้ายกลายเป็นดี เรื่องดีกลายเป็นร้ายเรื่องผิดกลายเป็นถูก ทำให้ถูกกลายเป็นผิด ตนถึงได้ย้ำเรื่องนี้
“ผมจึงได้ทำหนังสือถึงเลขาธิการกกต. นายแสวง บุญมีก่อนการเลือกตั้งว่าในฐานะนายแสวงเป็นเลขาคณะกรรมการการเลือกตั้ง เป็นผู้ที่ขับเคลื่อนให้สถาบันนี้ปฏิบัติที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพทำให้เกิดความสุจริตที่ยงธรรม พูดง่ายๆคือขอให้ท่านทำให้ ให้การเลือกตั้งสุจริตเที่ยงธรรมอย่าให้มี อย่าให้มีการทุจริตอย่าให้มีการทำให้เสื่อมเสียต่อกระบวนการหน้าที่ของกกต. ซึ่งก่อนหน้าหน้านั้นผมได้ทำหนังสือถึงประธานกกต. ซึ่งท่านก็ตอบแต่นายแสวงส่งไปปีก่อนแล้วยังไม่ตอบเลย วันนี้ก็ทวงจดหมายด้วย เป็นจดหมายที่ผม นายบัญญัติ บรรทัดฐาน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ นายราชิต สุดพุ่ม นายสรรเพชญ บุญญามณี ทำไปถึงท่านวันที่ 25 มีนาคม 2568 นอกจากนี้ยังได้ทำหนังสือส่งประธานกกต.ด้วย ท่านปัจจุบันด้วยเพราะเชื่อว่าทุกคนย่อมมีความดีอยู่ในตัวไม่มากก็น้อยเมื่อเห็นอะไรที่ไม่ถูกต้องอย่างน้อยก็คงได้ทบทวน และยังได้ทำหนังสือถึงปลัดกระทรวงมหาดไทยด้วย” นายชวน กล่าว
นายชวน กล่าวด้วยว่า เชื่อว่ากกต. ฝ่ายเดียวทำงานไม่สำเร็จจึงขอให้ปลัดกระทรวงมหาดไทย กำชับผู้ว่าราชการจังหวัดให้วางตัวให้เป็นกลางผลก็คืออธิบดีโทรศัพท์ไปหารองผู้ว่าบางจังหวัดเพื่อให้ช่วยเลือกพรรคสีน้ำเงิน ตนได้ทำหนังสือถึง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ขอให้สั่งตำรวจทั่วประเทศวางตัวให้เป็นกลาง แต่ทุกอย่างไม่ประสบความสำเร็จ เพราะต่างก็พึงใจให้การเมืองเหมือนกัน แต่ไม่เป็นไร มาถึงวันนี้ต้องบอกว่า กกต.เป็นหน่วยงานที่ยังคงดำรงอยู่แม้เราจะรู้สึกขัดข้องใจกับบทบาทของบทบาทกกต. บางท่านก็ตามแต่จำนวนเจ้าหน้าที่ 3,000 คนกับงบประมาณปีนี้จำนวน 2,700 ล้านบาท เป็นภาษีชาวบ้านที่เราหวังให้ที่เราปฏิบัติหน้าที่ แต่ได้ยินเจ้าหน้าที่กกต. ปรารภด้วยความห่วงใย บทบาทกกต. ตนรู้ว่าคนเหล่านั้นเป็นคนดีเขาห่วงใยว่าถ้ากกต. เป็นอย่างนี้ พวกเขาซึ่งเป็นข้าราชการประจำจะเสื่อมเสียไม่ได้รับความนับถือเพราะการเลือกตั้งก็ล้มเหลวทำเสร็จ แต่ไม่สุจริตเที่ยงธรรม จึงอยากฝากเลขาธิการ กกต. ช่วยให้กำลังใจกับเจ้าหน้าที่ในทุกระดับทั่วประเทศที่เรามีอยู่กระจาย 3,000 คนขณะนี้ ให้ยึดมั่นในความถูกต้องอย่าไปเกรงใจจะทำให้ไม่สามารถทำอะไรตรงไปตรงมาได้ซึ่งเป็นส่วนหนึ่ง
นายชวน กล่าวว่า อีกส่วนอะไรที่เป็นความจริงก็ต้องยึดความจริง ตนได้ยินสมาชิกพูดกันว่าเราอย่าไปใส่ร้ายป้ายสีกัน ตนเห็นด้วย นายอนุทินชาญวีรกูล เป็นนายกเมื่อปี 2568 กรณี ฮั้ว สว.เกิด ปี 2567 มันคนละตอนกัน ฉะนั้นจะพูดว่านายกฯใช้ตำแหน่งนายกฯโกง โกงเลือกตั้งวุฒิสมาชิก คงจะไม่จริง แต่คนที่ทำเรื่องนี้วางแผนเรื่องนี้ทุจริตการเลือกตั้งสว.เมื่อปี 67 ชื่อนามสกุลเหมือนกับคณะรัฐมนตรีชุดนี้ นี่คือสิ่งที่ทำให้ทุกคนเพ่งเล็งรัฐบาลชุดนี้ แต่ความจริงเกิดก่อนรัฐบาลชุดนี้ หลายเรื่องเราอยากปฏิเสธ ยิ่งปฏิเสธจะโดน 2ข้อหา อย่างที่บอกว่าพูดเรื่องนี้มันไม่จบ มันขึ้นศาลและศาลเป็นที่พึ่งให้ความจริงแก่สังคมวันนั้นถ้าปรากฏข้อเท็จจริงว่ามันเป็นจริงอย่างที่มีการกล่าวหาคนที่ปฏิเสธวันนี้ก็กลายเป็นคนที่โกหก2 ข้อหาทำผิดแล้วยังให้การเท็จ เพราะฉะนั้นอะไรที่จริงถ้าท่านไม่อยากให้มีใครว่า ก็อย่าไปทำแต่เมื่อทำไปแล้วทางออกที่ดีที่สุดก็คือยึดความจริงเป็นหลัก ซึ่งศาลจะเป็นที่พึ่งเรา
“สุดท้ายเราหวังว่ากกต. ยังอยู่ และยังคงเป็นหน้าที่หลักในดูแลระบอบประชาธิปไตยให้สุจริตและเที่ยงธรรม สิ่งนี้อยู่ที่ตัวบุคคลไม่ใช่ตัวกฎหมายเป็นสาระสำคัญมากนักตัวบุคคลหากกกต. ได้ยึดมั่น ความชอบธรรม ถูกต้องตามเงื่อนไขของคุณสมบัติคือซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ การโกงทุจริตวุฒิสมาชิกจะไม่เกิดขึ้น” นายชวน กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

