จับสแกมเมอร์ ตำรวจบุกรวบ21ราย มูลค่าเสียหาย4พันล.

จับสแกมเมอร์
ตำรวจบุกรวบ21ราย
มูลค่าเสียหาย4พันล.
ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงฯ ร่วมกับตำรวจทางหลวง เปิดปฏิบัติการ“Highway Scam Hunter EP4” กวาดล้างเครือข่ายสแกมเมอร์ สร้างความเสียหายต่อเหยื่อ รวบผู้ต้องหา 21 ราย เร่งสอบสวนขยายผล
เมื่อวันที่ 16 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) นำโดย พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร.ในฐานะ ผอ.ศปอส.ตร.พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร.ร่วมกับ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล. พ.ต.อ.ภคพล สุชล ผกก.2 บก.ทล.เปิดปฏิบัติการ “Highway Scam Hunter EP4” กวาดล้างเครือข่ายสแกมเมอร์ สร้างความเสียหายกว่า 4,000 ล้านบาท โดยมีการติดตามดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดแล้ว รวม 21 ราย
สำหรับปฏิบัติการครั้งนี้ มีจุดเริ่มต้นจากการช่วยเหลือข้าราชการบำนาญ ที่ถูกแก๊งสแกมเมอร์ หลอกจนสูญเงินกว่า 1.4 ล้านบาท นำไปสู่การแกะรอย และทลายเครือข่ายคอกม้า หรือผู้รับโอนเงินโดยใช้บัญชีม้า ซึ่งเป็นกลุ่ม น.ส.ตูน โดยสะกดรอยรถตู้ตระเวนถอนเงินสด เป็นการเปิดปฏิบัติการ “ทลายคอกม้าพูลวิลลา” (EP1) ทลายเครือข่ายฟอกเงินผ่านแอปฯ เทรดหุ้น และเปิดโรงเรียนสอนภาษา ฟอกคน ในปฏิบัติการ “ฟอกเงินฟอกคน” (EP2) จับกุมนายเฟรม ผู้ควบคุมเครือข่ายคอกม้า ฝั่งไทย พบความเชื่อมโยงถึงอาเทา ชาวจีน ผู้อยู่เบื้องหลังบริการฟอกเงินข้ามประเทศ ในปฏิบัติการ “ทลายคอกม้ารังมังกร” (EP3)
จากการขยายผล ทางตำรวจได้ขออำนาจศาลฯ ออกหมายจับอาเทา และเหลาฉง ผู้ต้องหาชาวจีน และออกหมายจับ ร.ต.อ.นพ โสเปรียะ (Nov Sopheak) เจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชา โดยพบว่าขบวนการสแกมเมอร์ แบ่งการทำงานเป็น 2 ส่วนหลัก คือคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินด้วยวิธีต่างๆ และส่วนของการฟอกเงิน ซึ่งจัดหาบัญชีม้า สำหรับใช้รับและบริหารเงินจากเหยื่อ โดยกลุ่มอาเทา ทำหน้าที่ฟอกเงินให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ผ่านคอกม้า ฝั่งไทยของ น.ส.ตูน และนายเฟรม ซึ่งทางตำรวจทางหลวง ร่วมกับศูนย์ ACSC ได้บุกทลายคอกม้า ไปก่อนหน้านี้
ส่วนเงินของผู้เสียหาย จะถูกเคลื่อนย้าย 3 รูปแบบ ได้แก่ ถอนเป็นเงินสด ซื้อทองคำผ่านแพลตฟอร์ม แล้วรับทองคำจริง หรือโอนไปยังบัญชีม้า ที่กลุ่มอาเทา ควบคุมในเมืองปอยเปต ก่อนเปลี่ยนทรัพย์สินทั้งหมดเป็นเหรียญดิจิทัล USDT โดยเงินสดและทองคำ จะแลกผ่านผู้รับแลกนอกระบบ ส่วนเงินบาทในบัญชีม้าปลายทาง จะใช้ซื้อ USDT จากผู้ขายในกลุ่มลับนอกแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล จากนั้นกลุ่มอาเทา จะหักส่วนแบ่งตามข้อตกลง แล้วส่ง USDT ไปยังแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่หลอกผู้เสียหาย
ทั้งนี้ ปฏิบัติการ “Highway Scam Hunter EP4” ทางศูนย์ ACSC และตำรวจทางหลวง ได้แกะรอยเส้นทางเงินของเครือข่ายอาเทา จนพบว่าเงินของผู้เสียหายส่วนหนึ่งถูกโอนผ่านบัญชีม้าหลายทอด ไปยังอาเว่ย หรือนายเว่ย หวง ชาวจีน โดยจะเป็นผู้นำเหรียญ USDT มาขายให้กลุ่มอาเทา และรับชำระค่าเหรียญเป็นเงินบาท ที่ถูกโอนต่อมาจากผู้เสียหาย ผ่านบัญชีม้าหลายทอด การซื้อขายนี้ทำให้กลุ่มอาเทา เปลี่ยนเงินของผู้เสียหายเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล ใช้ส่งต่อกันในเครือข่ายสแกมเมอร์ ส่วนนายเว่ย ได้รับเงินบาทเข้าบัญชีของตนเอง โดยเจ้าหน้าที่ตรวจพบการโอนเงินจากเส้นทางของผู้เสียหายเข้าบัญชีนายเว่ย
จากนั้นเจ้าหน้าที่ขยายผลจนพบว่าทรัพย์สินดิจิทัลของนายเว่ย มีการทำธุรกรรมเชื่อมโยงกับผู้เสียหายในคดีหลอกลวงออนไลน์ไม่ต่ำกว่า 16 คดี โดยเงินของผู้เสียหายถูกโอนผ่านบัญชีม้า ก่อนแปลงเป็น USDT และส่งต่อผ่านกระเป๋าหลายทอด มาเชื่อมโยงกับกระเป๋าซึ่งอยู่ในความครอบครองของนายเว่ย รวมมูลค่ากว่า 7.2 ล้าน USDT หรือคิดเป็นเงินมูลค่ากว่า 238 ล้านบาท
ต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมนายเว่ย ที่บ้านพักใน จ.เชียงใหม่ พร้อมกับอายัดเงินในบัญชี 1,047,999.63 บาท ยึดเงินสด 181,000 บาท รถกระบะ Ford Ranger Raptor และนาฬิกา Audemars Piguet รุ่น Royal Oak ก่อนรายงานไปยัง ปปง.เพื่อขยายผลอายัดทรัพย์สินอื่นๆ ต่อไป
อย่างไรก็ตาม หลังจากศูนย์ ACSC ปราบปรามเครือข่ายสแกมเมอร์ตามแนวชายแดนภาคตะวันออกอย่างหนัก ทำให้กลุ่มสแกมเมอร์ ได้ย้ายฐานไปยังชายแดนภาคใต้ โดยตำรวจทางหลวง ตรวจพบขบวนการลำเลียงคนต่างด้าวจากชายแดนกัมพูชา ผ่านไทยไปยังมาเลเซีย มีการแบ่งรับส่งด้วยรถยนต์เป็นช่วงๆ สลับกับรถโดยสารสาธารณะ มีคนไทยเป็นผู้ขับรถ และรับคำสั่งทางออนไลน์
จากการสกัดจับ 3 คดีบนทางหลวงหมายเลข 41 สามารถจับกุมผู้ต้องหา 21 ราย แบ่งเป็นคนไทย 4 ราย ชาวจีน 15 ราย และชาวมาเลเซีย 2 ราย พร้อมยึดรถยนต์ 3 คัน และโทรศัพท์มือถือกว่า 150 เครื่อง ก่อนนำไปขยายผลถึงผู้สั่งการและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังพบว่ามีอย่างน้อย 2 ราย เป็นบุคคลที่ทางการจีน ต้องการตัวในคดีฉ้อโกงออนไลน์ ซึ่งการจับกุมครั้งนี้จึงเป็นจุดสำคัญในการขยายผล ตัดเส้นทางลำเลียงคน และสกัดกั้นการย้ายฐานไปตั้งศูนย์หลอกลวงในพื้นที่ใหม่

