อาคารพักอาศัย 7 ชั้นในกาซาซิตี้พังถล่ม ดับแล้วอย่างน้อย 12 ราย คาดติดใต้ซากนับร้อย

16 กันยายน 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุอาคารที่พักอาศัย 7 ชั้นในเมืองกาซาซิตี้ถล่ม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 คน รวมเด็ก 5 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 14 คน ขณะที่คาดว่ายังมีผู้ติดอยู่ใต้ซากอาคารเกือบ 100 คน
โดยภาพเผยให้เห็นทีมกู้ภัยพยายามช่วยเด็กและผู้รอดชีวิตออกจากซากอาคาร โดยมีชาวบ้านร่วมใช้มือเปล่าขุดค้นเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่ด้านใน ท่ามกลางเสียงร้องขอความช่วยเหลือของเด็กที่ยังดังออกมาจากใต้ซากอาคาร
ราเอ็ด อัล-ดาห์ชาน ผู้อำนวยการหน่วยป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนในเมืองกาซาซิตี้ ระบุว่า ก่อนเกิดเหตุมีครอบครัวอาศัยอยู่ในอาคารดังกล่าวอย่างน้อย 10 ครอบครัว และเจ้าหน้าที่ยังคงได้ยินเสียงคนร้องจากใต้ซาก จึงยังมีความหวังว่าจะพบผู้รอดชีวิตเรื่อยๆ

สื่อท้องถิ่นรายงานว่า อาคารแห่งนี้เคยถูกโจมตีทางอากาศของอิสราเอลมาก่อน ทำให้โครงสร้างแตกร้าวและอยู่ในสภาพไม่มั่นคง ก่อนจะพังถล่มลงมาในที่สุด
อเลสซานโดร มราคิก หัวหน้าสำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ประจำกาซา กล่าวว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยจากหน่วยงานของสหประชาชาติบางแห่ง รวมถึงหน่วยงานบรรเทาทุกข์ของอียิปต์ เข้าร่วมปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือ แต่การทำงานเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากขาดเครื่องจักรและอุปกรณ์หนักที่จำเป็น ทำให้เจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งต้องใช้มือเปล่าขุดซากเพื่อค้นหาผู้ที่ติดอยู่
เจ้าหน้าที่ปาเลสไตน์ และองค์การสหประชาชาติกล่าวโทษข้อจำกัดของอิสราเอลในการนำเครื่องจักรกลหนักเข้าสู่ฉนวนกาซาว่าเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้การกู้ภัยทำได้อย่างจำกัด
ขณะที่อิสราเอลระบุว่า มาตรการควบคุมดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อป้องกันไม่ให้อุปกรณ์ถูกนำไปใช้โดยกลุ่มติดอาวุธ
ซึ่งมีการแจ้งเตือนประชาชนให้อยู่ห่างจากอาคารที่ได้รับความเสียหายเนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะพังถล่มอีก ซึ่งหลายครอบครัวเหมือนถูกบังคับให้เข้าไปอาศัยในอาคารที่เสียหาย เพราะมีทางเลือกด้านที่พักพิงจำกัด หลายครอบครัวเลือกอาศัยอยู่ในอาคารที่ถูกทำลายบางส่วนเพื่อหลบลมและฝน รวมถึงเต็นท์สำหรับผู้ไร้ที่อยู่อาศัยมีไม่เพียงพอ


