รวบ 2 ชาวลาวลักลอบขนไอซ์ 72 กก. ข้ามแม่น้ำโขงที่นครพนม สารภาพรับจ้างนายทุน 1 แสนบาท

ไม่กลัวเปียก! ทหารพราน 2102 ตากฝนเฝ้าทั้งคืน จับ 2 หนุ่มลาวรับจ้างขนไอซ์ 72 กก. ข้ามโขง หวิดจมน้ำเชี่ยวที่นครพนม
จากรณีเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ร.อ.อาคม คำจุลฬา ผู้บังคับกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2102 ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ได้รับแจ้งเบาะแสว่าอาจมีชาย 2-3 คนลักลอบขนยาเสพติดจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาในพื้นที่รับผิดชอบ จึงสั่งการให้ชุดปฏิบัติการเข้าซุ่มเฝ้าร่วมกับตำรวจ สภ.ท่าอุเทน ตลอดทั้งวันทั้งคืน ท่ามกลางฝนตกโปรยปราย
จนกระทั่งเวลาเกือบ 09.00 น. ของวันที่ 16 กันยายน 2569 ในพื้นที่บ้านพนอม หมู่ 1 ต.พนอม อ.ท่าอุเทน พบชายคนหนึ่งกำลังยกกระสอบสีเหลืองขึ้นจากริมแม่น้ำโขง โดยพยายามว่ายน้ำให้ไกลจากฝั่ง แต่ต้านกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวไม่ไหว เจ้าหน้าที่จึงขับเรือเข้าไปช่วยเหลือ เนื่องจากเกรงว่าจะหมดแรงและจมน้ำเสียชีวิต ทราบชื่อภายหลังคือ ท้าวอุไท พรมอิน อายุ 30 ปี ชาวบ้านห้วยติ้ว เมืองหินบูน แขวงคำม่วน สปป.ลาว
จากการตรวจสอบพื้นที่โดยรอบ พบกระสอบสีเหลืองอีก 1 ใบวางอยู่ใกล้ราวเหล็กทางเดินริมตลิ่ง และอีกใบซุกอยู่หลังพุ่มหญ้ามีใบกล้วยปิดทับไว้ จากการสอบถามผู้ถูกควบคุมตัวให้ข้อมูลว่ามีชายอีกคนทำหน้าที่ดูต้นทางอยู่บริเวณหน้าโรงเรียนพนอม ห่างออกไปราว 50 เมตร เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบและควบคุมตัวได้อีก 1 คน คือ ท้าวราชัน ฮ่มป่า อายุ 38 ปี ชาวบ้านห้วยเขียว เมืองหินบูน แขวงคำม่วน สปป.ลาว
ต่อมาเจ้าหน้าที่ทหารพรานได้ประสานฝ่ายปกครองอำเภอท่าอุเทน ตชด.237 พิสูจน์หลักฐานจังหวัดนครพนม ตรวจคนเข้าเมืองนครพนม และผู้นำชุมชน ร่วมกันตรวจสอบและเปิดกระสอบต่อหน้าผู้ถูกควบคุมตัวทั้งสอง
ตามรายงานผลการตรวจยึด ระบุว่าพบยาไอซ์รวม 3 กระสอบ ประมาณ 72 ก้อน ก้อนละประมาณ 1 กิโลกรัม น้ำหนักรวมประมาณ 72 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 9 ล้านบาท พร้อมโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ถูกควบคุมตัวทั้งสองให้การว่า ได้รับการว่าจ้างจากนายทุนชาวลาวในราคา 1 แสนบาท โดยมีเงื่อนไขจ่ายเงินหลังเสร็จงาน ให้ช่วยกันนำกระสอบที่บรรจุยาไอซ์ข้ามมาวางไว้ที่ฝั่งไทย โดยใช้เรือหาปลาข้ามมา กระสอบใบแรกซุกไว้ในพงหญ้าใช้ใบกล้วยปิดอำพราง และกำลังจะขนกระสอบใบที่สองก็ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจพบเสียก่อน
เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา บันทึกภาพและวิดีโอขณะควบคุมตัวไว้เป็นหลักฐาน ก่อนนำตัวพร้อมของกลางไปตรวจนับอย่างละเอียดที่กองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2102 และส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.ท่าอุเทน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

