รายได้ไม่พอรายจ่าย ดันหนี้ครัวเรือนพุ่งแตะ7.94แสน

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจ “สถานภาพหนี้ครัวเรือนไทย ปี 2569” ว่า หนี้ครัวเรือนเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจไทยที่ต้องเร่งแก้ไข เพราะแม้สัดส่วนหนี้ต่อ GDP จะลดลง แต่ความสามารถในการชำระหนี้ยังอ่อนแอ โดยเฉพาะกลุ่มรายได้น้อย และครัวเรือนที่มีภาระค่าใช้จ่ายสูง
โดยจากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 7-13 กันยายน 2569 จำนวน 1,720 ตัวอย่าง พบว่า 91.8% ของกลุ่มตัวอย่างมีหนี้ ลดลงจาก 95.1% ในปี 2568 ขณะที่ 8.2% ไม่มีหนี้ อย่างไรก็ตามภาระหนี้เฉลี่ยต่อครัวเรือนปี 2569 เพิ่มขึ้นเป็น 794,945.49 บาท จาก 740,596.94 บาท ในปี 2568 หรือเพิ่มขึ้น 7.3% ในจำนวนนี้เป็นหนี้ในระบบ 77.2% และหนี้นอกระบบ 22.8% ขณะที่ภาระผ่อนชำระเฉลี่ยอยู่ที่ 21,935.31 บาทต่อเดือน เพิ่มขึ้น 8.11% จากปี 2568
“สถานภาพหนี้ครัวเรือนไทยปี 2569 ถือเป็นสถิติสูงสุดนับตั้งแต่ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจฯเริ่มทำสำรวจมาตั้งแต่ปี 2552 หรือในรอบ 18 ปี โดยสินเชื่อส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในระบบเป็นหลัก สะท้อนว่าภาระหนี้ยังคงกดดันกำลังซื้อและสภาพคล่องของครัวเรือน แม้ในเชิงสัดส่วนหนี้ต่อ GDP จะมีแนวโน้มปรับตัวลดลงก็ตาม”นายธนวรรธน์ กล่าว
ทั้งนี้หากพิจารณาลักษณะการก่อหนี้ พบว่า 72% ของกลุ่มตัวอย่างมีเฉพาะหนี้ในระบบ เพิ่มขึ้นจาก 50.9% ในปี 2568 ขณะที่ผู้มีเฉพาะหนี้นอกระบบลดลงเหลือ 5% จาก 15.4% ผู้ที่มีทั้งหนี้ในระบบและนอกระบบ ลดลงเหลือ 23% จาก 33.7% ประเภทหนี้ที่พบมากที่สุด ได้แก่ หนี้บัตรเครดิต 55.1% สินเชื่อส่วนบุคคลเพื่อการอุปโภคบริโภค 45.8% สินเชื่อยานพาหนะ 41.9% สินเชื่อเพื่อประกอบธุรกิจ 33.6% และสินเชื่อที่อยู่อาศัย 27.2% ขณะที่หนี้ Buy Now Pay Later หรือ BNPL อยู่ที่ 14.2% เพิ่มขึ้นจาก 6.2% ในปี 2568
โดยหนี้ส่วนบุคคลและบัตรเครดิต ส่วนใหญ่นำไปใช้เพื่อการอุปโภคบริโภค 23.6% ซื้อสินค้าคงทน 21.8% ซื้ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 13.5% และนำไปชำระหนี้เดิม 12.1% สะท้อนว่าหนี้บางส่วนถูกใช้เพื่อประคองการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและหมุนภาระหนี้เดิม ส่วนกลุ่มที่ก่อหนี้เพื่อประกอบธุรกิจ พบว่า 57.2% ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนหรือเสริมสภาพคล่อง เพิ่มขึ้นจาก 32.5% ในปี 2568 การลงทุนทางการเกษตรรอบใหม่ 19.5% และใช้เพื่อขยายกิจการ 7.8% สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวไม่เด่นชัด รายได้ของประชาชนและธุรกิจยังเพิ่มขึ้นไม่มาก ทำให้หลายครัวเรือนต้องพึ่งสินเชื่อเพื่อประคองสภาพคล่อง ขณะที่ภาระค่าครองชีพ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงาน ยังเป็นแรงกดดันสำคัญ
อย่างไรก็ตามสาเหตุที่ทำให้หนี้เพิ่มขึ้น กลุ่มตัวอย่างระบุว่า มาจากภาระทางการเงินในครอบครัว 15.6% รายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย 15.5% ค่าครองชีพสูงขึ้น 14.1% และมีเหตุฉุกเฉินที่ต้องใช้เงินโดยไม่คาดคิด 11.8% ขณะที่ 9.4% ก่อหนี้เพิ่มเพื่อลงทุนประกอบธุรกิจ ส่วนด้านความสามารถในการชำระหนี้ พบว่า 73.1% ยังสามารถชำระได้ตามกำหนด 16.1% ประเมินว่าสามารถชำระได้ไม่เกิน 6 เดือน 8.9% สามารถชำระได้ไม่เกิน 3 เดือน และ 1.9% ระบุว่าไม่สามารถชำระหนี้ได้ นอกจากนี้ 67.5% ของกลุ่มตัวอย่างเคยประสบปัญหาขาดการผ่อนชำระหรือผิดนัดชำระหนี้ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา สาเหตุหลักคือมีเหตุจำเป็นต้องใช้เงินโดยไม่คาดคิด 32.2% รายได้ลดลง 24.8% เศรษฐกิจไม่ดี 21.3% ยอดชำระเพิ่มขึ้น 11.4% และตกงาน 10.4%
ทั้งนี้ในอีก 1 ปีข้างหน้า กลุ่มตัวอย่างยังมองสถานการณ์หนี้ครัวเรือนในเชิงลบ โดย 25.2% คาดว่าจะแย่ลงเล็กน้อย และ 18.9% คาดว่าจะแย่ลงมากหรือปัญหารุนแรงขึ้น ขณะที่ผู้ที่มองว่าจะดีขึ้นเล็กน้อยมี 5.9% และมองว่าจะดีขึ้นมากหรือได้รับการแก้ไข 4% สำหรับแนวทางแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืน กลุ่มตัวอย่างให้ความสำคัญกับการเพิ่มรายได้หรือยกระดับค่าจ้างมากที่สุด 20.7% การให้ความรู้ด้านการเงิน 17.7% ปรับปรุงระบบประกันสังคม 16.3% จัดโปรแกรมปรับโครงสร้างหนี้ 15.4%
ส่วนเรื่องที่ต้องเร่งดำเนินการมากที่สุด คือเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำหรือปรับโครงสร้างค่าจ้าง 21.1% สร้างระบบข้อมูลหนี้ครัวเรือนให้ครบถ้วน 16.2% เพิ่มการควบคุมโฆษณาผลิตภัณฑ์ทางการเงิน 15.8% และส่งเสริมการออมและการลงทุนระยะยาว 11% โดยศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจฯประเมินว่า หนี้ครัวเรือนทั้งระบบมีโอกาสเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 16.5-16.6 ล้านล้านบาท ภายในสิ้นปี 2569 จากปัจจัยด้านเศรษฐกิจและสภาพคล่องของครัวเรือนที่ยังเป็นอุปสรรค
นายธนวรรธน์ กล่าวว่า หาก GDP ไทยปี 2569 ขยายตัวได้ในกรณีฐาน 2.5% ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจฯประเมินว่า สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP จะลดลงจาก 85.9% ในไตรมาสแรก มาอยู่ที่ประมาณ 84% ในไตรมาส 4 และหาก GDP ขยายตัว 2% สัดส่วนจะอยู่ที่ 84.4% และหากขยายตัว 2.8% สัดส่วนจะลดลงเหลือ 83.7% ทั้งนี้แม้สัดส่วนหนี้ต่อ GDP จะลดลง แต่ยังไม่ควรตีความว่าปัญหาหนี้ครัวเรือนคลี่คลาย เพราะส่วนหนึ่งเกิดจากความระมัดระวังของสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อ ขณะที่ฐานะทางการเงินและความสามารถในการชำระหนี้ของครัวเรือนยังอยู่ในภาวะเปราะบาง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

