'แอร์เอเชีย' วิกฤตหนัก ขาดทุนยับ 6 พันล้าน-หนี้สินท่วม รัฐบาลมาเลเซียหารือสายการบิน 'คู่แข่ง' รับช่วงต่อ

17 กันยายน 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐบาลมาเลเซีย ได้เริ่มหารือกับ สายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ และ สายการบินบาติก แอร์ เพื่อประเมินความพร้อมในการเข้ามารับช่วงต่อส่วนแบ่งตลาดภายในประเทศของ 'แอร์เอเชีย' สายการบินราคาประหยัดรายใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนเผชิญเหตุการณ์ฉุกเฉิน ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพทางการเงินของ 'แอร์เอเชีย'
การหารือดังกล่าวเกี่ยวข้องกับกระทรวงการคลังมาเลเซีย และ บริษัทการท่าอากาศยานมาเลเซีย (MAHB) ผู้บริหารท่าอากาศยานที่มีความเชื่อมโยงกับภาครัฐ โดยหนึ่งในทางเลือกคือการเตรียมความพร้อมให้สายการบินคู่แข่งสามารถเข้ามารองรับเส้นทางและผู้โดยสารของแอร์เอเชียหากสถานการณ์ทางการเงินของสายการบินแย่ลง
ทาง 'แอร์เอเชีย' ระบุว่า 'แอร์เอเชีย' ครองตลาดการบินมาเลเซียโดยรวมราว 40% และคิดเป็นประมาณ 60% ของเที่ยวบินภายในประเทศ ทำให้สถานะทางการเงินของสายการบินเป็นประเด็นสำคัญสำหรับรัฐบาลมาเลเซียเนื่องจากมีผลต่อการเชื่อมต่อทางอากาศและการเดินทางภายในประเทศ
โดยแหล่งข่าวระบุว่า มาเลเซีย แอร์ไลน์ และ บาติก แอร์ พร้อมขยายเที่ยวบินและรับเส้นทางกับผู้โดยสารของแอร์เอเชีย ในลักษณะการขยายธุรกิจของตนเอง มากกว่าการเข้าซื้อกิจการทั้งหมดของแอร์เอเชีย
อย่างไรก็ตามหากต้องรับช่วงการดำเนินงานในวงกว้าง ทั้งสองสายการบินต้องการรับช่วงสัญญาเช่าเครื่องบินของแอร์เอเชียด้วย เนื่องจากการรองรับเส้นทางและจำนวนผู้โดยสารจำนวนมากโดยไม่มีเครื่องบินเพิ่มเติมจะทำได้ยาก
แรงกดดันต่อ 'แอร์เอเชีย' เพิ่มขึ้นหลังราคาน้ำมันเครื่องบินพุ่งสูงขึ้น โดยราคาน้ำมันเครื่องบินเฉลี่ยในไตรมาส 2 อยู่ที่ 183 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 66% จากไตรมาสก่อนหน้า ท่ามกลางผลกระทบจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน
'แอร์เอเชีย' รายงานขาดทุนสุทธิไตรมาส 2 ซึ่งสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน จำนวน 831 ล้านริงกิต หรือคิดเป็นเงินไทยราว 6,700 ล้านบาท โดยได้รับผลกระทบจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น และขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 331 ล้านริงกิต ขณะที่ ณ วันที่ 30 มิถุนายน บริษัทมีหนี้สินหมุนเวียน 18,400 ล้านริงกิต หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 4,510 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีเงินสดกับยอดเงินฝากธนาคาร 954 ล้านริงกิต
อีกทั้ง 'แอร์เอเชีย' ยังมีภาระหนี้ต่อ บริษัทการท่าอากาศยานมาเลเซีย อย่างน้อย 500 ล้านริงกิต จากค่าธรรมเนียมการลงจอด ค่าจอดเครื่องบิน และบริการอื่นๆ โดย บริษัทการท่าอากาศยานมาเลเซีย ได้ขยายกำหนดเวลาชำระเงินให้แล้ว อย่างไรก็ตาม ทั้ง บริษัทการท่าอากาศยานมาเลเซีย และ 'แอร์เอเชีย' ไม่ได้ยืนยันรายละเอียดเกี่ยวกับภาระหนี้ดังกล่าว

ขณะเดียวกัน 'แอร์เอเชีย' กำลังเดินหน้าระดมทุน โดยมีเป้าหมายกู้เงินสูงสุด 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากตลาดตราสารหนี้ระหว่างประเทศ และวงเงินสินเชื่อในประเทศอีก 700 ล้านริงกิต เพื่อใช้เป็นหลักในการปรับโครงสร้างและรีไฟแนนซ์หนี้
โดยแหล่งข่าว 2 คนประเมินว่า 'แอร์เอเชีย' อาจต้องการเงินทุนใหม่อย่างน้อย 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อจัดการสถานะทางการเงิน แต่ทาง 'แอร์เอเชีย' ระบุว่า "เป้าหมายการจัดหาเงินทุนที่ประกาศไว้นั้นเพียงพอต่อความต้องการของบริษัท"
นอกจากนี้ 'แอร์เอเชีย' ยังปรับโครงสร้างธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งการยกเลิกเส้นทางที่ไม่ทำกำไร การส่งเครื่องบินเก่า 25 ลำคืนให้บริษัทผู้ให้เช่า และการเจรจาปรับสัญญากับซัพพลายเออร์เพื่อลดต้นทุน
ฟารุก คามาล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มของแอร์เอเชีย ระบุว่า บริษัทไม่ขอแสดงความคิดเห็นต่อการคาดการณ์เกี่ยวกับการดำเนินงาน หรือ สถานะทางการเงิน รวมถึงข้อตกลงทางธุรกิจที่ยังไม่ได้ประกาศ พร้อมย้ำว่าแอร์เอเชียยังคงมุ่งรักษาความต่อเนื่องของธุรกิจและการดำเนินงานที่มีเสถียรภาพในทุกตลาด และยังเห็นความต้องการเดินทางที่แข็งแกร่งในเครือข่ายของบริษัท
ส่วน บริษัทการท่าอากาศยานมาเลเซีย (MAHB) ระบุว่า การหารือกับสายการบินต่างๆ เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเครือข่ายและเส้นทางตามปกติ รวมถึงการพิจารณาเพิ่มขีดความสามารถและเปิดเส้นทางในตลาดที่ยังมีช่องว่างหรือมีความต้องการที่ยังไม่ได้รับการตอบสนอง โดยปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเกี่ยวกับแนวโน้มทางการเงินของ 'แอร์เอเชีย'
ด้าน 'แชนดรัน รามา มูธี' ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบาติก แอร์ มาเลเซีย ระบุว่า สายการบินมีความสามารถในการนำเครื่องบินเข้ามาให้บริการได้อย่างรวดเร็ว เพื่อรองรับหรือช่วยเพิ่มส่วนแบ่งตลาดเที่ยวบินภายในประเทศ หากมีความจำเป็น
ก่อนหน้านี้กระทรวงการคลังมาเลเซียได้ว่าจ้าง Alton Aviation Consultancy (บริษัทที่ปรึกษาด้านการบินระดับโลก) ให้ประเมินความต้องการเงินทุนของแอร์เอเชีย ขณะที่รัฐบาลพิจารณาทางเลือกในการสนับสนุนสายการบิน ซึ่งเป็นนายจ้างรายใหญ่และมีบทบาทสำคัญในการให้บริการเที่ยวบินราคาประหยัดในภูมิภาค หลังมีรายงานข่าวดังกล่าว หุ้นแอร์เอเชีย และ บริษัท Capital A ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ ต่างปรับตัวลดลง 5.5% ในการซื้อขายช่วงเช้าวันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน

