มติกพช.ไฟเขียวลด‘ค่าไฟ’ควักหมื่นล้านโปะFtงวดก.ย.-ธ.ค.69

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 รับทราบแนวทางการดูแลค่าไฟฟ้าสำหรับประชาชน โดยคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เห็นชอบค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ขายปลีก 16.23 สตางค์ต่อหน่วย เมื่อรวมกับค่าไฟฟ้าฐานที่ 3.78 บาทต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเรียกเก็บเฉลี่ยอยู่ที่ 3.95 บาทต่อหน่วย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) รับภาระคงค้างสะสมแทนประชาชนไปพลางก่อน และให้นำเงินเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกินที่เก็บรักษาไว้ 16,127.17 ล้านบาท มาช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าผ่านค่า Ft รวมถึงการคิดราคาเนื้อก๊าซธรรมชาติสำหรับโรงไฟฟ้าที่ผลิตไฟฟ้าเข้าสู่ระบบของการไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง ตามราคาที่เกิดขึ้นจริง แต่ไม่เกินประมาณการเฉลี่ยราคาควบคุมที่ 363.53 บาทต่อล้านบีทียู สำหรับงวดเดือนกันยายน-ธันวาคม 2569 เพื่อลดผลกระทบต่อต้นทุนค่าไฟฟ้าของประชาชน
กพช. ยังมอบหมายให้ ปตท. และ กฟผ. คิดราคาเนื้อก๊าซธรรมชาติตามมติ กกพ.ดังกล่าว สำหรับโรงไฟฟ้า กฟผ. ผู้ผลิตไฟฟ้าอิสระ (IPP) และผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (SPP) ที่ซื้อก๊าซธรรมชาติภายใต้สัญญาซื้อขายกับ ปตท. และ กฟผ. ในส่วนที่ผลิตไฟฟ้าเข้าสู่ระบบของการไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง โดยทยอยเรียกเก็บส่วนต่างของราคาก๊าซธรรมชาติที่เกิดขึ้นจริงในการกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าตั้งแต่รอบเดือนพฤษภาคม 2570 เป็นต้นไป
นายเอกนัฏฯ กล่าวว่า ที่ประชุม กพช. ยังเห็นชอบขยายโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar) ภาคประชาชนทั้งแบบบนหลังคา ภาคพื้นดิน และลอยน้ำ โดยขยายเป้าหมายรับซื้อไฟฟ้ารวมเป็น 10,000 เมกะวัตต์ เสนอขายไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ต่อมิเตอร์ รับซื้อไฟฟ้าส่วนเกิน 2.20 บาทต่อหน่วย 20 ปี พร้อมสนับสนุนการเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนและการผลิตไฟฟ้าแบบกระจายศูนย์ (Distributed Generation) ในระยะยาว และเห็นชอบให้ผู้ร่วมโครงการเดิม ตามมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) วันที่ 24 ธันวาคม 2561 และมติ กพช. วันที่ 24 มกราคม 2562 เป็นต้นมา รวมถึงโครงการตามมติ กพช. วันที่ 29 เมษายน 2569 ภายใต้เป้าหมาย 500 เมกะวัตต์ ได้รับการปรับระยะเวลารับซื้อไฟฟ้าจากเดิม 10 ปี เป็น 20 ปี เช่นกัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

