เปิดผลตรวจพิสูจน์ปืน 2 กระบอก ยึดจาก 2 ศพเทือกเขาตะเว พบประวัติก่อเหตุโชกโชน เชื่อมโยงถึง 11 คดี

รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. เผยความคืบหน้า ผลตรวจพิสูจน์อาวุธปืน 2 กระบอก ที่ยึดได้จากการบังคับใช้กฎหมายบนเทือกเขาตะเว พบความเชื่อมโยงหลายเหตุการณ์
วันที่ 18 กันยายน 2569 พันเอก เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยความคืบหน้าจากกรณีเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่ายเข้าบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่บนเทือกเขาตะเว บริเวณรอยต่อ ตำบลบองอ อำเภอระแงะ กับ ตำบลจวบ อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 8 - 10 กันยายน 2569 ทำให้ผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต 2 ราย ทราบชื่อคือ นายอูเช็ง เจ๊ะมิง และ นายอูเซ็ง มามะ จากเหตุการณ์นี้ เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดอาวุธปืนได้ 2 กระบอกนั้น
ภายหลังการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่ได้นำอาวุธปืนของกลางเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์และตรวจสอบข้อมูลในคดีที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิสูจน์ทราบที่มาและตรวจสอบว่าอาวุธดังกล่าวเคยถูกนำไปใช้ก่อเหตุในพื้นที่ใดมาก่อน ผลการตรวจสอบพบว่าอาวุธปืนทั้ง 2 กระบอกมีข้อมูลเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ในพื้นที่หลายคดี ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

กระบอกที่ 1 ปืนเล็กกล AK102 ขนาด .223 (5.56 มม.) หมายเลขประจำปืนถูกขูดลบ ตรวจสอบพบข้อมูลเชื่อมโยงกับเหตุการณ์จำนวน 5 เหตุการณ์ ได้แก่
- เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2565 เชื่อมโยงกับเหตุราษฎรถูกยิงเสียชีวิต 2 ราย ในพื้นที่บ้านบาตูบือแน (บ้านโผลง) ตำบลโต๊ะเด็ง อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส พบปลอกกระสุนที่เชื่อมโยงกับอาวุธกระบอกดังกล่าว จำนวน 3 ปลอก
- เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2565 เชื่อมโยงกับเหตุคนร้ายพยายามปล้นทรัพย์และใช้อาวุธปืนยิงข่มขู่เจ้าของร้านขายของชำในพื้นที่ ตำบลแว้ง อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ พบปลอกกระสุนที่เชื่อมโยง จำนวน 9 ปลอก
- เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2566 เชื่อมโยงกับเหตุคนร้ายลอบยิงฐานปฏิบัติการ หมวดเฉพาะกิจหน่วยปฏิบัติการพิเศษนราธิวาส 31 ตำบลจวบ อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส พบปลอกกระสุนที่เชื่อมโยง จำนวน 23 ปลอก
- เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2568 เชื่อมโยงกับเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนลอบยิงเจ้าหน้าที่ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ชุดคุ้มครองตำบลเกียร์ บริเวณฐาน ชุดคุ้มครองตำบลเกียร์ ตำบลเกียร์ อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ พบปลอกกระสุนที่เชื่อมโยง จำนวน 16 ปลอก
- เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 อาวุธปืนกระบอกดังกล่าวถูกตรวจยึดระหว่างปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายบนเทือกเขาตะเว ตามคดี ป.1404/2569 ซึ่งตกอยู่บริเวณข้างตัวผู้ก่อเหตุรุนแรงที่เสียชีวิต

กระบอกที่ 2 ปืนเล็กกล M16 ขนาด .223 (5.56 มม.) หมายเลขประจำปืน 9116930 จากการตรวจสอบพบว่า หนึ่งถูกแย่งชิง จากเหตุกรณีโจมตีฐานปฏิบัติการพระองค์ดำ กองร้อยทหารราบที่ 15121 เมื่อ วันที่ 19 มกราคม 2559 และพบข้อมูลเชื่อมโยงกับเหตุการณ์จำนวน 6 เหตุการณ์ ได้แก่
- เมื่อวันที่ 23 - 24 กุมภาพันธ์ 2563 เชื่อมโยงกับเหตุคนร้ายลอบยิงบนเทือกเขาตะเว ขณะเจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 48 เข้าตรวจสอบพื้นที่แหล่งหลบซ่อนและพักพิง โดยมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์หลายราย และพบปลอกกระสุนที่เชื่อมโยงกับอาวุธกระบอกดังกล่าว
- เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2564 เชื่อมโยงกับเหตุคนร้ายลอบยิงฐานปฏิบัติการชุดปฏิบัติการจรยุทธ์ กองร้อยทหารพรานที่ 4514 บ้านแฆแบะ ตำบลนานาค อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ส่งผลให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 1 นาย และได้รับบาดเจ็บ 4 นาย พบปลอกกระสุนที่เชื่อมโยง จำนวน 3 ปลอก พร้อมกระสุนปืน 1 นัด
- เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 เชื่อมโยงกับเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ตำบลบองอ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ พบปลอกกระสุนที่เชื่อมโยง จำนวน 25 ปลอก
- เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2567 เชื่อมโยงกับเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดและใช้อาวุธปืนยิงเจ้าหน้าที่ทหารพราน หน่วยเฉพากิจกรมทหารพรานที่ 48 บริเวณสะพานบ้านโต๊ะเล็ง ตำบลบูกิต อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส ส่งผลให้กำลังพลได้รับบาดเจ็บ พบปลอกกระสุนที่เชื่อมโยง จำนวน 2 ปลอก
- เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 เชื่อมโยงกับเหตุคนร้ายลอบยิงและขว้างระเบิดบริเวณจุดตรวจบูเก๊ะซามี ตำบลตันหยงมัส อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ส่งผลให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 5 นาย พบปลอกกระสุนที่เชื่อมโยง จำนวน 3 ปลอก
- เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 อาวุธปืนกระบอกดังกล่าวถูกตรวจยึดระหว่างการบังคับใช้กฎหมายบนเทือกเขาตะเว ตามคดี ป.1404/2569 ซึ่งอาวุธตกอยู่บริเวณข้างตัวผู้ก่อเหตุรุนแรงที่เสียชีวิต

ผลการตรวจสอบดังกล่าวถือเป็นข้อมูลสำคัญในด้านการบังคับใช้กฎหมาย เนื่องจากการตรวจพิสูจน์อาวุธปืนและปลอกกระสุนสามารถนำมาใช้ประกอบการสืบสวนสอบสวน เพื่อเชื่อมโยงพยานหลักฐานระหว่างเหตุการณ์ต่าง ๆ และช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามที่มาของอาวุธ รวมถึงตรวจสอบความเกี่ยวข้องกับคดีที่เกิดขึ้นในพื้นที่ได้อย่างเป็นระบบ
สำหรับการดำเนินการหลังจากนี้ เจ้าหน้าที่จะนำข้อมูลและพยานหลักฐานที่ตรวจพบเข้าสู่กระบวนการสืบสวนสอบสวนตามกฎหมาย เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงและขยายผลในส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยยึดหลักนิติธรรมและกระบวนการยุติธรรม ควบคู่กับการดูแลความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

การตรวจสอบอาวุธที่เชื่อมโยงกับเหตุการณ์หลายคดี จึงไม่ได้เป็นเพียงการตรวจยึดของกลางจากเหตุการณ์หนึ่งเท่านั้น แต่ยังเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อคลี่คลายคดีที่เกิดขึ้นในอดีต สนับสนุนการบังคับใช้กฎหมาย และสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนว่าทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะได้รับการตรวจสอบตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างรอบคอบ
ทั้งนี้ การปฏิบัติดังกล่าวเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่จะเร่งตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานและขยายผลความเชื่อมโยงของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป โดยพี่น้องประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ หากพบข้อมูลหรือเบาะแสที่เป็นประโยชน์ สามารถแจ้ง สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. 1341 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

