ความหวังทัพไทย: กับความสำเร็จในเอเชียนเกมส์

เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 มหกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชาวเอเชีย เปิดฉากอย่างเป็นทางการ
ในครั้งนี้นักกีฬาไทยไปแข่งขันรวม 694 คน แบ่งเป็นชาย 356 คน และหญิง 338 คน รวมกับเจ้าหน้าที่ ทีมแพทย์ บุคลากรด้านอื่นๆ มีทั้งสิ้น 991 คน
มีทเดอะเพรส 6 ครั้ง 46 สมาคมกีฬา ตั้งเป้ารวม 14 เหรียญทอง คว้าเจ้าอาเซียนได้เป็นอย่างน้อย แต่ขณะเดียวกัน ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) มองว่า เป้าหมายครั้งนี้อยู่ที่ 15 เหรียญทอง
แน่นอนที่สุดว่าในแต่ละครั้ง แต่ละสมัย กว่าจะได้เหรียญมา เลือดตาแทบกระเด็น เราจึงนำเสนอเรื่องราวตัวเลขที่น่าสนใจเพื่อเข้าสู่มหกรรมครั้งนี้อย่างเป็นทางการ……..
๐ เจ้าของเหรียญแรก
พลตำรวจตรี อมร ยุกตะนันท์ จากอำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครราชสีมา กลายเป็นคนไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ที่คว้าเหรียญรางวัลในการแข่งขันเอเชียนเกมส์
ท่านสามารถคว้า “เหรียญเงิน” ซึ่งกลายเป็นเหรียญแรกของนักกีฬาไทยในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 3 พ.ศ. 2501 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น จากกีฬายิงปืน ประเภทปืนสั้นยิงช้า 50 เมตร บุคคลชาย
๐ เหรียญทองคนแรก
ประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันเอเชียนเกมส์ตั้งแต่ครั้งที่ 1 เมื่อปี 1951 ที่ประเทศอินเดีย อย่างไรก็ดี เหรียญทองแรกที่ได้จากเอเชียนเกมส์ เราต้องรอการแข่งขัน ครั้งที่ 4 ปี 1962 ที่ประทศอินโดนีเซีย
ในการแข่งขันจักรยานที่กรุงจาการ์ตา ของอินโดนีเซีย ถาวร จิรพันธ์ ทำเวลาได้ดีที่สุดในประเภท road race ระยะทาง 159 กม. คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์แรกของประเทศไทย

๐ กีฬาที่คว้าทองมากที่สุด
กีฬาที่สามารถทำผลงานคว้าเหรียญทองให้กับประเทศไทยในเอเชียนเกมส์มากที่สุด นั่นคือ “เซปักตะกร้อ”
ตะกร้อถูกบรรจุเข้าสู่เอเชียนเกมส์ ครั้งแรก ตั้งแต่ปี 1990 และทีมตะกร้อทั้งประเภทชายและหญิงของไทย สามารถกวาดเหรียญรางวัลเป็นกอบเป็นกำ รวม 30 เหรียญทอง
ขณะที่กีฬาประเภทเดี่ยว(บุคคล) ที่ได้เหรียญทองมากที่สุด คือ มวยสากลสมัครเล่น ที่ทำได้ 20 เหรียญทอง แต่ไม่ได้มาแล้ว 12 ปีหลังสุด ส่วนอันดับ 3 คือ จักรยาน 15 เหรียญทอง
๐ เหรียญทั้งหมดของไทย
ประเทศไทย ได้เหรียญรางวัลจากการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 19 สมัย รวมทั้งสิ้น 644 เหรียญ
แบ่งเป็นเหรียญทอง 144 เหรียญ, เหรียญเงิน 189 เหรียญ และเหรียญทองแดง 311 เหรียญ โดย 16 สมัยหลังสุด ไทยได้เหรียญทองทุกครั้ง โดยปีที่ทำเหรียญทองได้มากที่สุด คือ ปี 1998 ที่เป็นเจ้าภาพ ทำได้ 24 เหรียญทอง 26 เหรียญเงิน 40 เหรียญทองแดง ตามมาด้วยปี 2002 ได้ 14 เหรียญทอง 19 เหรียญเงิน 10 เหรียญทองแดง และปี 2006 ได้มา 13 เหรียญทอง 15 เหรียญเงิน 26 เหรียญทองแดง

๐ อันดับที่ดีที่สุด
ไทย เคยคว้าอันดับ 3 ของการแข่งขันได้ถึง 2 ครั้ง เมื่อปี 1966 และปี 1970 ซึ่งทั้งสองครั้งนั้น ไทย เป็นเจ้าภาพ
ปี 1966 ไทยได้ 12 ทอง 14 เงิน 11 ทองแดง จากนั้นในอีก 4 ปีต่อมา ไทยเรารับหน้าเสื่อแทน เกาหลีใต้ เนื่องจากเหตุผลทางความปลอดภัย และเศรษฐกิจ เราทำได้ 9 ทอง 17 เงิน 13 ทองแดง แต่เพียงพอที่จะได้อันดับ 3
ผลงานดีที่สุดถัดจากนั้นคือการได้อันดับ 4 ปี 1998 ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพครั้งที่ 4(ครั้งล่าสุด) และอีกครั้งทำผลงานได้ดีคือ ได้อันดับที่ 5 ปี 1978 ซึ่งไทยรับงานเป็นเจ้าภาพ แทนที่ ปากีสถาน เนื่องจากปัญหาการเมืองและเศรษฐกิจในประเทศ โดยอันดับทำได้เท่ากับปี 2006 ที่กาตาร์
๐ นักกีฬาไทยครั้งไหนเยอะจริง
เสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันมากถึง 934 คนในเอเชียนเกมส์ ที่หางโจว ประเทศจีน ปี 2022(แข่งปี 2023 เนื่องจากโควิด)
อย่างไรก็ตาม นับเป็นการส่งนักกีฬาที่ไม่ได้เป็นสถิติสูงสุดแต่อย่างใด
ในการแข่งขันที่ฮิโรชิม่า ประเทศญี่ปุ่น ปี 1994 มีนักีฬาไทยเข้าร่วมมากสุด 1,129 คน ถือเป็นสถิติตลอดกาลของประเทศ ตามมาด้วยจำนวน 1,055 คน ปี 1998 และปี 1978 ที่ส่งแข่ง 948 คน ดังนั้นสถิติการส่งนักกีฬาปี 2022 อยู่ในอันดับมากสุดลำดับที่ 4
ส่วนครั้งนี้คงตกใจ ลดมาเหลือ 694 คน

๐ เป้าหมาย14ทองคืออะไร
หลังจากงานเปิดเผยต่อนักข่าว ตัวเลขเหรียญทองจะอยู่ที่ 14 เหรียญ
ตะกร้อ คือความหวังสูงสุด เป้าอยู่ที่กวาเรียบทั้ง 4 ทอง 4 อีเวนต์ที่ลงแข่งขัน โดยมี เทคบอล ที่ลักษณะการเล่นด้วยทักษะไม่ต่างกันตั้งเป้าเอาไว้ที่ 3 ทอง
ขณะที่กีฬาอื่น ๆ นั้น ประกอบด้วย คูราช 1 ทอง, ยูยิตสู หวัง 1 ทอง, เทควันโด หวัง 1 ทอง, กอล์ฟ หวัง 1 ทอง, กรีฑา หวัง 1 ทอง, เรือใบ หวัง 1 ทอง และ อีสปอร์ต 1 ทอง 2 เงิน 1 ทองแดง
ขณะเดียวกันที่เหลือ จากการประเมินงานมีต เดอะ เพรส ผมจำแนกออกมาเป็น 4 ประเภทด้วยกัน

มีเหรียญกลับบ้าน : มวยสากล เชื่อว่าน่าจะมีเหรียญทุกสี, จักรยาน ไม่เหรียญเงิน ก็เหรียญทองแดง, ยกน้ำหนัก เชื่อมี 2-3 เหรียญ, เทนนิส มั่นใจมีเหรียญ, แบดมินตัน 1-2 เหรียญ, วอลเลย์บอล หวังติด 1 ใน 3 ทั้งประเภทในร่มทีมหญิงและชายหาดทีมหญิง, กระดานโต้คลื่น ขอติด 1 ใน 3, วินด์เซิร์ฟ หวัง 1 ใน 3, ปีนหน้าผา ขอติด 1 ใน 3, เบรกกิ้ง หรือ ลีลาศ คาดหวังว่าจะมีเหรียญเงินหรือทองแดง, รักบี้ หวังทีมหญิงได้เหรียญทองแดงเป็นอย่างน้อย, เรือพาย ตั้งธงมี 5 เหรียญแต่ไม่การันตีมีเหรียญทองหรือไม่ และขี่ม้า หวังติดเหรียญทั้ง 3 ประเภท
หวังเหรียญใดเหรียญหนึ่ง : MMA , คาราเต้, กาบัดดี้, ยิงธนู, ซอฟท์เทนนิส และบาสเกตบอล ทีม 3×3, กีฬาทางน้ำ อีเวนต์โปโลน้ำหญิง,
หวังเหรียญทองแดง : ยูโด หวัง 1 ทองแดง, เอ็กซ์ตรีม คาดหวัง 2 ทองแดง, คริกเก็ต หวังทองแดง, มวยปล้ำ ตั้งเป้าคว้าเหรียญทองแดง และ ปัญจกีฬา มั่นใจมีเหรียญทองแดง
หวังทำผลงานให้ดีที่สุด : วูซู ขอทำผลงานติด 1 ใน 5, พาเดล ตั้งเป้าเข้ารอบลึกสุด, เทเบิลเทนนิส หวังทำผลงานเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ, ยิงเป้าบิน ขอเข้ารอบไฟนอลส์เป็นลำดับแรก, ยิงปืน ขอเข้ารอบไฟนอลส์ในปืนสั้นชาย, เบสบอล หวังติด 1 ใน 5, ซอฟท์บอล หวังจบอันดับ 6 จาก 8 ทีม, สควอช ตั้งเป้าทำผลงานให้ดีที่สุด, ยิมนาสติก ขอทำผลงานให้ดีที่สุด, ฮอกกี้ หวังอันดับ 5 จากทีมหญิง และอันดับ 9 จากทีมชาย, ไตรกีฬา ติดอันดับ 1 ใน 10 , ฟันดาบ ขอติด 1 ใน 8, ฟุตบอล ทีมชายมั่นใจทะลุรอบ 8 ทีมเป็นอย่างน้อย ส่วนทีมหญิงหวังเข้ารอบลึกที่สุด
แล้วเรามาประกาศผลสอบกันว่า “ใครจะรอด” หรือ “ใครจะร่วง”!!!!!
บี แหลมสิงห์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

