DSI เรียกพยานสอบ 10 ราย คดี ‘นักธุรกิจยิว’ ใช้คนไทยนอมินี ทำธุรกิจ พบมีเครือข่ายอีก 14 บริษัทในชลบุรี

DSI เดินหน้าสอบคดีพิเศษที่ 135/69 ไล่เส้นธุรกิจ “ไมมอน”นักธุรกิจชาวอิสราเอลใน"พัทยา–บางละมุง" หลังสอบ10 พยาน เตรียมขยายผลสอบความเชื่อมโยงบุคคลและนิติบุคคลเพิ่มเติมขยาย ปมธุรกิจต่างชาติ–อสังหาฯ 14 บริษัท ส่วน“ชาบัดเฮ้าส์”ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง
วันที่ 19 กันยายน 2569 จากกรณี กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้มีการเปิดปฏิบัติการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายจำนวน 3 จุดอ.บางละมุง และพื้นที่พัทยา ในจ.ชลบุรี พบความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับนักธุรกิจชาวอิสราเอล ชื่อ นายไมมอน เดวิด มาร์เซียโน่ ซึ่งมีการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ และรายการทรัพย์สินจำนวนมากภายในพื้นที่ภาคตะวันออก ทั้งยังเป็นผู้ประกอบการตัวจริงในส่วนของสำนักงานกฎหมายสากลเคทีอินเตอร์เนชั่น แนล ลอร์แอนด์บิสซิเนส, บริษัท โคซี่ บีช วิว จำกัด, บริษัท โลตัส พาราไดซ์ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด รวมมูลค่าหลายพันล้านบาท โดยใช้คนไทยเป็น “นอมินี” เป็นเหตุให้ดีเอสไอ รับเรื่องดังกล่าวสอบสวนเป็นคดีพิเศษที่ 135/2569
ความคืบหน้าล่าสุด คณะพนักงานสอบ สวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาได้พิจารณาออกหมายเรียกบุคคลธรรมดา 10 ราย ในฐานะพยาน เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับการก่อตั้งและดำเนินธุรกิจของสำนักงานกฎหมายสากลเคที อินเตอร์เนชั่นแนล ลอร์แอนด์บิสซิเนส, บริษัทโคซี่ บีช วิว จำกัด และบริษัทโลตัส พาราไดซ์ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด โดยประเด็นการสอบ สวนมุ่งตรวจสอบว่า บริษัทดังกล่าวประ กอบธุรกิจจริงในลักษณะใด ใครเป็นผู้ดำเนินกิจการ ตลอดจนตรวจสอบข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้องว่า มีการดำเนินการใดที่อาจเข้าข่ายฝ่าฝืน พ.ร.บ.การประ กอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 หรือไม่
คดีดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นจากข้อมูลเกี่ยวกับการครอบครองอสังหาริมทรัพย์และทรัพย์สินจำนวนมากในพื้นที่ภาคตะวันออก รวมถึงข้อมูลที่เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบเกี่ยวกับการใช้บุคคลไทยซึ่งทำงานในสำนักงานที่เกี่ยวข้องเข้ามามีชื่อเป็นกรรมการบริษัทแทน ซึ่งเป็นประเด็นที่ DSI ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานอย่างละเอียดก่อนสรุปข้อกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม คณะพนักงานสอบสวนย้ำว่า ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนสอบปากคำพยานและรวบรวมพยานหลักฐาน บุคคลทั้ง 10 รายถูกเรียกมาในฐานะพยาน และยังไม่มีการออกหมายเรียกบุคคลใดเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา หรือดำเนินคดีกับกรรม การบริษัทหรือบุคคลใดในประเด็นดังกล่าว แต่หากการสอบปากคำพยานทั้ง 10 รายพบข้อมูลหรือประเด็นที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม พนักงานสอบสวนจะพิจารณาเรียกพยานรายอื่นเข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติมตามลำดับ
สำหรับกรณี “แรบไบ โยเซฟ ไชม์ แคนเทอร์” คณะพนักงานสอบสวนดีเอสไอ ระบุว่ายังอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงและประเมินพยานหลักฐาน โดยเฉพาะความเกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง “ชาบัด เฮ้าส์” ในจังหวัดต่างๆ รวมถึงตรวจสอบว่ามีความเชื่อมโยงกับการก่อสร้างใน จ.ภูเก็ตหรือไม่ ซึ่งประเด็นดังกล่าวจะพิจารณาตามพยานหลักฐานว่าเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 หรือ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 หรือไม่ หากพบองค์ประกอบความผิดตามบัญชีแนบท้ายกฎหมายดีเอสไอ จะพิจารณาเสนออธิบดีDSI เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนการรับเป็นคดีพิเศษต่อไป
ขณะเดียวกัน มีรายงานเพิ่มเติมว่าจากการตรวจสอบข้อมูลกลุ่มชาวอิสราเอลที่เกี่ยว ข้องกับนายไมมอน ซึ่งเชื่อมโยงกับการบริหารบริษัทโคซี่ บีช วิว จำกัด และบริษัท โลตัส พาราไดซ์ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด รวมถึงบริษัทซิลาด โฮลดิ้ง จำกัด ในกรอบการสอบสวนคดีพิเศษที่ 135/2569 พบข้อมูลเครือข่ายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ใน จ.ชลบุรี อย่างน้อย 14 บริษัท
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

