ศิลปศาสตร์ DPU และ สถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล จัด Chinese for Fun One Day Camp ปลุกศักยภาพเยาวชน เรียนภาษาจีนผ่านวัฒนธรรม–ลงมือทำจริง

คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) และ สถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล ร่วมกันจัดกิจกรรม “Chinese for Fun One Day Camp” เปิดพื้นที่ให้นักเรียนจากโรงเรียนวิทยานุกูลนารี จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้สัมผัสการเรียนรู้ภาษาจีนควบคู่กับวัฒนธรรมจีนผ่านกิจกรรมเชิงปฏิบัติการตลอดหนึ่งวัน ทั้งการเรียนรู้ตัวอักษรและภาษาจีนผ่านเกม การพิมพ์ภาพด้วยแม่พิมพ์ไม้ การเขียนพู่กันและวาดภาพจีน รวมถึงการตัดกระดาษลวดลายจีน เพื่อสร้างประสบการณ์เรียนรู้ที่สนุก เข้าใจง่าย พร้อมเปิดมุมมองสู่การนำทักษะภาษาจีนไปต่อยอดด้านการศึกษาและเส้นทางอาชีพในอนาคต โดยได้รับเกียรติจากรองศาสตราจารย์ เฉินเวย ผู้อำนวยการสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล (ฝ่ายจีน) ดร.วริศ ลิ้มลาวัลย์ คณบดีคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ร่วมเปิดงาน เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 ณ อาคารไสว สุทธิพิทักษ์ (อาคาร 6) ชั้น 1 มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
รองศาสตราจารย์ เฉินเวย ผู้อำนวยการสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล (ฝ่ายจีน) เปิดเผยว่า สถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล ร่วมกับคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) จัดกิจกรรมเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมจีนให้แก่นักเรียนจากโรงเรียนวิทยานุกูลนารี จังหวัดเพชรบูรณ์ ผ่านการลงมือปฏิบัติจริงตลอดทั้งวัน เพื่อให้นักเรียนได้สัมผัสวัฒนธรรมจีนในหลากหลายมิติ พร้อมเรียนรู้จากอาจารย์ชาวจีนโดยตรง และเปิดมุมมองเกี่ยวกับการศึกษาต่อด้านภาษาและธุรกิจในอนาคต
รองศาสตราจารย์ เฉินเวย กล่าวว่า โรงเรียนวิทยานุกูลนารีเคยพานักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมกับสถาบันขงจื่อฯ มาแล้วเมื่อประมาณ 3–4 ปีก่อน โดยในครั้งแรกได้รับการแนะนำผ่านเครือข่ายความร่วมมือในจังหวัดเพชรบูรณ์ ก่อนที่โรงเรียนจะติดต่อกลับมายังสถาบันขงจื่อฯ โดยตรงในครั้งนี้ เนื่องจากเห็นถึงประโยชน์และประสบการณ์ที่นักเรียนได้รับจากการเข้าร่วมกิจกรรมที่ผ่านมา ขณะที่นักเรียนบางคนซึ่งเคยเข้าร่วมกิจกรรมตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ได้กลับมาเข้าร่วมอีกครั้งเมื่อศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ สถาบันขงจื่อฯ ออกแบบให้ผู้เรียนได้สัมผัสวัฒนธรรมจีนผ่านกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ โดยหนึ่งในกิจกรรมสำคัญคือการตัดกระดาษ ซึ่งนำมาประยุกต์กับรูปแบบลวดลายและเครื่องประดับจากเครื่องแต่งกายจีน เพื่อให้นักเรียนได้เข้าใจที่มาของศิลปะและวัฒนธรรมจีนมากกว่าการตัดกระดาษในรูปแบบทั่วไป พร้อมทั้งได้เห็นตัวอย่างจากวัฒนธรรมจีนจริงและทดลองสร้างผลงานด้วยตนเอง
นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมการพิมพ์ภาพมงคลแบบจีนจากแม่พิมพ์ไม้แกะสลัก โดยใช้สีทาลงบนแม่พิมพ์และกดลงบนกระดาษ ซึ่งเป็นกระบวนการที่สะท้อนวิธีการผลิตภาพพิมพ์ในอดีต รวมถึงกิจกรรมการเขียนพู่กันจีนและการวาดภาพจีน ตลอดจนกิจกรรมละลายพฤติกรรมที่ผสมผสานการเรียนรู้ตัวอักษรจีน เพื่อให้นักเรียนเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมไปพร้อมกับความสนุกสนานและการมีส่วนร่วม
รองศาสตราจารย์ เฉินเวย กล่าวเพิ่มเติมว่า กิจกรรมได้รับการออกแบบให้แตกต่างจากการเรียนภาษาในห้องเรียน โดยเฉพาะการมีอาจารย์ชาวจีนเป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้และอธิบายความหมายทางวัฒนธรรมโดยตรง ซึ่งจะช่วยให้นักเรียนเข้าใจตัวอักษรจีน ศิลปะ และวัฒนธรรมจีนในบริบทที่ลึกขึ้น รวมถึงมองเห็นความเชื่อมโยงระหว่างภาษา วิถีชีวิต และศิลปวัฒนธรรมจีน
ขณะเดียวกัน กิจกรรมครั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้นักเรียนได้สำรวจความสนใจของตนเอง ทั้งด้านภาษาและธุรกิจ จากการพูดคุยกับนักเรียนพบว่าหลายคนสนใจเรียนต่อด้านภาษา ขณะที่บางส่วนสนใจด้านธุรกิจ ซึ่งมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์มีหลักสูตรที่สามารถรองรับความสนใจดังกล่าว โดยสถาบันขงจื่อฯ มีบทบาทสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนในหลักสูตรภาษาจีนธุรกิจของมหาวิทยาลัย รวมถึงสนับสนุนกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมจากผู้สอนชาวจีน
สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาต่อหรือเพิ่มพูนประสบการณ์ในประเทศจีน สถาบันขงจื่อฯ ยังมีบทบาทในการให้ข้อมูลและแนะนำโอกาสด้านทุนการศึกษา รวมถึงโครงการระยะสั้นและเส้นทางการศึกษาที่เกี่ยวข้อง โดยผู้เรียนสามารถเลือกได้ตามความสนใจและเงื่อนไขของแต่ละหลักสูตร ทั้งการศึกษาในประเทศไทย การเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนกับมหาวิทยาลัยคู่ความร่วมมือในจีน หรือการสมัครทุนเพื่อศึกษาต่อ
ด้าน ดร.วริศ ลิ้มลาวัลย์ คณบดีคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า Chinese for Fun One Day Camp เกิดจากความร่วมมือระหว่างสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเลและคณะศิลปศาสตร์ โดยมีหลักสูตรภาษาจีนธุรกิจร่วมดำเนินกิจกรรม ภายใต้แนวทางของมหาวิทยาลัยที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของเยาวชน ผ่านการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ในห้องเรียนกับประสบการณ์จริง
“กิจกรรมครั้งนี้มุ่งให้นักเรียนได้พัฒนาศักยภาพด้านภาษาจีนผ่านการเรียนรู้วัฒนธรรม เพราะภาษาและวัฒนธรรมมีความเชื่อมโยงกัน เมื่อผู้เรียนเข้าใจบริบททางวัฒนธรรม ก็จะช่วยให้เข้าใจภาษาและวิธีการสื่อสารได้ลึกขึ้น ขณะเดียวกันนักเรียนยังมีโอกาสเรียนรู้โดยตรงจากอาจารย์และผู้เชี่ยวชาญจากหลักสูตรภาษาจีนธุรกิจและสถาบันขงจื่อฯ” ดร.วริศ กล่าว
ดร.วริศ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทักษะภาษาต่างประเทศ โดยเฉพาะภาษาจีน มีบทบาทสำคัญต่อการเปิดโอกาสด้านการศึกษาและการทำงานของคนรุ่นใหม่ เพราะภาษาคือเครื่องมือที่ช่วยเชื่อมผู้เรียนเข้าสู่โลกที่กว้างขึ้น ผู้ที่สามารถสื่อสารได้หลายภาษาย่อมมีทางเลือกในการทำงานเพิ่มขึ้น ทั้งกับองค์กรในประเทศไทย บริษัทข้ามชาติ รวมถึงองค์กรและธุรกิจจากประเทศจีนที่เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย
“หากเรามีทักษะภาษามากขึ้น โอกาสของเราก็กว้างขึ้น ภาษาจีนจึงเป็นอีกหนึ่งทักษะที่เยาวชนสามารถพัฒนาเพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับตนเองในอนาคต สิ่งที่อยากให้นักเรียนได้รับจากกิจกรรมครั้งนี้ คือทั้งความรู้ ความเข้าใจวัฒนธรรม และประสบการณ์ที่ทำให้เห็นว่าการเรียนภาษาจีนสามารถสนุกและนำไปต่อยอดได้จริง” ดร.วริศ กล่าว
ขณะที่ นางสาวปิยาภรณ์ อัครลาวัณย์ รองผู้อำนวยการโรงเรียนวิทยานุกูลนารี จังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า โรงเรียนได้นำนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4–6 จำนวน 87 คน จากห้องเรียนโครงการส่งเสริมศักยภาพทางภาษาอังกฤษและภาษาจีน หรือ CEP เข้าร่วมกิจกรรมเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมจีน ณ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) เพื่อพัฒนาความรู้และทักษะด้านภาษา ควบคู่กับการเปิดประสบการณ์นอกห้องเรียน ให้นักเรียนได้สำรวจความสนใจของตนเอง และนำประสบการณ์ที่ได้รับไปประกอบการวางแผนศึกษาต่อและเส้นทางอาชีพในอนาคต
การเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของค่ายพัฒนาทักษะภาษา ซึ่งโรงเรียนออกแบบให้มีทั้งการเรียนรู้ การทัศนศึกษา และการแนะแนว โดยวันแรกเน้นการพัฒนาทักษะภาษาจีนที่ DPU ก่อนเดินทางไปจัดกิจกรรมด้านภาษาอังกฤษที่จังหวัดสระบุรีในวันถัดไป เพื่อให้นักเรียนได้ใช้และบูรณาการทักษะทั้งภาษาอังกฤษและภาษาจีนผ่านประสบการณ์จริง
นางสาวปิยาภรณ์ กล่าวว่า การนำนักเรียนออกมาเรียนรู้นอกสถานที่มีเป้าหมายมากกว่าการเสริมความรู้ด้านภาษา เพราะโรงเรียนต้องการพัฒนาสมรรถนะของผู้เรียนทั้งด้านความรู้ ทักษะ เจตคติ ทักษะชีวิต และทักษะอาชีพ ตลอดจน ทักษะด้านการทำงานร่วมกับผู้อื่นและการปรับตัว (Soft Skills) การเผชิญสภาพแวดล้อมใหม่ และการเรียนรู้จากประสบการณ์นอกห้องเรียน
“การมาเรียนรู้ในมหาวิทยาลัยทำให้นักเรียนได้เห็นบรรยากาศจริง ได้เห็นว่ารุ่นพี่ใช้ชีวิตกันอย่างไร อาจารย์มีรูปแบบการเรียนการสอนแบบไหน และสภาพแวดล้อมในระดับมหาวิทยาลัยเป็นอย่างไร สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้นักเรียนมองเห็นภาพอนาคตของตัวเองมากขึ้น และนำกลับไปวางแผนได้ว่า สนใจด้านใด ชอบภาษาใด หรืออยากศึกษาต่อในเส้นทางไหน” นางสาวปิยาภรณ์ กล่าว
รองผู้อำนวยการโรงเรียนวิทยานุกูลนารี กล่าวเพิ่มเติมว่า โรงเรียนมีระบบดูแลและแนะแนวนักเรียนอย่างใกล้ชิด ทั้งครูประจำโครงการและครูแนะแนว ซึ่งจะช่วยให้นักเรียนสำรวจความสนใจและความถนัดของตนเองอย่างต่อเนื่อง โดยนักเรียนในโครงการมีพื้นฐานด้านภาษาอังกฤษและภาษาจีนอยู่แล้ว บางส่วนเมื่อสำเร็จการศึกษาตัดสินใจศึกษาต่อด้านภาษาจีนโดยตรง ขณะที่บางส่วนเลือกไปศึกษาต่อในประเทศจีน หรือเลือกสาขาวิชาอื่นที่สามารถนำทักษะด้านภาษาไปต่อยอดได้
“ถึงแม้นักเรียนบางคนอาจไม่ได้เลือกเรียนด้านภาษาโดยตรงในอนาคต แต่ความรู้ภาษาจีนและภาษาอังกฤษที่ได้รับจะเป็นทักษะติดตัว สามารถนำไปประยุกต์ใช้ต่อได้ทั้งในการเรียน การทำงาน และการใช้ชีวิต” นางสาวปิยาภรณ์ กล่าว
ผู้สนใจหลักสูตรและกิจกรรมของ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) สามารถติดตามข้อมูล ข่าวสาร และกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ https://www.dpu.ac.th/th/faculty-of-arts
ข่าวที่เกี่ยวข้อง






