เกาหลีใต้ บีบ สหรัฐฯ ผ่อนคลายคว่ำบาตร 'โสมแดง' สร้างความไว้ใจแลกแช่แข็งนิวเคลียร์

22 กันยายน 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีอี แจมยอง ของเกาหลีใต้ เสนอให้สหรัฐฯ พิจารณาการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือ เพื่อแลกกับข้อตกลงให้เกาหลีเหนือหยุดพัฒนาโครงการอาวุธนิวเคลียร์และเทคโนโลยีขีปนาวุธข้ามทวีป
ประธานาธิบดีอี แจมยอง ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวนิวยอร์ก ไทมส์ ว่า การแลกเปลี่ยนระหว่างมาตรการคว่ำบาตร ซึ่งเขามองว่าไม่ได้ผลมากนักกับการหยุดพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ และขีปนาวุธเพิ่ม มีความสำคัญอย่างมาก ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันการเดินหน้าผลักดันให้เกาหลีเหนือปลดอาวุธนิวเคลียร์โดยสมบูรณ์ อาจไม่สามารถนำไปสู่ความคืบหน้าได้ หากสามารถบรรลุข้อตกลงให้เกาหลีเหนือหยุดพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ได้ก่อน ก็จะสามารถสร้างความไว้วางใจผ่านการให้สิ่งตอบแทนและการผ่อนปรนซึ่งกันและกัน ก่อนนำไปสู่การเจรจาเพื่อลดจำนวนอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือลงได้
"สถานการณ์ในปัจจุบันมีความเสี่ยงมากเกินกว่าจะปล่อยให้ดำเนินต่อไป อ้างการประเมินของเกาหลีใต้ว่า เกาหลีเหนืออาจมีศักยภาพในการผลิต หรืออาจกำลังผลิตอาวุธนิวเคลียร์เพิ่มขึ้นปีละ 10-20 ลูก หากเกาหลีเหนือเชื่อว่าตนเองมีอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธมากเพียงพอที่จะรับประกันความอยู่รอดของประเทศ ก็อาจหันไปส่งออกอาวุธเหล่านี้เพื่อหารายได้ ซึ่งจะทำให้สถานการณ์กลายเป็นภัยคุกคามร้ายแรงยิ่งขึ้น" ประธานาธิบดีอี แจมยอง กล่าว
โดยแนวนโยบายของ 'รัฐบาลอี แจมยอง' ยังสะท้อนการเปลี่ยนจากแนวทางที่เน้นปลดอาวุธนิวเคลียร์ก่อน ไปสู่แนวทางที่ให้ความสำคัญกับสันติภาพก่อน โดย 'ปธน.อี แจมยอง' เคยให้คำมั่นว่าจะเคารพระบบการปกครองของเกาหลีเหนือและแสวงหาการอยู่ร่วมกันอย่างสันติระหว่างสองเกาหลี
ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือ และ เกาหลีใต้ ยังคงตึงเครียด 'คิม จองอึน' ผู้นำเกาหลีเหนือ ได้ยกเลิกแนวนโยบายการรวมชาติของสองเกาหลี พร้อมประกาศให้เกาหลีใต้เป็นรัฐที่เป็นศัตรูมากที่สุด และสั่งเสริมความแข็งแกร่งด้านการป้องกันตามแนวชายแดน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

