น้ำทะลักปราจีนบุรีจม กรมอุตุฯแจ้งเตือนซ้ำ

น้ำทะลักปราจีนบุรีจม
กรมอุตุฯแจ้งเตือนซ้ำ
กรมอุตุฯเตือนฝนตกหนักระลอกใหม่กระทบถึง 23 กันยายนนี้ ระวังน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก ด้านกรมชลฯ ปรับเพิ่มระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา 1.3 พัน ลบ.ม.ต่อวินาที แจ้งเตือนพื้นที่ท้ายเขื่อนฯ รับมือน้ำเพิ่มสูงขึ้น ส่วน จ.ปราจีนบุรี ฝนถล่มต่อเนื่อง ส่งผลน้ำท่วม รพ.สต.พื้นที่โดยรอบ เจ้าหน้าที่เร่งแก้ปัญหา
เมื่อวันที่ 22 กันยายนที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่ากระทรวงมหาดไทยเสนอ ครม.พิจารณาจัดสรรงบประมาณสำหรับโครงการซื้อประกันภัยพิบัติให้กับประชาชน วงเงินรวม 15,500 ล้านบาท เพื่อให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยและกลุ่มเปราะบาง สามารถเข้าถึงความคุ้มครองจากภัยพิบัติได้อย่างรวดเร็ว ครอบคลุมทั้งความเสียหายต่อที่อยู่อาศัยและกรณีเสียชีวิตจากอุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว โดยกำหนดให้กรมธรรม์มีระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2570
สำหรับการดำเนินการดังกล่าวต่อเนื่องจากมติ ครม.เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 ที่เห็นชอบในหลักการให้ภาครัฐจัดซื้อประกันภัยพิบัติให้แก่ประชาชน และมติ ครม.เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 ที่เห็นชอบกรมธรรม์ประกันภัยที่อยู่อาศัยแบบกลุ่มและกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุแบบกลุ่ม พร้อมอนุมัติกรอบวงเงินค่าเบี้ยประกันภัยรวม 15,500 ล้านบาท เพื่อใช้ระบบประกันภัยเป็นกลไกช่วยเหลือและชดเชยความเสียหายจากภัยพิบัติให้ประชาชนได้รวดเร็วและครอบคลุมมากขึ้น
ส่วนวงเงิน 15,500 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าเบี้ยประกันภัยที่อยู่อาศัยแบบกลุ่ม 15,000 ล้านบาท และค่าเบี้ยประกันภัยอุบัติเหตุแบบกลุ่ม 500 ล้านบาท โดยกระทรวงมหาดไทยเสนอขอใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น 10,000 ล้านบาท และส่วนที่เหลือ 5,500 ล้านบาท ขอใช้จากงบประมาณปีต่อไป พร้อมขออนุมัติก่อหนี้ผูกพัน เพื่อให้มีงบประมาณเพียงพอสำหรับชำระค่าเบี้ยประกันภัยตลอดระยะเวลาความคุ้มครอง
น.ส.ลลิดา กล่าวว่า โครงการดังกล่าวจะให้ความคุ้มครองที่อยู่อาศัยประมาณ 30 ล้านหลัง ตามข้อมูลจำนวนบ้านของสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ณ วันที่ 10 กันยายน 2569 รวมถึงให้ความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตเมื่อเกิดอุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนได้รับเงินช่วยเหลือจากความเสียหายที่เกิดขึ้นรวดเร็วและครอบคลุมมากกว่าเดิม ผ่านกลไกการถ่ายโอนความเสี่ยงจากสาธารณภัย หรือ Risk Transfer ด้วยระบบประกันภัย
ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ.จะร่วมกับสมาคมประกันวินาศภัยไทยจัดหาผู้รับประกันภัยที่มีมาตรฐาน มีความมั่นคง น่าเชื่อถือ และมีขีดความสามารถเพียงพอ เพื่อให้การจ่ายเงินช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็ว เสมอภาค และทั่วถึง ขณะที่กระทรวงมหาดไทยและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยต้องตรวจสอบไม่ให้การช่วยเหลือผ่านกรมธรรม์ซ้ำซ้อนกับมาตรการเยียวยาของภาครัฐรูปแบบอื่น
สำหรับมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยช่วงฤดูฝนปี 2569 ที่ ครม.เห็นชอบเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 ซึ่งกำหนดเงินช่วยเหลือกรณีที่อยู่อาศัยประจำได้รับผลกระทบจากอุทกภัยอัตราครัวเรือนละ 9,000 บาท และกรณีเสียชีวิตจากดินโคลนถล่มและอุทกภัยโดยตรง รายละ 2,000,000 บาท กระทรวงมหาดไทยเสนอให้ยังคงจ่ายเงินช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวสำหรับภัยที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม–30 กันยายน 2569 เนื่องจากเป็นช่วงเวลาก่อนกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติฉบับใหม่เริ่มมีผล เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนกับการใช้งบประมาณภายใต้โครงการประกันภัย
วันเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศ เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 23-27 กันยายน 2569) ฉบับที่ 2 (218/2569) ระบุว่า ช่วงวันที่ 23-27 กันยายน 2569 บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลางรวมทั้งกทม.และปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ จะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง โดยจะเริ่มในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกก่อน ส่วนภาคอื่นๆ จะได้รับผลกระทบในระยะถัดไป
ทั้งนี้ เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางจะเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลางรวมทั้งกทม.และปริมณฑล ตามแนวร่องมรสุมที่พาดผ่านประเทศไทยตอนบน ขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนตกสะสมที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมขังในระยะสั้นได้
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงกว่า 3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนล่างและทะเลอันดามันตอนบน มีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงกว่า 2 เมตรชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่งช่วงวันที่ 23-27 กันยายน 2569
ด้านกรมชลประทาน ออกประกาศแจ้งปรับเพิ่มอัตราการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาจาก 1,300 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) เป็น 1,500 ลบ.ม.ต่อวินาที เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำสอดคล้องกับปริมาณน้ำฝนและสถานการณ์น้ำท่าในปัจจุบัน โดยจะเริ่มทยอยปรับเพิ่มตั้งแต่เวลา 07.00 น.วันเดียวกันนี้จึงขอแจ้งเตือนประชาชนและทุกภาคส่วนที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงพื้นที่ด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ให้ติดตามสถานการณ์น้ำและประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับระดับน้ำที่อาจเปลี่ยนแปลง โดยจะประชาสัมพันธ์ข้อมูลให้ทราบเป็นระยะ
ที่ จ.ปราจีนบุรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดฝนตกหนักสะสมตั้งแต่กลางดึกจนถึงเช้า ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขัง มวลน้ำไหลท่วมโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) บ้านโคกอุดม โดยรอบอาคาร ทาง รพ.สต.ร่วมกับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ต้องเร่งขนย้ายยา เวชภัณฑ์ ครุภัณฑ์ทางการแพทย์ และอุปกรณ์สำนักงานขึ้นที่สูง โดยต้องทำงานแข่งกับเวลา ลุยน้ำอย่างยากลำบาก พร้อมประกาศปิดให้บริการรักษาพยาบาลชั่วคราว เพื่อความปลอดภัยของผู้มารับบริการ
ส่วนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 304 (ปักธงชัย–กบินทร์บุรี) บริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลเมืองหนองกี่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี มวลน้ำไหลทะลักเข้าท่วมผิวจราจรขยายวงกว้าง ส่งผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชน และพนักงานโรงงานในเขตนิคมอุตสาหกรรมกบินทร์บุรีฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองหนองกี่ รับแจ้งระดับน้ำเอ่อล้นท่วม2 ช่องทางจราจรสูงเฉลี่ย 20–30 เซนติเมตร เป็นระยะทางยาวกว่า 500 เมตร ต่อมาปริมาณน้ำสะสมจากนิคมดังกล่าว ยังไหลมาสมทบบนถนนสาย 304 ขยายวงกว้างยาวกว่า 500 เมตร ระดับน้ำสูงเฉลี่ย 25–35 เซนติเมตร โดยจุดลึกสุดที่ขอบทางสูงถึง 50 เซนติเมตร
ว่าที่ พ.ต.ท.กมลภพ หาญเวช สว.ส.ทล.5 กก.3 บก.ทล.กล่าวว่า ได้ลงพื้นที่อำนวยความสะดวกด้านการจราจร เนื่องจากการจราจรติดขัดสะสมอย่างหนัก รถขนาดเล็กและจักรยานยนต์สัญจรด้วยความยากลำบาก บางคันเครื่องยนต์ดับกลางทาง เจ้าหน้าที่ต้องเร่งช่วยเหลือเพื่อไม่ให้กีดขวางการจราจร
ขณะที่นายอุดม แนวสุข นายกเทศมนตรีเมืองหนองกี่ พร้อมผู้บริหาร ลงพื้นที่บัญชาการเหตุการณ์ โดยระบุว่า น้ำท่วมครั้งนี้เนื่องจากฝนตกหนักต่อเนื่อง เขตเทศบาลฯ เป็นแอ่งพื้นที่ลุ่มต่ำ จึงรับน้ำจากเขตนิคมอุตสาหกรรมกบินทร์บุรี เบื้องต้นได้ส่งเจ้าหน้าที่เร่งจัดเก็บขยะและเศษไม้ ที่กีดขวางท่อระบายน้ำ พร้อมเปิดช่องแบริเออร์ทางหลวงให้น้ำไหลผ่าน และประสานแขวงทางหลวงปราจีนบุรี รวมถึงสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) สนับสนุนเครื่องสูบน้ำเข้ามาเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่โดยเร็วหากไม่มีฝนตกซ้ำลงมา คาดว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

