ระทึก! วัยรุ่นเปิดฉากยิงหน้าโรงเรียนในตุรกี เจ็บ 11 ราย 3 อาการสาหัส

เกิดเหตุระทึกในประเทศตุรกี หลังวัยรุ่นชายรายหนึ่งเปิดฉากยิงบริเวณด้านหน้าโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในเมืองตูร์กุตลู ทางตะวันตกของประเทศ ส่งผลให้นักเรียนได้รับบาดเจ็บ 11 ราย ในจำนวนนี้ 3 รายมีอาการสาหัส ก่อนเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยไว้ได้
มุสตาฟา ชิฟต์ชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยตุรกี เปิดเผยว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดเป็นผู้เยาว์ โดยขณะนี้มีผู้เยาว์ 10 รายอยู่ระหว่างการรักษา และ 3 รายต้องเข้ารับการดูแลในห้องผู้ป่วยหนัก ขณะที่ผู้บาดเจ็บอีก 1 รายได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว
เหตุการณ์เกิดขึ้นบริเวณโรงเรียนในเมืองตูร์กุตลู ใกล้กับเมืองอิซเมียร์ ท่ามกลางความตื่นตระหนกของนักเรียนและผู้ปกครอง หลังมีเสียงปืนดังขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจและทีมกู้ภัยเร่งเข้าพื้นที่ ขณะที่ผู้ปกครองจำนวนมากเดินทางมายังโรงเรียนเพื่อสอบถามสถานการณ์และความปลอดภัยของบุตรหลาน
เจ้าหน้าที่ระบุว่า อาวุธที่ใช้ก่อเหตุเป็นปืนที่จดทะเบียนในชื่อของย่าของผู้ต้องสงสัย และถูกเก็บไว้ที่บ้านของปู่และย่า ขณะที่พ่อแม่ของผู้ต้องสงสัยและปู่ของเขาถูกควบคุมตัวเพื่อสอบปากคำเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว
ด้านอาคิน กูร์เลก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมตุรกี ระบุว่า เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบสวนหลายประเด็น ทั้งสาเหตุที่อาวุธปืนตกมาอยู่ในมือของผู้เยาว์ วิธีการจัดเก็บและควบคุมอาวุธ รวมถึงข้อกล่าวหาว่าผู้ต้องสงสัยอาจเคยถูกกลั่นแกล้งก่อนเกิดเหตุ
กระทรวงศึกษาธิการตุรกีประกาศระงับการเรียนการสอนของโรงเรียนดังกล่าวตลอดทั้งวัน ขณะที่ทางการยืนยันว่ามาตรการรักษาความปลอดภัยชุดใหม่ ซึ่งนำมาใช้หลังเกิดเหตุยิงในโรงเรียนเมื่อเดือนเมษายน ยังคงมีผลบังคับใช้ในช่วงที่เกิดเหตุครั้งนี้
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่เดือนหลังตุรกีเผชิญเหตุยิงที่เกี่ยวข้องกับวัยรุ่นถึง 2 ครั้งในเดือนเมษายน โดยเหตุหนึ่งเกิดขึ้นที่โรงเรียนในจังหวัดคาห์รามันมาราช เมื่อวัยรุ่นวัย 14 ปีเปิดฉากยิง ส่งผลให้ครู 1 รายและนักเรียน 9 รายเสียชีวิต ขณะที่อีกเหตุเกิดขึ้นที่โรงเรียนมัธยมในจังหวัดชานลึอูร์ฟา มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 16 ราย
หลังเหตุการณ์ในเดือนเมษายน ประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ให้คำมั่นว่าจะเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมอาวุธปืน และยกระดับความปลอดภัยในโรงเรียน โดยล่าสุดกระทรวงมหาดไทยระบุว่า ได้ส่งเจ้าหน้าที่ดูแลพื้นที่โรงเรียน 31,000 คน และจัดตำรวจประจำโรงเรียนที่ถูกจัดอยู่ในพื้นที่เสี่ยงระดับสูง

