เวที UNGA ไฟลุกพรึ่บ เปิดวินาที ทรัมป์ กล่าวสปีชสุดดุเดือด ขู่ทำลายล้างอิหร่านให้สิ้นซาก

23 กันยายน 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เหล่าผู้นำทั่วโลกเข้าร่วมประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (United Nations General Assembly: UNGA) ครั้งที่ 81 ณ มหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 22-28 กันยายนนี้ ท่ามกลางวิกฤตสงครามและความขัดแย้งที่ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสงครามรัสเซีย-ยูเครน และสงครามในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ใช้โอกาสในการกล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมใหญ่สหประชาชาติ (UN General Assembly) เมื่อวันอังคารที่ 22 กันยายน 2569 ชี้แจงถึงการทำสงครามกับอิหร่านว่าเป็นไปเพื่อยับยั้งไม่ให้เตหะรานพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ พร้อมออกคำเตือนอย่างรุนแรงว่า เขาอาจ "บดขยี้สาธารณรัฐอิสลามแห่งนี้ให้สิ้นซาก" หากไม่มีการบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติความขัดแย้ง

ผมมีการตัดสินใจครั้งใหญ่ที่ต้องทำ จะยอมให้เกิดข้อตกลงกับอิหร่านเพื่อให้พวกเขาสร้างชาติขึ้นมาใหม่ และกลายเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน... หรือผมควรจะบดขยี้สาธารณรัฐอิสลามแห่งนี้ให้สิ้นซาก ทำอย่างรวดเร็ว และไม่เปิดโอกาสให้พวกเขาฆ่าหรือทำลายผู้คนและประเทศอื่นได้อีก? ผมควรส่งพวกเขาย้อนกลับ 'ลงนรก' โดยไร้ซึ่งทางรอด ไร้ซึ่งความหวังที่จะยิ่งใหญ่ในอนาคตหรือในรุ่นลูกรุ่นหลานหรือไม่?
โดนัลด์ ทรัมป์ คาดว่า รัฐบาลของเขาจะสามารถบรรลุข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่านได้ทันทีหลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ พร้อมเรียกร้องให้ชาติต่างๆ ร่วมมือกับสหรัฐฯ ในการโดดเดี่ยวอิหร่านทางเศรษฐกิจเพื่อบีบให้ยอมกลับสู่โต๊ะเจรจา "แต่ผมเชื่อว่าเราจะบรรลุข้อตกลงกันได้ทันทีหลังการเลือกตั้ง เพราะมันไม่มีเหตุผลเลยที่พวกเขาจะไม่ทำ พวกเขากำลังรอดูผลการเลือกตั้งกลางเทอมของผมอยู่"

ในการประชุม UNGA ครั้งนี้นั้่น 'ทรัมป์' ได้แสดงจุดยืนว่าจะไม่มีทางยอมให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์เด็ดขาด "สิ่งที่อยู่ในหัวของผมเพียงอย่างเดียว คืออิหร่านจะไม่มีวันได้ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์" เขายังเปรียบเทียบรูปแบบการทำงาน และภาวะผู้นำของตนเองกับประชาคมโลกด้วยว่า "ในขณะที่คนอื่นเอาแต่พูด ผมลงมือทำ ในขณะที่คนอื่นพูดถึงสันติภาพ ผมเป็นคนสร้างมันขึ้นมา ในขณะที่คนอื่นมองข้ามภัยคุกคาม ผมเป็นคนเข้าไปเผชิญหน้า ในขณะที่คนอื่นพูดถึงความกล้าหาญ อเมริกาได้แสดงมันให้เห็นแล้ว"
ซึ่งนอกจากปกป้องการตัดสินใจทำสงครามกับอิหร่านแล้ว คาดกันว่า 'โดนัลด์ ทรัมป์' จะวิพากษ์วิจารณ์ 'ยูเอ็น' รวมไปจนถึง องค์กรระหว่างประเทศอื่นๆ ว่าพยายามแทรกแซงอธิปไตยของสหรัฐฯ และผลักดันวาระเอียงซ้าย หลังจากที่เขาเคยสร้างความตกตะลึงเมื่อปีก่อน ด้วยการกล่าวว่าหลายประเทศกำลัง "ตกนรก" จากนโยบายสภาพภูมิอากาศและการย้ายถิ่นฐาน แต่ไม่ได้โจมตีหรือแสดงท่าทีใดๆ ว่าสหรัฐฯ จะถอนตัวออกจากหน่วยงานอื่นๆ ขององค์การสหประชาชาติใดเพิ่มเติม
อีกทั้งเขาย้ำคำวิจารณ์ต่อองค์กรระหว่างประเทศที่อาจทำหน้าที่ตรวจสอบอำนาจของสหรัฐฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งศาลอาญาระหว่างประเทศ และประกาศว่าบุคลากรทางทหารของสหรัฐฯ จะไม่อยู่ภายใต้อำนาจของศาลดังกล่าว
US President Donald Trump used his UN General Assembly speech to touch on a myriad of topics, from the war in Iran and Cuba to artificial intelligence and Greenland. Here are some of the major issues he addressed during his 37-minute speech pic.twitter.com/5Nsb4YyFzP
— Reuters (@Reuters) September 22, 2026
US President Trump used his UN General Assembly speech to argue that the war with Iran prevented Tehran from obtaining a nuclear weapon and warn that he could 'annihilate the Islamic Republic' if no deal is reached to end the conflict https://t.co/fV4i1f1NHh pic.twitter.com/ylFqyEZVCg
— Reuters (@Reuters) September 22, 2026
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

