'กูเตร์เรส' สปีชทิ้งทวนก่อนพ้นเก้าอี้เลขาฯยูเอ็น ชี้เป้าถึงภัยคุกคามใหญ่ของมนุษยชาติ

23 กันยายน 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (UN) กล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (UNGA) สมัยสามัญครั้งที่ 81 นับเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนครบวาระเลขาธิการยูเอ็นสองสมัย (10 ปี) ในวันที่ 31 ธันวาคมนี้ เพื่อเรียกร้องให้ผู้นำโลกควบคุมปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ ยุติสงคราม ให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และปรับปรุงสถาบันของสหประชาชาติที่เขาเตือนว่ากำลังดิ้นรนเพื่อรับมือกับความท้าทายระดับโลกที่เพิ่มมากขึ้น
นายอันโตนิโอ กูเตร์เรส ได้ย้ำข้อเรียกร้องให้มีการกำกับดูแลความเสี่ยงจากปัญญาประดิษฐ์ในระดับโลก ในขณะที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติซึ่งมีสมาชิก 15 ประเทศ กำลังเตรียมเป็นเจ้าภาพต้อนรับผู้นำด้านปัญญาประดิษฐ์ เพื่อรับฟังข้อมูลสรุปเกี่ยวกับเทคโนโลยีอันทรงพลังนี้
อีกทั้ง 'กูเตร์เรส' ยังได้กล่าวถึงความติดขัดภายในองค์กร เนื่องจากผู้นำโลกเกือบ 130 คนมารวมตัวกันที่นิวยอร์ก แต่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนและผู้นำคนอื่นๆ รวมถึงผู้นำจากแอฟริกาใต้ อินเดีย และเยอรมนี กลับไม่ได้เข้าร่วมการประชุมทางการทูตครั้งนี้

ผู้แทนนานาชาติต่างปรบมืออย่างต่อเนื่องเมื่อ 'กูเตร์เรส' ปกป้องแนวทางแก้ปัญหาแบบสองรัฐสำหรับชาวอิสราเอลและชาวปาเลสไตน์ เรียกร้องให้ "ผู้ก่อมลพิษต้องชดใช้" สำหรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และผลักดันให้มีการปฏิรูปสถาบันระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นประเด็นที่เขาสนับสนุนมาตลอดทศวรรษที่ดำรงตำแหน่งผู้นำสหประชาชาติ
สุนทรพจน์ครั้งนี้เป็นการปิดฉากวาระการดำรงตำแหน่งนับ 10 ปี ของ 'กูเตร์เรส' ซึ่งพยายามวางตำแหน่งสหประชาชาติให้เป็นผู้ไกล่เกลี่ยความขัดแย้งและเป็นเวทีสำหรับการกำกับดูแลเทคโนโลยีเกิดใหม่ แม้ว่ามหาอำนาจต่างๆ จะหลีกเลี่ยงองค์กรนี้มากขึ้นเรื่อยๆ และวอชิงตันจะลดงบประมาณสนับสนุนลงก็ตาม

'กูเตร์เรส' กล่าวต่อที่ประชุมว่า "ประเทศที่เป็นผู้นำในการปฏิวัติเทคโนโลยีนี้ ต้องแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่เกิดขึ้นใหม่ ร่วมมือกันในการทดสอบและประเมินผล และทำงานร่วมกันเพื่อสร้างมาตรการป้องกันร่วมกันที่จะปกป้องพวกเราทุกคน" พร้อม เรียกร้องให้ผู้นำที่มารวมตัวกันในนิวยอร์ก "ส่งเสริมเงื่อนไขสำหรับการพัฒนา AI อย่างมีความรับผิดชอบ และมาตรการป้องกันเพิ่มเติมที่จำเป็นเพื่อรับมือกับความเสี่ยง และ ร่วมกันสร้างกรอบการบริหารความเสี่ยงด้าน AI แบบพหุภาคี ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานกำกับดูแลที่น่าเชื่อถือและเป็นอิสระ"
ในส่วนของตะวันออกกลางซึ่งความขัดแย้งได้ขยายวงกว้างขึ้นเนื่องจากกลุ่มฮูตีได้เปรียบตามแนวชายฝั่งทะเลแดง คุกคามเส้นทางการเดินเรือ และความตึงเครียดยังคงมีอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซ 'กูเตร์เรส' เรียกร้องให้ลดความตึงเครียดและเจรจา "พวกเรามาร่วมกันส่งสารที่ชัดเจนจากห้องประชุมแห่งนี้ การสู้รบต้องยุติลง ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมต้องไหลเวียน และสิทธิและเสรีภาพในการเดินเรือต้องได้รับการฟื้นฟูอย่างเต็มที่ตามกฎหมายระหว่างประเทศ"

ส่วนเรื่องของ สหประชาชาติ (UN) ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และคนอื่นๆ ว่ามีขนาดใหญ่เกินไปและไร้ประสิทธิภาพ หลังจากที่สหรัฐฯ ถอนตัวออกจากหน่วยงานต่างๆ ของสหประชาชาติและลดงบประมาณลง 'กูเตร์เรส' กล่าวว่า กลไกการดำเนินการร่วมกันของเรากำลังเผชิญกับความตึงเครียดที่เพิ่มมากขึ้น และสถาบันระดับโลก ยังคงสะท้อนถึงความเป็นจริงด้านอำนาจและผลประโยชน์ของยุคสมัยที่ล่วงเลยไปแล้วเป็นส่วนใหญ่
'กูเตร์เรส' ยังใช้โอกาสนี้กล่าวอำลาผู้นำระดับโลกส่วนใหญ่ที่เขาได้ร่วมงานด้วยตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เขากล่าวว่า "ดังนั้น ในวันที่ 1 มกราคม 2027 เมื่อผมไม่ได้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการแล้ว โปรดมั่นใจได้ว่า ไม่ว่าผมจะอยู่ที่ไหน หรือกำลังทำอะไรอยู่ ผมจะยังคงสนับสนุนความเชื่อมั่นที่ว่าสันติภาพเป็นไปได้ ผมจะยังคงยืนหยัดเพื่อคุณค่าของกฎบัตรสหประชาชาติ และผมจะไม่มีวันยอมแพ้ ขอบคุณครับ"

