รัดเกล้า ชำแหละ พ.ร.บ.สภาครูฯ จี้กรรมาธิการเติม 3 เสียงที่หายไป เผยเด็กไทยเครียดหนัก ต้องปรับครูเป็นที่พึ่งจิตวิทยา-แนะแนว

23 กันยายน 2569 ที่อาคารรัฐสภา นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายร่างพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. .... ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยย้ำว่า คุรุสภาคือองค์กรที่มีบทบาทชี้นำและกำหนดทิศทางว่าครูไทย ในอีก 10 - 20 ปีข้างหน้าจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร
นางรัดเกล้า เปิดเผยว่า จากการพิจารณาเนื้อหาในร่างกฎหมาย มาตรา 4 (แก้ไขมาตรา 12) และมาตรา 8 (แก้ไขมาตรา 21) ซึ่งกำหนดโครงสร้างคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ ของคุรุสภาและคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพนั้น แม้จะเป็นโครงสร้างที่ดี แต่ยังมีข้อบกพร่องสำคัญเนื่องจากขาดตัวแทนและมิติความคิดอีก 3 เสียงสำคัญ ที่จำเป็นต่อการพัฒนาการศึกษาในยุคดิสรัปชัน
1.เสียงของผู้ใช้ครู (สถานศึกษาทุกสังกัด) ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญสภาวะครูล้น และครูขาด ในเวลาเดียวกัน บางสาขามีผู้จบการศึกษาจำนวนมากแต่ไร้ตำแหน่งบรรจุ ในขณะที่บางวิชาและบางพื้นที่กลับขาดแคลนวิกฤต คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ผลิตครูได้กี่คน แต่คือผลิตครูตรงตามความต้องการของประเทศหรือไม่ คุรุสภาจึงต้องดึงผู้ใช้ครูจริงร่วมวางแผนการผลิตครู ทั้งในเชิงจำนวน วิชาเอก และพื้นที่
2.เสียงจากภาคเอกชนและตลาดแรงงาน เช่น ตัวแทนสภาหอการค้าฯ เนื่องจากทักษะการทำงานในโลกจริงเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าหลักสูตรการศึกษาหลายปี ปัจจุบันเด็กต้องแข่งขันกับเทคโนโลยีทั้ง AI และ Quantum หากระบบไม่ฟังเสียงจากตลาดแรงงาน ก็จะไม่สามารถสร้างครูที่ได้ยินเสียงของอนาคต เพื่อเตรียมเด็กให้พร้อมรับมือโลกยุคใหม่ได้
3.เสียงของผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยา ยุคสมัยปัจจุบันเด็กเข้าถึงองค์ความรู้ผ่านอินเทอร์เน็ตได้รวดเร็วเพียงแค่ปลายนิ้ว บทบาทของครูจึงต้องเปลี่ยนจากการสอนตำรา มาเป็น ผู้แนะแนวและที่พึ่งทางจิตวิทยา ยอดเยาวชนจำนวนมากกำลังเผชิญภาวะความเครียด กดดัน โรคซึมเศร้า ไปจนถึงการทำร้ายตัวเอง ทักษะจิตวิทยาเชิงบวกและการแนะแนวทางชีวิตจึงไม่ควรเป็นเพียงวิชาเสริม แต่ต้องถูกยกระดับให้เป็นสมรรถนะพื้นฐาน ของครูไทยทุกคน
"ถ้าเราอยากเปลี่ยนการศึกษาไทย เราต้องเริ่มจากการเปลี่ยนระบบการสร้างครู และถ้าเราอยากให้เด็กไทยพร้อมสำหรับอนาคต เราต้องทำให้มีครูที่พร้อมสำหรับอนาคตเสียก่อน" นางรัดเกล้า กล่าว
นางรัดเกล้า ยังได้ยื่นข้อเสนอแนะขอให้คณะกรรมาธิการการศึกษาฯ ปรับแก้ถ้อยคำในร่างมาตรา 12 วรรคสาม และมาตรา 21 วรรคสอง เพิ่มเติมผู้แทนจากทั้ง 3 กลุ่มข้างต้น เข้าไปเป็นคณะกรรมการ เพื่อให้คุรุสภามีชุดข้อมูลที่รอบด้าน ทันต่อสถานการณ์ และสามารถขับเคลื่อนการศึกษาไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

