ทรัมป์เขย่าUN ขู่กำจัดอิหร่าน บีบนานาชาติ ช่วยโดดเดี่ยว

ทรัมป์เขย่าUN
ขู่กำจัดอิหร่าน
บีบนานาชาติ
ช่วยโดดเดี่ยว
ผู้นำสหรัฐฯประกาศกลางวง UNGA พร้อมทำลายล้าง อิหร่านให้สิ้นซาก หากไม่ยอมบรรลุข้อตกลงยุติสงคราม พร้อมแจงเหตุทำสงครามเตหะราน เพื่อสกัดไม่ให้ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ อีกทั้ง ยังเรียกร้องให้ชาติสมาชิกร่วมกันโดดเดี๋ยวอิหร่าน เพื่อบีบให้กลับสู่โต๊ะเจรจา
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกากล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมใหญ่แห่งสหประชาชาติ (United Nations General Assembly: UNGA) ครั้งที่ 81 ที่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 22 กันยายนตามเวลาท้องถิ่น ชี้แจงถึงการทำสงครามกับอิหร่านว่า เขากำลังเผชิญกับการตัดสินใจครั้งใหญ่ว่าจะลงนามในข้อตกลงสันติภาพ เพื่อให้เปิดโอกาสให้อิหร่านกลับมาฟื้นฟูประเทศ หรือจะเลือกกดดันอิหร่านให้ลงนรกโดยไม่มีโอกาสรอดชีวิต ไม่ให้กลับมาเป็นภัยคุกคามต่อประเทศอื่นได้อีก
ทรัมป์กล่าวอีกว่า สงครามที่นำโดยสหรัฐฯและอิสราเอลช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา มีเป้าหมายสำคัญเพื่อสกัดกั้นไม่ให้อิหร่านพัฒนาและครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ พร้อมออกคำเตือนอย่างรุนแรงว่า อาจบดขยี้สาธารณรัฐอิสลามแห่งนี้ให้สิ้นซาก หากไม่มีการบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติความขัดแย้ง
“ผมตัดสินใจครั้งใหญ่ที่ต้องทำ จะยอมให้เกิดข้อตกลงกับอิหร่าน เพื่อให้พวกเขาสร้างชาติขึ้นมาใหม่ และกลายเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หรือผมควรจะบดขยี้สาธารณรัฐอิสลามแห่งนี้ให้สิ้นซาก ทำอย่างรวดเร็ว และไม่เปิดโอกาสให้พวกเขาฆ่าหรือทำลายผู้คนและประเทศอื่นได้อีก ผมควรส่งพวกเขาย้อนกลับลงนรก โดยไร้ซึ่งทางรอด ไร้ความหวัง ที่จะยิ่งใหญ่ในอนาคตหรือในรุ่นลูกรุ่นหลานหรือไม่” ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าว
และว่า รัฐบาลของเขาจะบรรลุข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่านได้ทันที หลังเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ และมั่นใจว่าไม่มีเหตุผลที่พวกเขาจะไม่ทำ พวกเขารอดูผลเลือกตั้งกลางเทอมของตนอยู่ พร้อมเรียกร้องให้ชาติต่างๆร่วมมือกับสหรัฐฯโดดเดี่ยวอิหร่านทางเศรษฐกิจ เพื่อบีบให้ยอมกลับโต๊ะเจรจา
ในการประชุม UNGA ครั้งนี้ ทรัมป์แสดงจุดยืนชัดเจนว่า จะไม่มีทางยอมให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์เด็ดขาด พร้อมยังยกรูปแบบการทำงาน และภาวะผู้นำของตนกับประชาคมโลกด้วยว่า ขณะที่คนอื่นเอาแต่พูด ตนลงมือทำ ขณะที่คนอื่นพูดถึงสันติภาพ ตนเป็นคนสร้างมันขึ้นมา ขณะที่คนอื่นมองข้ามภัยคุกคาม ตนเป็นคนเข้าไปเผชิญหน้า ขณะที่คนอื่นพูดถึงความกล้าหาญ อเมริกาแสดงให้เห็นแล้ว
ก่อนหน้านั้น ประธานาธิบดีทรัมป์ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐฯได้หารือกับคณะผู้แทนของอิหร่านเป็นเวลา 3 ชั่วโมงเมื่อวันอังคาร และระบุว่าการหารือเป็นไปด้วยดีมาก และทั้งสองฝ่ายมีกำหนดจะพบกันอีกครั้งในอนาคตอันใกล้ ทรัมป์ย้ำว่า การบรรลุข้อตกลงเป็นสิ่งที่อยู่ในผลประโยชน์ของอิหร่าน พร้อมระบุว่าทางเลือกที่อิหร่านเผชิญอยู่ อาจนำไปสู่เส้นทางที่ประเทศจะก้าวไปสู่ความยิ่งใหญ่หรือไม่เช่นนั้นก็อาจนำไปสู่การถูกทำลายล้าง
ขณะที่สตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนเจรจาของสหรัฐฯกล่าวว่า รู้สึกดีมากเกี่ยวกับการเจรจาครั้งนี้ ซึ่งเขา และ จาเรด คุชเนอร์ ที่ปรึกษาและบุตรเขยของทรัมป์ เป็นตัวแทนฝั่งสหรัฐฯในการประสานงาน ขณะที่สื่อของอิหร่านยืนยันว่า อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านเข้าร่วมการพบปะครั้งนี้ เป็นการเจรจาทางอ้อมผ่านคนกลาง โดยมีกาตาร์และปากีสถาน เป็นตัวกลางประสานงาน ซึ่งการพูดคุยนอกรอบนั้นเป็นไปได้ด้วยดีและมีประสิทธิผลมาก คาดว่าอาจมีการลงนามข้อตกลงร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรมได้ทันที หลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในเดือนพฤศจิกายนนี้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

