“เคที” แถลงภารกิจปี‘70 เตรียมเปิดสถานีชาร์จ EV บีอาร์ทีให้ประชาชนใช้บริการ พร้อมเดินหน้าโอนรถไฟฟ้าสายสีเขียว

บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด แถลงทิศทางการดำเนินงานปี 2570 เผยเตรียมเปิด “สถานีอัดประจุไฟฟ้า (EV Charger)”สถานีชาร์จรถโดยสารด่วนพิเศษ (บีอาร์ที) ที่บริเวณสถานีช่องนนทรี เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชน
วันที่ 24 ก.ย.69 ที่บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ศาสตราจารย์พิเศษธงทอง จันทรางศุ ประธานกรรมการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด แถลงทิศทางการดำเนินงานในระยะต่อไปของบริษัทฯ ว่า บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด(เคที) มีภารกิจเกี่ยวข้องกับโครงการสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะของกรุงเทพมหานคร ทั้งระบบขนส่งมวลชน การพัฒนาระบบขนส่งทางน้ำ และภารกิจด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งในระยะต่อไปเคที จะเดินหน้าพัฒนาโครงการใหม่ “สถานีอัดประจุไฟฟ้า (EV Charger)” ซึ่งปัจจุบันเคทีอยู่ระหว่างดำเนินการ เพื่อเปิดให้ประชาชนทั่วไปสามารถนำรถยนต์เข้ามาใช้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้า ในศูนย์ซ่อมบำรุงและสถานีชาร์จรถโดยสารด่วนพิเศษ (บีอาร์ที) ที่บริเวณสถานีช่องนนทรี ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของกทม.ในการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน
ส่วนภารกิจเดิมจะเดินหน้าโอนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ตามมติคณะรัฐมนตรี เพื่อให้การบริหารจัดการโครงการในอนาคตมีความชัดเจนและสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง แต่การโอนโครงการดังกล่าวมีรายละเอียดที่เกี่ยวข้องทั้งด้านสัญญา ทรัพย์สิน ภาระต่างๆ จึงจำเป็นต้องดำเนินการในรายละเอียดร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างเหมาะสม ขณะที่ภารกิจด้านสิ่งแวดล้อมเร่งยกระดับโครงการบริหารจัดการมูลฝอยชุมชนเพื่อผลิตพลังงาน ขนาดไม่น้อยกว่า 800 ตันต่อวัน ภายในศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช ให้เดินระบบได้ต่อเนื่อง และลดผลกระทบจากกลิ่นต่อชุมชน
ส่วนโครงการนำสายสื่อสารลงใต้ดินในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เป็นหนึ่งในโครงการที่มีประเด็นด้านสัญญาและข้อพิพาท ทำให้โครงการไม่ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย เนื่องจากต้นทุนการลงทุนสูง ทำให้ไม่สามารถหาผู้เช่าได้ ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาเกี่ยวกับภาระหนี้และข้อพิพาทกับคู่กรณี รวมถึงมีคดีที่อยู่ระหว่างการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม โดยประเด็นสำคัญที่บริษัทต้องพิจารณาคือขอบเขตความรับผิดชอบ ตลอดจนความรับผิดชอบของคู่สัญญาและผู้เกี่ยวข้องแต่ละฝ่าย
อย่างไรก็ตามตลอดระยะเวลา 4 ปี ที่ผ่านมา คณะกรรมการทุกคน ยึดหลักธรรมาภิบาลเป็นแนวทางสำคัญในการบริหารงาน ซึ่งคณะกรรมการให้ความสำคัญกับการทำงานอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และไม่มีข้อครหาเกี่ยวกับการทุจริต พร้อมดำเนินงานตามหลักธรรมาภิบาล ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการบริหารงานของผู้ว่าฯกทม. ที่ให้ความสำคัญกับความโปร่งใส
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

