“น้องเนยชวนสู้มะเร็ง The Proton Power” เพื่อผู้ป่วยมะเร็ง สมทบทุนศูนย์โปรตอนสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

สภากาชาดไทย จัดกิจกรรมพิเศษ “วันน้องเนยเยี่ยมชมศูนย์โปรตอนสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย” เพื่อเรียนรู้เบื้องหลังเทคโนโลยีการรักษาโรคมะเร็งด้วยอนุภาคโปรตอน ส่งต่อกำลังใจแก่ผู้ป่วยมะเร็ง พร้อมส่งมอบเงินบริจาคจำนวน 8,181,741 บาท จากพลังของมัมหมี พ่อหมี ในแคมเปญ “น้องเนยชวนสู้มะเร็ง The Proton Power” ผ่านแพลตฟอร์มการกุศลทางดิจิทัล www.iredcross.org โดยมี นางจันทร์ประภา วิชิตชลชัย รองผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย และ รศ.นพ.ชลเกียรติ ขอประเสริฐ ผู้อำนวยการศูนย์โปรตอนสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ร่วมในงาน เมื่อวันที่ วันที่ 24 กันยายน 2569

ภายในงาน น้องเนยได้รับฟังแนวทางการรักษาผู้ป่วยมะเร็งด้วยอนุภาคโปรตอน เยี่ยมชมพื้นที่ปฏิบัติการของศูนย์ฯ เพื่อเรียนรู้การทำงานของเทคโนโลยี Proton Therapy อย่างใกล้ชิด ก่อนร่วมกิจกรรม "น้องเนยชวนสู้มะเร็ง" และพิธีส่งมอบเงินบริจาค เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งที่มีความซับซ้อนและจำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยอนุภาคโปรตอน

สำหรับแคมเปญ “น้องเนยชวนสู้มะเร็ง The Proton Power” โดยความร่วมมือระหว่าง สภากาชาดไทย x Butterbear ร่วมกันเปิดพื้นที่แห่ง “การให้” ให้เหล่ามัมหมี พ่อหมี ร่วมกันทำบุญเพื่อผู้ป่วยมะเร็งสมทบทุนศูนย์โปรตอนสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย บนแพลตฟอร์มออนไลน์ www.iredcross.org ผ่าน 3 กิจกรรมสุดน่ารักของน้องเนยในคาแรคเตอร์ต่าง ๆ น้องเนยศิษย์กาชาด, แพทย์หญิงน้องเนย, พยาบาลน้องเนย อาทิ ร่วมเป็นผู้ให้กับน้องเนย “Stars of Giving x Butterbear” ส่งข้อความและกำลังใจให้ผู้ป่วย “เกมน้องเนยชวนสู้มะเร็ง” ที่นำแนวคิดการฉายแสงโปรตอนมาถ่ายทอดให้เข้าใจง่าย และกิจกรรม “ได้บุญ ได้ของที่ระลึก” ร่วมบริจาคทุก ๆ 2,000 บาท รับกระบอกน้ำน้องเนย LIMITED EDITION จากกิจกรรมสุดน่ารักของน้องเนยได้นำพาพลังความรักของมัมหมี พ่อหมีที่มีต่อน้องเนย ส่งตรงจากหน้าจอผ่านกิจกรรมออนไลน์สู่ปลายทางที่เป็นรูปธรรมในวันที่น้องเนยมาเยี่ยมชมศูนย์ฯ และร่วมส่งมอบพลังการให้แก่ผู้ป่วยได้จริง

นางจันทร์ประภา วิชิตชลชัย รองผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย กล่าวว่า “สภากาชาดไทยทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการส่งต่อโอกาสให้ผู้ป่วยมะเร็งสามารถเข้าถึงการรักษาได้อย่างเหมาะสม สิ่งสำคัญที่เราเห็นจากแคมเปญนี้ คือ ‘พลังของการให้’ สามารถเกิดขึ้นได้ในหลากหลายรูปแบบ ผ่านกิจกรรมการกุศลที่สร้างแรงบันดาลใจและเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วม น้องเนย Butterbear จึงเปรียบเสมือนสะพานบุญที่เชื่อมโยงผู้ให้สู่ผู้รับ คนหนึ่งอาจเริ่มต้นจากความรักและความชื่นชอบน้องเนย ขณะที่อีกคนอาจเริ่มจากการเล่นเกมหรือเข้าร่วมกิจกรรม แต่ไม่ว่าจะเริ่มต้นจากจุดไหน ทุกการมีส่วนร่วมสามารถส่งต่อไปสู่การช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งได้จริง และนี่คือคุณค่าที่สำคัญของความร่วมมือในครั้งนี้ เพราะทุกพลังเล็ก ๆ จากทุกคน สามารถรวมกันเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่เพื่อสร้างโอกาสในการรักษาและส่งต่อความหวังให้กับผู้ป่วยได้”

การรักษาด้วยอนุภาคโปรตอน หรือ Proton Therapy เป็นเทคโนโลยีรังสีรักษาขั้นสูงที่สามารถควบคุมทิศทางและระดับความลึกของรังสีให้มุ่งไปยังก้อนมะเร็งได้อย่างแม่นยำ ช่วยลดปริมาณรังสีที่กระทบต่อเนื้อเยื่อและอวัยวะสำคัญบริเวณข้างเคียง คุณสมบัตินี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในผู้ป่วยที่ก้อนมะเร็งอยู่ใกล้อวัยวะสำคัญ รวมถึงผู้ป่วยเด็กซึ่งการลดปริมาณรังสีที่กระทบต่อเนื้อเยื่อปกติ อาจช่วยลดผลกระทบต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการในระยะยาวได้ตามความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละราย
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เป็นแห่งแรกในประเทศไทยและแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีศูนย์รักษาด้วยอนุภาคโปรตอน โดยระบบการรักษามีมูลค่าประมาณ 3,500 ล้านบาท และมีค่าบำรุงรักษาประมาณ 100 ล้านบาทต่อปี สามารถรองรับผู้ป่วยได้ประมาณ 25 รายต่อวัน แต่ความก้าวหน้าทางการแพทย์ก็มาพร้อมต้นทุนที่สูง การรักษาด้วยอนุภาคโปรตอนมีค่าใช้จ่ายประมาณ 45,000 บาทต่อครั้ง และผู้ป่วยอาจต้องได้รับการรักษาประมาณ 5–30 ครั้ง ขึ้นอยู่กับชนิดและตำแหน่งของโรค ทำให้ค่าใช้จ่ายตลอดกระบวนการรักษาอาจสูงถึงประมาณ 1–2 ล้านบาทต่อราย

สำหรับหลายครอบครัว ตัวเลขดังกล่าวจึงไม่ได้เป็นเพียง “ค่ารักษา” แต่หมายถึงคำถามสำคัญว่า ผู้ป่วยจะสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีที่แพทย์เห็นว่าเหมาะสมกับตนเองได้หรือไม่ นี่คือเหตุผลที่ทุกการสนับสนุนในโครงการมีความหมาย

รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ ชลเกียรติ ขอประเสริฐ ผู้อำนวยการศูนย์โปรตอนสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า “เทคโนโลยีโปรตอนช่วยให้เราสามารถวางแผนการรักษาโดยมุ่งรังสีไปยังบริเวณก้อนมะเร็งได้อย่างแม่นยำ และลดผลกระทบต่ออวัยวะปกติข้างเคียง ซึ่งมีความสำคัญมากในผู้ป่วยบางกลุ่มโดยเฉพาะเด็ก การสนับสนุนจากภาคสังคมจึงมีส่วนสำคัญในการช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยที่เหมาะสมกับการรักษาได้เข้าถึงเทคโนโลยีนี้”

สำหรับแคมเปญ “น้องเนยชวนสู้มะเร็ง” จนมาถึงวันน้องเนยเยี่ยมชมศูนย์โปรตอนสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และการส่งมอบเงินบริจาคในครั้งนี้ จึงเป็นมากกว่ากิจกรรมความสำเร็จของแคมเปญ แต่เป็นภาพที่ทำให้เห็นว่า จากหนึ่งการเล่น หนึ่งข้อความ หนึ่งการแชร์ หรือหนึ่งการบริจาค เมื่อรวมกันแล้ว สามารถเปลี่ยนเป็นโอกาสในการรักษาของใครอีกคนได้ เพราะบางครั้ง “พลังเล็ก ๆ” จากคนจำนวนมาก อาจกลายเป็นโอกาสครั้งสำคัญของชีวิตผู้ป่วยคนหนึ่ง






ข่าวที่เกี่ยวข้อง

