ลุยปลดล็อกข้อจำกัด‘น้ำ-ไฟ’ ดูดทุนเข้าEEC-ดันไทยสู่ฮับอาเซียน

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศ เป็นภูมิภาคที่มีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนมากที่สุด ช่วง 3 ปีครึ่ง หรือปี 2566 ถึงครึ่งแรกปี 2569 มีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุน 4,566 โครงการ มูลค่า 2.6 ล้านล้านบาท คิดเป็นครึ่งหนึ่งของมูลค่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนทั้งประเทศ 3 อุตสาหกรรมที่มีเงินลงทุนสูงสุด ได้แก่ 1.อุตสาหกรรมดิจิทัล 2.อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า และ 3.ยานยนต์และชิ้นส่วน
นายนฤตม์ กล่าวว่า ทิศทางการลงทุนของโลกกำลังเปลี่ยนไปสู่อุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมมากขึ้น บีโอไอมองเห็นโอกาสของไทยในการดึงดูดการลงทุน 6 กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ 1.ชีวภาพและอุตสาหกรรมสีเขียว 2.ยานยนต์ไฟฟ้า (xEV) 3.เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง 4.ดิจิทัลและ AI 5.ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ และ 6.ศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ
นายนฤตม์ กล่าวว่า เพื่อให้ภาคตะวันออกดึงดูดโครงการลงทุนที่มีคุณภาพ และนำประเทศไทยไปสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของภูมิภาค บีโอไอได้จึงจับมือหน่วยงานพันธมิตร คือ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) , สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) , การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ปลดล็อกอุปสรรคของการลงทุน ทั้งด้านไฟฟ้าและพลังงานสะอาด ระบบน้ำ การขยายพื้นที่ การพัฒนาระบบวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน พร้อมใช้ “Thailand FastPass” อำนวยความสะดวกโครงการลงทุนสำคัญ และเร่งสร้างบุคลากรทักษะสูง เพื่อเตรียมกำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมเป้าหมาย
“การรองรับคลื่นการลงทุนระลอกใหม่จำเป็นต้องเตรียมความพร้อมของระบบนิเวศให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งการดำเนินการทั้งหมดนี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจลงทุน และความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมในระยะยาว” นายนฤตม์ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

