กางบิ๊กโปรเจกต์ กนอ.เดินเกมดึงลงทุนเข้าEEC

นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ว่า โครงการดังกล่าวมีมูลค่าการลงทุน 55,400 ล้านบาท มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการขนถ่ายก๊าซธรรมชาติ โดยช่วงที่ 1 งานโครงสร้างพื้นฐาน (การขุดลอกและถมทะเล 1,000 ไร่) ดำเนินการโดยบริษัท กัลฟ์ เอ็มทีพี แอลเอ็นจี เทอร์มินอล จำกัด (GMTP) ได้แล้วเสร็จและส่งมอบพื้นที่ พร้อมได้รับการรับรองจาก กนอ.แล้ว โดยเอกชนคู่สัญญาได้เริ่มก่อสร้างท่าเรือก๊าซในพื้นที่แปลง B ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2568 ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 การก่อสร้างก้าวหน้าไปแล้ว 33.53%
สำหรับช่วงที่ 2 ประกอบด้วย พื้นที่ท่าเรือสินค้าเหลว (แปลง A) ขนาด 200 ไร่ และพื้นที่พัฒนาอุตสาหกรรมด้านพลังงานหรือธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง (แปลง C) ขนาด 150 ไร่ รวม 350 ไร่ กนอ. ปรับปรุงแนวทางการดำเนินงานให้นำเสนอขอความเห็นชอบเปลี่ยนแปลงรูปแบบการดำเนินโครงการ จากรูปแบบ PPP เป็นการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ.2522 ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) หรือบอร์ด EEC ได้ลงนามในหนังสือถึงสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแล้ว และบรรจุเป็นวาระเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569
ส่วนความพร้อมของการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม Smart Park ตั้งอยู่ในพื้นที่ EEC อ.เมือง จ.ระยอง พื้นที่รวม 1,383.76 ไร่ (แบ่งเป็นพื้นที่อุตสาหกรรม 621.55 ไร่) ได้รับการพัฒนาให้เป็นนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศอัจฉริยะ (Smart & Green Industry) เพื่อรองรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง โดยขณะนี้งานก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานหลัก ได้แก่ ถนน ระบบประปา ระบบบำบัดน้ำเสีย ระบบไฟฟ้า และระบบสื่อสารใต้ดิน เสร็จสมบูรณ์ 100% พร้อมรองรับการเข้ามาตั้งฐานการผลิตของผู้ประกอบการทันที ปัจจุบันมีพื้นที่อุตสาหกรรมให้เช่าแล้ว 70.45 ไร่ มีพื้นที่จอง 106.37 ไร่ คงเหลือให้เช่า 551.10 ไร่
“กนอ. ได้ออกประกาศกำหนดมาตรการส่งเสริมการเช่าที่ดินในนิคมอุตสาหกรรม Smart Park เพื่อเร่งรัดการลงทุน โดยมอบสิทธิพิเศษยกเว้นค่าเช่าที่ดิน 2 ปีแรก (นับจากวันทำสัญญา) และยกเว้นค่าบำรุงรักษาสิ่งอำนวยความสะดวก 2 ปีแรก (นับจากวันที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ที่ดินเพื่อประกอบกิจการ)” นายสุเมธ กล่าว
สำหรับ 9 เดือนแรกปี 2569 ภาพรวมการขายและเช่าพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศ กวาดยอดขายพื้นที่ 6,000 ไร่ เป็นกลุ่มนักลงทุนต่างชาติที่มีศักยภาพสูง ตอบโจทย์นโยบาย FDI (Foreign Direct Investment) หรือการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมดาต้าเซนเตอร์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ การเกษตร แปรรูปอาหารและเครื่องดื่ม โดยเฉพาะนักลงทุนจากประเทศในยุโรป จีน เกาหลี และญี่ปุ่น
พร้อมกันนี้ กนอ.ยังได้ยกระดับบทบาทสู่การเป็น “FDI Acceleration Platform” เต็มรูปแบบ ด้วยการนำเทคโนโลยีระบบบริหารจัดการข้อมูลลูกค้าและการขายแบบบูรณาการเข้ามาขับเคลื่อน เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักลงทุนสามารถค้นหาข้อมูลเปรียบเทียบแปลงที่ดินผ่านระบบ GIS รองรับการใช้งานถึง 4 ภาษา คือ ไทย , อังกฤษ , จีน และญี่ปุ่น ตลอด 24 ชั่วโมง และเชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบ e-PP และ SAP เพื่อออกสัญญาและใบอนุญาตได้อย่างรวดเร็ว โปร่งใส และปลอดภัยตามมาตรฐานสากล (ISO/IEC 27001 และ GDPR)
“กนอ. มุ่งมั่นขับเคลื่อนภารกิจในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2569 โดยจะเดินหน้ายกระดับการบริหารจัดการนิคมอุตสาหกรรมทุกแห่งด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่และมาตรฐานสากล ควบคู่กับดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อผลักดันให้พื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เป็นฐานการลงทุนอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป” นายสุเมธ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

