ตลท.ชงรัฐปลดล็อกธุรกิจครอบครัวเข้าตลาดหุ้น

นายกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยในงานสัมมนาธุรกิจครอบครัวแห่งปี “The 4th SET Annual Conference on Family Business” ว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯได้เสนอรัฐบาลเพื่อแก้ไขกฎหมาย Dual Class of share (หุ้นที่มีสิทธิออกเสียงไม่เท่ากัน) ปลดล็อกธุรกิจครอบครัว ให้สามารถระดมทุนผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯได้มากขึ้น โดยเจ้าของธุรกิจยังรักษาสิทธิในการกำกับดูแลและกำหนดทิศทางกิจการได้ แม้สัดส่วนการถือหุ้นจะลดลง ซึ่งคาดว่าจะเห็นเป็นรูปธรรมในปี 2569 นี้
“ปัญหาใหญ่ที่ทำให้ธุรกิจครอบครัวระดับ 2,000-3,000 ล้านบาท ไม่นำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพราะกังวลว่าจะสูญเสียอำนาจการบริหาร และกลัวถูกเทกโอเวอร์ ดังนั้นการมีกฎหมาย Dual-class shares จะเปิดโอกาสให้เจ้าของเดิมสามารถนำหุ้นออกมาเสนอขายเพื่อระดมทุนและสร้างสภาพคล่องได้ โดยที่สัดส่วนการถือครองหุ้นอาจจะลดลง แต่ยังคงมีสิทธิออกเสียงในการกำกับดูแลกิจการได้ตามเดิม เหมือนกับที่บริษัทชั้นนำในต่างประเทศใช้กัน”นายกิติพงศ์ กล่าว
อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการหารือกับภาครัฐเพิ่มเติมว่านอกจากการบังคับใช้กับบริษัทที่จะเข้าตลาดใหม่ (IPO) แล้ว จะสามารถนำมาปรับใช้กับบริษัทที่จดทะเบียนอยู่แล้วในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องได้หรือไม่
ทั้งนี้ธุรกิจครอบครัวเป็นหนึ่งในกำลังหลักของสังคมไทยและตลาดทุน ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ฯต้องการผลักดันให้ธุรกิจดังกล่าวเข้าจดทะเบียน ปัจจุบันบรรยากาศการลงทุนก็เอื้อต่อการระดมทุน โดยปัจจุบันจากจำนวนบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในตลาดหลักทรัพย์ฯทั้งหมด 843 บริษัท พบว่าเป็นธุรกิจครอบครัวสูงถึง 705 บริษัท บริษัทเหล่านี้มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) รวมกันกว่า 10.9 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 54% ขอ Market Cap รวมทั้งตลาดซึ่งอยู่ที่ 20.15 ล้านล้านบาท

